โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัย! พบปลั๊กอินปลอมบน Firefox กว่า 40 ตัว ขโมยกระเป๋าคริปโตโดยตรง

ทันหุ้น

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 03.55 น.

เตือนภัย! พบปลั๊กอินปลอมบน Firefox กว่า 40 ตัว ขโมยกระเป๋าคริปโตโดยตรง

บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ Koi Security ออกรายงานล่าสุดระบุว่าพบปลั๊กอินปลอม (fake extensions) บนเบราว์เซอร์ Firefox มากกว่า 40 ตัว ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขโมยคริปโตเคอร์เรนซีจากผู้ใช้งาน โดยแคมเปญมัลแวร์นี้ยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน

ปลั๊กอินเหล่านี้แอบอ้างเป็นเครื่องมือกระเป๋าเงินดิจิทัลยอดนิยม เช่น Coinbase, MetaMask, Trust Wallet, Phantom, Exodus, OKX, MyMonero, Bitget และอีกหลายตัว โดยเมื่อผู้ใช้ติดตั้งแล้ว มัลแวร์จะทำการดึงข้อมูล credential (รหัสผ่านหรือ seed phrase) จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์ทันที

แฝงตัวแนบเนียน ปลอมรีวิวและใช้โค้ดจริงของปลั๊กอินแท้

Koi Security ระบุว่าแคมเปญนี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนเมษายน และปลั๊กอินล่าสุดเพิ่งถูกอัปโหลดขึ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ความอันตรายอยู่ที่ปลั๊กอินเหล่านี้ถูกออกแบบให้ดูน่าเชื่อถือ มีการใส่รีวิวปลอมระดับ 5 ดาวจำนวนมาก รวมถึงใช้ชื่อและโลโก้เหมือนกับปลั๊กอินจริงทุกประการ

นอกจากนี้ แฮกเกอร์ยังนำโค้ดจากปลั๊กอินของแท้ที่เป็นโอเพ่นซอร์สมาใช้ แล้วเพิ่มโค้ดอันตรายเข้าไป โดยยังคงให้ประสบการณ์ใช้งานที่แทบไม่แตกต่างจากของจริง ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก

สงสัยเป็นกลุ่มผู้โจมตีที่พูดภาษารัสเซีย

แม้จะยังไม่สามารถระบุตัวผู้โจมตีได้อย่างแน่ชัด แต่ Koi Security พบเบาะแสบางอย่าง เช่น คอมเมนต์ในโค้ดที่เป็นภาษารัสเซีย และไฟล์ PDF ที่ดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุมมัลแวร์ซึ่งมี metadata เป็นภาษารัสเซีย จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าผู้โจมตีเป็นกลุ่มที่พูดภาษารัสเซีย

วิธีป้องกันมัลแวร์ปลั๊กอินปลอม

Koi Security แนะนำให้ผู้ใช้งานติดตั้งปลั๊กอินหรือส่วนขยายเบราว์เซอร์จากผู้พัฒนา (publisher) ที่ผ่านการตรวจสอบเท่านั้น และควรมองว่า “ปลั๊กอิน” ก็เป็นซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบที่อาจสร้างความเสียหายได้หากไม่ระวัง ดังนั้นจึงควร:

  • เปิดใช้ allowlist สำหรับส่วนขยายที่อนุญาต
  • เฝ้าระวังพฤติกรรมหรือการอัปเดตของปลั๊กอินที่ผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งปลั๊กอินที่มีชื่อหรือโลโก้คล้ายของแท้ แต่ไม่ได้มาจากแหล่งทางการ

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และปลั๊กอินปลอมเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของแฮกเกอร์ที่พยายามเข้าถึงทรัพย์สินดิจิทัลของผู้ใช้อย่างแนบเนียน

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/fake-firefox-extensions-crypto-wallet-malware

“Crypto Week” มาแล้ว! สภาสหรัฐฯ เตรียมผ่าน 3 กฎหมายคริปโตชุดใหญ่กลางเดือนนี้

หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรผ่าน “ร่างกฎหมาย big, beautiful bill” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไปได้สำเร็จ ล่าสุดผู้นำสภาได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า สัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 14 กรกฎาคมนี้จะเป็น “Crypto Week” ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลหลายฉบับ

Mike Johnson ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐลุยเซียนา พร้อมด้วย French Hill ประธานคณะกรรมาธิการบริการการเงิน และ GT Thompson ประธานคณะกรรมาธิการเกษตร ประกาศว่าสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่

  • ร่างกฎหมาย Stablecoin

  • ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต

  • ร่างกฎหมายต่อต้านการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) แบบตรงถึงประชาชน

ประธานสภา Johnson กล่าวว่า:

“พรรครีพับลิกันในสภากำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์คริปโตของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างเต็มรูปแบบ”

ดันกฎหมาย Stablecoin ฉบับวุฒิสภา (GENIUS) หวังทรัมป์เซ็นทันสิงหาคม

ในช่วงก่อนหน้านี้ มีข่าวว่าสภาผู้แทนอาจผลักดันร่างกฎหมาย Stablecoin เวอร์ชันของตนเองชื่อว่า STABLE Act แต่จากท่าทีล่าสุดดูเหมือนจะเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ ร่างกฎหมาย GENIUSที่วุฒิสภานำเสนอ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว

ร่างกฎหมาย GENIUS กำหนดให้ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ต้องมีสินทรัพย์รองรับ 100% เป็นดอลลาร์สหรัฐหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง รวมถึงต้องมีการตรวจสอบบัญชีรายปี หากมีมูลค่าตลาดเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ และมีข้อกำหนดชัดเจนต่อผู้ออกเหรียญในต่างประเทศ

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า ต้องการให้ร่างกฎหมาย Stablecoin อยู่บนโต๊ะทำงานเขาภายในเดือนสิงหาคมนี้

ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต: Digital Asset Market Clarity Act

อีกหนึ่งกฎหมายสำคัญคือ Digital Asset Market Clarity Act (เรียกสั้น ๆ ว่า Clarity) ซึ่งถูกผลักดันโดยคณะกรรมาธิการบริการการเงินและคณะกรรมาธิการเกษตรแห่งสภาผู้แทนราษฎร

ร่างกฎหมายนี้จะช่วยสร้าง กรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยระบุบทบาทของ สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) และ คณะกรรมการกำกับซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (CFTC) อย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดให้บริษัทคริปโตต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อผู้ลงทุน และแยกเงินของบริษัทกับเงินของลูกค้าอย่างเป็นระบบ

สภาเตรียมพิจารณากฎหมายห้าม Fed ออก CBDC สู่ประชาชน

กฎหมายฉบับสุดท้ายที่จะถูกพิจารณาใน Crypto Week คือร่างของ Tom Emmer รองผู้นำเสียงข้างมาก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ห้ามธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จากการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยตรงถึงประชาชน

Emmer ให้เหตุผลว่า การออก CBDC แบบนี้อาจละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเมืองอเมริกัน และขัดต่อหลักเสรีภาพทางการเงิน

ฝ่ายเดโมแครตออกโรงค้าน บางคนมองว่าทรัมป์ผลักดันเพราะผลประโยชน์ทับซ้อน

แม้ร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับจะได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากพรรครีพับลิกัน แต่ฝ่ายเดโมแครตกลับมีท่าทีไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในวงการคริปโต ทั้งจากโปรเจกต์ World Liberty Financial, TRUMP และ MELANIA memecoins ซึ่งคาดว่าเขาได้กำไรกว่า 620 ล้านดอลลาร์จากโครงการเหล่านี้

สรุป: สหรัฐฯ จ่อเข้าสู่ยุคคริปโตเต็มรูปแบบภายใต้การนำของทรัมป์?

Tom Emmer กล่าวปิดท้ายว่า:

“เมื่อร่างกฎหมายเหล่านี้ผ่านไปถึงโต๊ะประธานาธิบดีทรัมป์ เราจะสามารถปกป้องเสรีภาพทางการเงินของชาวอเมริกัน และทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์กลางของคริปโตระดับโลกอย่างแท้จริง”

อ้างอิง : theblock.co

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/us-crypto-week-trump-stablecoin-cbdc-bill-2025

USDC แซง USDT ในยุโรป! โต 29 เท่า หลัง MiCA ดัน Stablecoin โปร่งใส

Stablecoin กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของตลาดซื้อขายคริปโตระดับสถาบัน โดยครองสัดส่วนกว่า 74.6% ของธุรกรรม OTC (Over-the-Counter) ทั้งหมดในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 46% ในปี 2024 และเพียง 23% ในปี 2023 ตามรายงานใหม่จากบริษัทเทคโนโลยีการซื้อขาย Finery Markets

รายงานนี้วิเคราะห์จากธุรกรรมทั้งหมด กว่า 4.1 ล้านรายการ บนแพลตฟอร์มซื้อขายแบบ non-custodial ของ Finery ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2025

ตัวเลขตลาด OTC โตแบบก้าวกระโดด

  • ปริมาณซื้อขายแบบ OTC พุ่งขึ้น 112.6% เมื่อเทียบปีต่อปี
  • จำนวนดีลเพิ่มขึ้น 57.6%
  • ธุรกรรมที่ใช้ Stablecoin โตถึง 154%
  • การแลกเปลี่ยน “คริปโต–Stablecoin” เพิ่มขึ้น 277.4%
  • ขณะที่การแลก “คริปโต–Fiat” โตเพียง 48.5%

นักวิเคราะห์ชี้ว่า Stablecoin คือ เซ็กเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมคริปโต ณ เวลานี้

USDC กลายเป็นดาวเด่นในยุโรป

ภายใต้กฎระเบียบ MiCA ของยุโรป หลายแพลตฟอร์มเริ่มถอดหรือจำกัดการใช้งานของคู่แข่งอย่าง USDT (Tether) ทำให้ USDC (ของ Circle) กลายเป็นผู้นำ ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่โต 29 เท่าในช่วงครึ่งปีแรก

ขณะเดียวกัน Altcoin อย่าง Cardano, Litecoin, Solana, Tron และ XRP รวมกันครองสัดส่วน 16.7% ของดีล OTC ทั้งหมด แต่เหรียญหลักอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Stablecoin ยังเป็นแกนหลักของพอร์ตลงทุนสถาบัน

โลกการเงินดั้งเดิมเริ่มเทใจให้ Stablecoin

ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการชำระบัญชี (settlement) ทำให้บริษัทใหญ่หันมาลงทุนใน Stablecoin อย่างจริงจัง เช่น:

  • Stripe เข้าซื้อบริษัทโครงสร้างพื้นฐานการจ่ายเงิน Bridge มูลค่า $1.1 พันล้าน และเปิดฟีเจอร์จัดการเงินผ่านบล็อกเชน
  • JPMorgan และ Fiserv เตรียมเปิดตัวโครงการ Stablecoin ของตนเอง
  • Galaxy Digital ระดมทุนได้ $175 ล้านสำหรับกองทุน DeFi และ Stablecoin
  • Ubyx สตาร์ตอัปสาย clearing network ได้เงินทุน $10 ล้าน

เสถียรภาพของ Stablecoin ยังมีความเสี่ยง

แม้ตลาด Stablecoin จะโตเร็ว แต่อาจตามมาด้วย “ความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk)” หากโครงสร้างตลาดไม่รองรับการเติบโตได้อย่างมั่นคง

Konstantin Shulga ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Finery Markets เตือนว่า:

“เมื่อมีผู้ออก Stablecoin เพิ่มขึ้นในหลายบล็อกเชน ความเสี่ยงเรื่องการกระจายตัวของตลาด (fragmentation) และปัญหา depeg จะเพิ่มขึ้นตาม”

Shulga ระบุว่า หากมี Stablecoin หนึ่ง “หลุด peg” (ราคาไม่ตรงกับค่าเงินที่อ้างอิง) อาจนำไปสู่ วิกฤตความเชื่อมั่น และเกิด "run" ในวงกว้างต่อผู้ออกเหรียญรายอื่น ๆ ด้วย

“การมีสภาพคล่องในตลาดรอง (secondary market depth) เป็นตัวกันกระแทกที่สำคัญ หากจะป้องกันวิกฤต Depeg ในอนาคต”

สรุป: Stablecoin = กรณีใช้งานระดับ ‘WhatsApp Moment’ ของคริปโต?

หลายคนขนานนามว่า Stablecoin คือ “killer use case” ของคริปโต หรือ ช่วงเวลาที่เทียบเท่าการเกิดของ WhatsApp ในโลก Web2 ที่ทำให้ผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่แบบแมสมากขึ้น

กระทรวงการคลังสหรัฐโดย รัฐมนตรี Scott Bessent คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดของ Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์อาจแตะ $2 ล้านล้าน ภายในปี 2028 และกลายเป็นกลไกที่ช่วย ยึดอำนาจของดอลลาร์ ไว้ได้ในยุค Web3 หากมีกฎหมายสนับสนุนที่เหมาะสม

อ้างอิง : theblock.co

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/stablecoin-dominates-otc-crypto-2025-risk-liquidity-growth

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...