จีน อัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ ดันงบขาดดุล 4 เดือนแรกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
จีน อัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ ดันงบขาดดุล 4 เดือนแรกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 2.65 ล้านล้านหยวน ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีสหรัฐ
วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.36 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังของจีน ส่งผลให้งบประมาณขาดดุลในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยรัฐบาลเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่ความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐทวีความรุนแรง
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังจีนระบุว่า ยอดขาดดุลรวม (รวมงบประมาณทั่วไปและงบกองทุนรัฐบาล) อยู่ที่ 2.65 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 367,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการคำนวณของ Bloomberg
นี่ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า รัฐบาลจีนเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจังในปีนี้ เพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก โดยเฉพาะการที่สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีนเกือบทั้งหมดเป็นอัตราสูงถึง 145% ในเดือนเมษายน ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงสงบศึกเมื่อต้นเดือนนี้
รายรับเริ่มทรงตัว ขณะที่รายจ่ายยังเร่งตัว แม้รายได้ของรัฐบาลจะเริ่มทรงตัว แต่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นมาก รายได้รวมในสองบัญชีหลักของงบประมาณจีนอยู่ที่ 9.32 ล้านล้านหยวน ลดลงเพียง 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าฟื้นตัวจากช่วงไตรมาสแรกที่ร่วงแรงกว่านี้
ในเดือนเมษายน รายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อนหน้า หลังจากที่ลดลง 2.2% ในเดือนมีนาคม โดยนักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ในด้านรายจ่าย ตัวเลขจากกระทรวงการคลังระบุว่า รายจ่ายรวมอยู่ที่ 11.97 ล้านล้านหยวน ในช่วง 4 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตัวเลขนี้รวมทั้งงบประมาณทั่วไป (ใช้จ่ายประจำ) และงบกองทุนรัฐบาล (เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน)
รายจ่ายที่เติบโตเร็วที่สุดในงบประมาณทั่วไปคือ ดอกเบี้ยเงินกู้ภาครัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ตามด้วย งบประกันสังคม–การจ้างงาน และ การศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นความพยายามของรัฐบาลในการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า
ทั้งนี้มีสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการอื่น ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนผ่านการออกพันธบัตร โดยเฉพาะในระดับรัฐบาลกลางและท้องถิ่น ในช่วง 4 เดือนแรก รายจ่ายจากงบกองทุนของรัฐบาลกลางพุ่งขึ้น 75% ขณะที่ในระดับจังหวัด เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
หลังจากที่จีนและสหรัฐบรรลุข้อตกลงลดภาษีชั่วคราว ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเมษายนที่ออกมาค่อนข้างดี ธนาคารต่างชาติหลายแห่งได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ และ ลดความคาดหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นรอบใหม่ในเร็ว ๆ นี้
ตัวเลขงบประมาณที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ยิ่งสนับสนุนความเชื่อว่ารัฐบาลจีนอาจชะลอการออกมาตรการใหม่
เจ้าหลัวเผิง ซิง นักกลยุทธ์อาวุโสจากธนาคาร ANZ กล่าวว่า "รัฐบาลเพิ่มการใช้จ่าย ขณะที่รายได้เริ่มทรงตัว นั่นหมายความว่าความจำเป็นในการขยายขาดดุลงบประมาณต่อในช่วงกลางปีเริ่มลดลง"
อ้างอิง : finance.yahoo.com