โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เพจดังโพสต์สรุป ดราม่าเดือด เมียดาราปะทะโมนา ปมปารองเท้า-ด่าทอ

สยามนิวส์

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.13 น. • สยามนิวส์
เพจดังโพสต์สรุป ดราม่าเดือด เมียดาราปะทะโมนา ปมปารองเท้า-ด่าทอ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจดังอย่าง อรรถรส ได้ออกมาสรุปดราม่าระหว่าง Yingaon (ออน) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นภรรยาของดารา กับ โมนา อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มีการโต้ตอบกันอย่างดุเดือดถึงขั้นปารองเท้าใส่กันและใช้คำพูดรุนแรง ซึ่งล่าสุดเรื่องราวได้บานปลายไปถึงการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว

โดยจุดเริ่มต้นของดราม่าปะทุขึ้นจากฝั่ง Yingaon (ออน) ที่ได้โพสต์ข้อความระบายความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าถูกอีกฝ่ายปารองเท้าใส่หัวต่อหน้าทุกคน และหลังก่อเหตุอีกฝ่ายก็หนีกลับไปทันที ไม่มีการเคลียร์ใดๆ เธอประกาศชัดเจนว่าจะไปแจ้งความ และทิ้งท้ายด้วยประโยคจิกกัดที่ว่า กูจะรู้หรอ? กูไม่รู้หรอก มึงลูกใคร มาถามกูทำไม ปญอ พร้อมทั้งโพสต์ท้าทายให้อีกฝ่ายมารับผิดชอบการกระทำ

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : อรรถรส

ด้าน โมนา ได้ออกมาโพสต์โต้กลับอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เริ่มต้นจากเธอ แต่ฝั่งเมียดาราต่างหากที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน พร้อมย้อนเล่าวีรกรรมเก่าเมื่อ 2 เดือนก่อน ที่ผับ RCA ซึ่งเมียดาราแสดงอาการหึงหวงเมื่อเห็นโฮสที่เคยใช้บริการ และโยนป๊อปคอร์นใส่โต๊ะโมนา พร้อมข่มขู่ด้วยประโยคคลาสสิกว่า มึงรู้มั้ยกูเป็นใคร เหตุการณ์ครั้งนั้นจบลงด้วยการที่เมียดาราถูกแบนจากผับ

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก :อรรถรส

สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่ผับเอกมัย โมนาเผยว่า แม้โต๊ะจะอยู่ไกลกัน แต่เมียดาราเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเรื่องถึงโต๊ะ โดยมีทั้งการ์ดผับและบอดี้การ์ดเป็นพยาน พร้อมระบุว่าคลิปที่อีกฝ่ายโพสต์นั้น หนังคนละม้วน เพราะไม่ได้เผยช่วงที่เดินเข้ามาหาเรื่องก่อน

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : อรรถรส

นอกจากนี้ประเด็นเรื่อง รองเท้า ที่ถูกโต้กันไปมา โมนาชี้แจงว่า เมียดาราเป็นคนปารองเท้าส้นสูงใส่เธอก่อน แต่เธอหลบทัน ทว่ารองเท้ากลับไปโดนพี่ผู้ชายที่เข้ามาห้ามจนคิ้วแตก ซึ่งโมนาเป็นผู้ออกค่าทำแผลให้เอง นอกจากนี้ เพื่อนของเธอก็โดนรองเท้าจากฝั่งตรงข้ามปาใส่จนแขนบวม ทำให้โมนาปารองเท้าตอบกลับ แต่ยืนยันว่าเธอปารองเท้าต่ำมาก ไม่น่าจะโดนหัวอีกฝ่ายได้

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่โมนาแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง คือการใช้คำว่า Eก_เทE ล้อเลียนเธอ โดยเธอย้ำว่าแม้จะไม่ซีเรียส แต่คำพูดลักษณะนี้ไม่ควรใช้ในสังคมสมัยใหม่ และไม่ควรนำเรื่องเพศมาหักล้างดราม่า โดยเน้นย้ำถึง ความเท่าเทียม พร้อมฝากข้อคิดว่า อย่าหาทำ เดี๋ยวคนเขาจะด่าว่าพ่อแม่ไม่สอน โมนาปิดท้ายโพสต์ด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนว่า อย่าทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำ อย่าxอแxลค่ะ คนเขาดูออกนะคะ อีกด้วย

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : อรรถรส

ล่าสุด ฝั่ง คุณออน พร้อมชี้แจง โดยทางเพจดัง อรรถรส ว่าได้เข้าแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ใน 2 ข้อหา ได้แก่ ทำร้ายร่างกาย และ หมิ่นประมาท เธอยืนยันว่าจะดำเนินคดี ให้ถึงที่สุด คุณออนเล่าว่า คลิปที่เธอลงไปก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นหลังจาก เพื่อนของเธอโดนอีกฝ่ายโยนรองเท้าใส่ และมีการด่าทอกันระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยยืนยันว่าตนและเพื่อน ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องก่อน แต่เป็นอีกฝ่ายที่เข้ามาทำร้ายเพื่อนของเธอก่อน

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : อรรถรส

คุณออนยังระบุว่าขณะที่เธอพยายามจะเข้าไปคุยดีๆ กลับถูกด่าด้วยคำหยาบคาย และถูกโยนรองเท้าใส่ตัวเธอด้วย พร้อมอ้างว่าในคลิปที่อีกฝ่ายโพสต์นั้น มีการตัดต่อเฉพาะช่วงที่เธอพูดกลับ ทำให้ดูเหมือนว่าเธอและเพื่อนเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ทั้งที่ความจริงไม่รู้จักกับอีกฝ่ายมาก่อนเลย

สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าปารองเท้าใส่หัว คุณออนยืนยันว่า อีกฝ่ายโยนรองเท้าใส่หัวออน โดยอ้างว่ากล้องหน้าร้านดองกิสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ส่วนประเด็นคำว่า Eก_เทE คุณออนยอมรับว่า เพื่อนเป็นคนพูดจริง แต่เกิดขึ้นหลังจากอีกฝ่ายพูดคำหยาบคายใส่มาก่อน และเธอยืนยันว่าตนเองไม่เคยพูดดูหมิ่นเรื่องเพศและไม่เห็นด้วยกับการถูกกล่าวหาว่าบูลลี่เรื่องเพศ

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : อรรถรส

คุณออนยังได้ฝากข้อความถึงผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียว่า ใครมาเม้นอะไรระวังด้วยนะคะ ออนแคปไว้หมดแล้ว และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดค่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าเรื่องราวความขัดแย้งนี้คงต้องไปจบที่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่ายต่อไป

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : อรรถรส

เรียบเรียงเนื้อหาโดย สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...