โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ลาบูบู้’ ดัน ‘ป๊อปมาร์ท' ขึ้นแท่นยักษ์ใหญ่ด้านส่งออก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 19.55 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

ลาบูบู้” ตัวละครเรือธงของบริษัทของเล่น “ป๊อปมาร์ท” กำลังปลุกกระแสความคลั่งไคล้ของสะสมไปทั่วโลก ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 67% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในหมู่บริษัทจีนที่มีตลาดในต่างประเทศ แซงหน้าบริษัทชื่อดังอื่นๆ เช่น “มินิโซ” (Miniso) บริษัทค้าปลีกของเล่นและของตกแต่งบ้าน ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 45% รวมถึง “เสี่ยวหมี่” (Xiaomi) บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และบีวายดี (BYD) บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรเท่ากันที่ 20%

ปัจจุบัน ลาบูบู้ได้รับความนิยมมากขึ้นจากของเล่นที่ฮิตกันในหมู่วัยรุ่นชาวจีนเป็นของเล่นที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั่วโลก ซึ่งเห็นได้จากทั้งการประมูล “ลาบูบู้ขนาดเท่าคนจริง” ในปักกิ่งที่จบลงด้วยมูลค่ากว่า 150,000 ดอลลาร์ (ราว 4.86 ล้านบาท) และการอดทนต่อแถวรอซื้อลาบูบู้คอลเลกชันใหม่นานหลายชั่วโมงของบรรดาแฟนคลับจากทั่วโลก ตั้งแต่ซิดนีย์ไปจนถึงลอสแอนเจลิส

นอกจากนี้ ความนิยมของลาบูบู้ก็ได้ทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อเซเลบริตีดังอย่าง “คิม คาร์ดาเชียน” และ “ลิซ่า” จากวงแบล็กพิงก์ โพสต์รูปลาบูบู้ของตัวเองลงโซเชียลมีเดีย แม้แต่นักแสดงชื่อดังอย่าง “แบรด พิตต์” ก็ยังถ่ายวิดีโอขณะแกะของกล่องสุ่มลาบูบู้ลงติ๊กต็อกเพื่อโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง F1 The Movie เช่นกัน

มอร์แกน สแตนลีย์ บริษัทบริการทางการเงินระดับโลก เรียกป๊อปมาร์ทว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่เติบโตเร็วที่สุดด้วยมูลค่าตลาดที่สูงกว่า 43,000 ล้านดอลลาร์ และราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นถึง 182% ในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังระบุอีกว่า ยอดขายป๊อปมาร์ทในต่างประเทศจะแซงหน้ายอดขายในประเทศในปี 2025

ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญอันหาได้ยากของป๊อปคัลเจอร์จีนที่สามารถเข้าถึงตลาดตะวันตกซึ่งมียักษ์ใหญ่อย่าง “วอลท์ ดิสนีย์” และ “ซานริโอ้” ครองตลาดมานาน

ป๊อปมาร์ทใช้กระแส “ของสะสม” ที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก จากคอนเทนต์วิดีโอแนว “เหมาซื้อของเล่น” และ คอนเทนต์ “แกะกล่อง” ที่โด่งดังบนโซเชียลมีเดีย ผลักดันยอดขายของตัวเอง พร้อมพลิกโฉมรูปแบบการขายปลีกแบบดั้งเดิม โดยยังคงต้นทุนการผลิตให้ต่ำและเน้นการขายหน้าร้านของตัวเองแทน ซึ่งเป็นกลยุทธ์การขายตรงถึงผู้บริโภคโดยตัดพ่อค้าคนกลางออกไป

เฉิน หลัว หัวหน้าฝ่ายวิจัยผู้บริโภคชาวจีนจาก BofA Global Research กล่าวว่า ในยุคของอินเทอร์เน็ตบนมือถือและโซเชียลมีเดียนั้น มีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะแสวงหา ‘โดพามีน’ หรือ ‘แหล่งความสุขที่หาได้รวดเร็วและราคาไม่แพง’ เพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าแนวโน้มดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไปได้ในระยะกลางถึงระยะยาว

โดยปกติแล้วสินค้าหลายชิ้นมักถูกเพิ่มราคาเมื่อส่งออกไปตลาดตะวันตก ทำให้มีราคาที่สูงกว่าราคาเดิมในจีน บริษัทมอร์แกน สแตนลีย์กล่าวว่า ป๊อปมาร์ทสามารถทำกำไรในสหรัฐได้สูงถึง 75% แม้จะต้องเจอกับภาษีศุลกากรก็ตาม โดยคาดว่ายอดขายในอเมริกาเหนือจะเท่ากับยอดขายในจีนได้ภายในปี 2028-2029 นอกจากนี้มอร์แกน สแตนลีย์ยังประเมินว่า ยอดขายของป๊อปมาร์ทจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2023 ถึงกว่า 500%

ลาบูบู้มีหลายขนาดและหลายรูปแบบ พร้อมชุดและของตกแต่งอีกมากมาย เพื่อดึงดูดให้แฟนๆ เกิดความต้องการสะสมให้ครบทุกแบบ อย่างไรก็ตาม ป๊อปมาร์ทขายสินค้าส่วนมากในรูปแบบ “กล่องสุ่ม” นั่นหมายความว่า ผู้ซื้อไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะได้สินค้าแบบใด จึงทำให้หลายคนต้องซื้อซ้ำเพื่อตามหาสินค้าในแบบที่อยากได้โดยเฉพาะ

ปัจจุบัน ลาบูบู้ขนาดปกติแบบพวงกุญแจวางขายในจีนแผ่นดินใหญ่ในราคา 99 หยวน (ประมาณ 450 บาท) ขณะที่ราคาในสหรัฐอยู่ที่ 28 ดอลลาร์ (ประมาณ 910 บาท)

การเติบโตอย่างรวดเร็วของป๊อปมาร์ทในตะวันตกนั้นโดนเด่นมาก สวนทางกับความตึงเครียดด้านการค้าที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากป๊อปมาร์ทสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านการส่งออกที่ท้าทายบริษัทจีนอื่นๆ เช่น ความท้าทายที่บริษัทหัวเว่ย (Huawei) ต้องพบเจอ

แม้ว่าความขัดแย้งทางการค้าจะทำให้ยอดขายประจำปีในยุโรปของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนลดลงเป็นครั้งแรกในปี 2024 แต่ป๊อปมาร์ทยังสามารถขยายฐานการผลิตไปทั่วโลกได้โดยแทบไม่พบอุปสรรคทางด้านการเมืองเลย

ยอดขายป๊อปมาร์ท ‘สหรัฐ-ยุโรป’ โตแรง

ผู้บริโภคทั่วสหรัฐ ยุโรป และออสเตรเลียต่างเข้าคิวรอซื้อลาบูบู้เพื่อลุ้นโอกาสที่จะได้นำสินค้าใหม่ชิ้นนี้ไปอวดบนติ๊กต๊อกและอินสตาแกรมโดยกระแสความนิยมยังคงดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง แม้ค่าครองชีพและความตึงเครียดทางการค้ายังคงสูงขึ้นอยู่ก็ตาม

รายงานจาก China Merchants Securities International ระบุว่า ความต้องการสินค้าจากผู้คนในท้องถิ่นกำลังช่วยผลักดันการขยายตัวของป๊อปมาร์ทไปทางตลาดตะวันตก โดยยอดขายมากกว่า 70% ในยุโรปและสหรัฐมาจากผู้บริโภคในท้องถิ่น ไม่ใช่ชาวจีนที่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือนักท่องเที่ยว

ป๊อปมาร์ทรายงานในเดือน เม.ย.ว่า ในไตรมาสแรกของปี 2025 รายได้ในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นถึงกว่า 900% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ยุโรปพุ่งสูงขึ้นประมาณ 600% ในช่วงเวลาเดียวกัน แซงหน้ารายได้ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีการเติบโตประมาณ 100%

นอกจากนี้ ธุรกิจในต่างประเทศก็มีแนวโน้มว่าจะเห็นผลกำไรมากกว่าเช่นกัน โดยอัตรากำไรขั้นต้นในต่างประเทศสูงกว่าในจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 7% ซึ่งรายได้นอกจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นเกือบ 39% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทเมื่อสิ้นปี 2024 จากการเพิ่มสาขาในต่างประเทศกว่า 100 สาขา รวมถึงป๊อปมาร์ทสาขาที่เน้นสร้างประสบการณ์ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีส และป๊อปมาร์ทธีมเคป๊อปในกรุงโซล

ในเดือนมี.ค. ป๊อปมาร์ทระบุบนแพลตฟอร์มวีแชท (WeChat) ว่ามีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีกประมาณ 100 แห่งนอกจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2025

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาลาบูบู้อย่างเดียวก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนในอนาคตได้ ตัวละครอื่นๆ ของ Pop Mart ยังไม่สามารถสร้างกระแสระดับโลกได้เหมือนกับลาบูบู้ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนในระยะยาว และปัจจุบัน ผู้ซื้อชาวจีนเริ่มพบเจอกับราคาขายต่อที่พุ่งสูงขึ้นและสินค้าลอกเลียนแบบจำนวนมากแล้ว

ในเดือนมิ.ย. หุ้นป๊อปมาร์ทในฮ่องกงร่วง หลังจากสื่อของรัฐบาลจีนเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลกล่องสุ่มที่เข้มงวดขึ้น ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานะของลาบูบู้ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวละครของป๊อปมาร์ทยังขาดเรื่องราวที่น่าจดจำที่สามารถส่งต่อรุ่นสู่รุ่นเหมือนกับดิสนีย์และซานริโอ้อีกด้วย

เฉิน ต้า ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน Dante Research กล่าวว่ารูปแบบธุรกิจของป๊อปมาร์ท คือ “การผลิตสินค้าที่ได้รับความนิยมซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง หรือการพึ่งพาสินค้าที่เป็นกระแสเพียงหนึ่งหรือสองอย่างมากเกินไป” ทำให้ไม่มีวันรู้เลยว่าสินค้าชนิดอื่นที่คนดังนิยมจะสามารถขายดีและประสบความสำเร็จเหมือนกันหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...