โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

โชว์ 7 นวัตกรรมสิทธิบัตรทอง @ World Expo 2025 ญี่ปุ่นเลิฟรากฟันเทียม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 02.40 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 09.40 น.

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ได้ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS จัดนิทรรศการแสดงผลงานนวัตกรรมการแพทย์ไทย 7 รายการที่ใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท ในงาน World Expo 2025 โอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเป็นนิทรรศการชั่วคราวที่ร่วมแสดงถึงศักยภาพสาธารณสุขของไทย ซึ่งหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้นถือเป็น 1 ใน 100 ศักยภาพสาธารณสุขของไทยที่นำเสนอสู่ระดับนานาชาติ

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ทั้ง 7 นวัตกรรมนั้น ได้รับการสนับสนุนโดย TCELS โดยเป็นสิ่งที่ไทยอยากให้ต่างประเทศได้เห็นศักยภาพด้านนวัตกรรมของไทย และการที่ถูกนำมาใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว ก็เป็นการสนับสนุนให้นวัตกรรมการแพทย์ฝีมือคนไทยได้มีโอกาสขยายไปตลาดต่างประเทศด้วย เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้ในภาครัฐของประเทศแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

‘ไทยแลนด์พาวิลเลียน’ แรงไม่แผ่ว โอซาก้า คันไซ เอ็กซ์โป 2025

วิศวะมหิดลสุดปัง! ห้องแลปคว้า ISO 13485:2016 ดันรากฟันเทียมสู่สากล

เผยชาวญี่ปุ่นสนใจรากฟันเทียมฝีมือคนไทย

จากการที่ไปจัดแสดงนวัตกรรม ก็มีผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นสนใจรากฟันเทียมฝีมือคนไทยที่มีราคาไม่แพงแต่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และผู้เข้าชมนิทรรศการซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นก็ชื่นชมประเทศไทยว่าดูแลประชาชนได้ดี ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ฝีมือคนไทยในหลักประกันสุขภาพภาครัฐ ทำให้ไม่เป็นภาระทางการเงินของประชาชน

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การนำเสนอเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ฝีมือคนไทยครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงรุกของระบบสาธารณสุขไทย ที่จะไม่ปล่อยให้งบประมาณด้านสุขภาพเป็นเพียง “ค่าใช้จ่าย (expenditure)” แต่จะเปลี่ยนให้เป็น “การลงทุน (Investment)” ได้อย่างไร รัฐบาลจึงมอบหมายให้ สปสช. ในฐานะที่บริหารจัดการงบประมาณสุขภาพก้อนใหญ่ ให้มองไกลกว่าเรื่องสุขภาพที่ดีขึ้น แต่ยังมองไปถึงเรื่องการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ไทย และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลในการออกแบบนิทรรศการชั่วคราวในครั้งนี้ร่วมกันระหว่าง สปสช. และ TCELS

7 นวัตกรรมทางการแพทย์ ในงาน World Expo 2025

ด้าน ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS กล่าวว่า TCELS ได้ร่วมกับ สปสช. ในการสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ไทยให้สามารถขยายตัวในเชิงพาณิชย์ พร้อมกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคม การนำเสนอนวัตกรรมการทางการแพทย์ฝีมือคนไทยทั้ง 7 รายการในงาน World Expo 2025 ครั้งนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ช่วยเปิดตลาดนวัตกรรมการแพทย์ของไทยในต่างประเทศได้ดี และได้รับความสนใจผลิตภัณฑ์ในหลายรายการด้วย

ดร.จิตติ์พร กล่าวต่อว่า นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ได้รับการบรรจุในบัญชีนวัตกรรมไทยและเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ในขณะนี้มี 7 รายการ ได้แก่ 1.เท้าเทียมไดนามิกส์ 2.แผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากวัสดุ Polymethylmethacrylate 3.แผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากไทเทเนียม 4.ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับสำเร็จรูป (OV-ATK) 5.วัคซีนป้องกันโรคไอกรนชนิดไร้เซลล์ acellular Pertussis Vaccine 6.รากฟันเทียม และ 7.ถุงทวารเทียมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้

“ปัจจุบัน มีผู้ป่วยกว่า 105,000 คน ที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมทั้งหมดนี้ แม้จำนวนนี้อาจดูไม่มาก แต่สามารถสร้างรายได้ให้ SMEs กว่า 321 ล้านบาท การนำนวัตกรรมของไทยเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการแพทย์ในราคาที่เหมาะสม ทั้งยังช่วยลดต้นทุนบริการสุขภาพ สร้างตลาดให้กับนวัตกรรมไทย เสริมสร้างศักยภาพของ SME ให้มีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และขยายสาตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย” ผู้อำนวยการ TCELS กล่าว

นอกจากนี้ TCELS ยังได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานความร่วมมือ ในการนำนวัตกรรมสุขภาพที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชมงานที่เป็นประชาชนทั่วไปชาวญี่ปุ่น ไปร่วมจัดแสดงเพิ่มเติม ได้แก่ ไม้เท้าเลเซอร์ช่วยเดินสำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และแก้วน้ำกันสำลักสำหรับผู้สูงอายุ ผลงานของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแผ่นรองเท้าอัจฉริยะและเครื่องสแกนแรงกดใต้ฝ่าเท้า ผลงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าเยี่ยมชมและทดลองใช้งานในพื้นที่จัดนิทรรศการ

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมนิทรรศการชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความประทับใจที่ประเทศไทยใส่ใจการดูแลสุขภาพของประชาชนในประเทศ อีกทั้งยังระบุอีกว่าการที่ไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ชาวญี่ปุ่นสูงอายุเลือกมาใช้ชีวิตวัยเกษียณที่ประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...