“รูบิโอ-หวังอี้” หารือครั้งแรกที่มาเลเซีย อาจปูทางสู่การประชุมสุดยอด “ทรัมป์-สีจิ้นผิง”
"รูบิโอ-หวังอี้" หารือครั้งแรกที่มาเลเซีย อาจปูทางสู่การประชุมสุดยอด "ทรัมป์-สีจิ้นผิง" ท่ามกลางความพยายามฟื้นสัมพันธ์หลังข้อตกลงหยุดสงครามการค้า
วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.41 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ได้เริ่มต้นการประชุมแบบพบหน้ากับ หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่าย และอาจเป็นก้าวแรกสู่การจัดประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประธานาธิบดี
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศได้ร่วมโต๊ะเจรจาในการประชุมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งจะสิ้นสุดในวันศุกร์ โดยทั้งคู่ไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ กับผู้สื่อข่าวก่อนเริ่มการหารือ
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการพบปะระดับสูงที่สุดระหว่างจีนกับสหรัฐ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หวนคืนสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม หากการเจรจาครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ก็อาจเปิดทางสู่การประชุมผู้นำระดับสูงเพื่อลดความตึงเครียดเพิ่มเติม ภายหลังการบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้า แม้ว่ายังคงมีประเด็นขัดแย้งอีกหลายเรื่อง
รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะหยิบยกประเด็นการสนับสนุนรัสเซียของจีนขึ้นพูดคุยกับหวังอี้ โดยระบุว่า “จีนชัดเจนว่าให้การสนับสนุนรัสเซียในความพยายามของพวกเขา และผมคิดว่าพวกเขาพยายามช่วยเท่าที่จะทำได้โดยไม่ถูกจับได้”
โดยการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและการทูตของจีนต่อรัสเซียหลังรุกรานยูเครน เป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่เป็นอุปสรรคในความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก
ในการโทรศัพท์ครั้งก่อนเมื่อเดือนมกราคม รูบิโอได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับท่าทีของจีนต่อไต้หวันและทะเลจีนใต้ ขณะที่หวังอี้เตือนสหรัฐ ให้ระมัดระวังในการจัดการกับประเด็นไต้หวัน
ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวว่าเขาต้องการพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ภายในปีนี้ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนก็ได้แสดงความหวังต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีเช่นกัน
ในการพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน สี จิ้นผิง ได้เชิญทรัมป์ให้เยือนจีน ขณะเดียวกันทำเนียบขาวของสหรัฐก็ได้สอบถามบรรดาผู้บริหารธุรกิจเกี่ยวกับความสนใจที่จะร่วมเดินทางเยือนจีนพร้อมกับประธานาธิบดี
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หวังอี้เดินทางไปนิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ไม่มีการหารือทวิภาคีกับฝ่ายบริหารของทรัมป์ อย่างไรก็ตามในสัปดาห์ถัดมา ทั้งสองประเทศได้ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีสินค้าจีนของสหรัฐฯ สูงสุดถึง 145% ก่อนที่จะมีการพักบังคับใช้ภาษีดังกล่าวเป็นเวลา 90 วันในเดือนพฤษภาคมหลังจากเริ่มเจรจา
ศาสตราจารย์เคลาส์ ลาร์เรส แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา กล่าวว่า “เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มที่ทรัมป์อาจพิจารณาจัดประชุมกับสี จิ้นผิง ระหว่างการประชุม APEC หรืออาจที่กรุงปักกิ่งในช่วงต้นเดือนกันยายน การพบกันของเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งนี้อาจเป็นเวทีเตรียมความพร้อมและช่วยลดความตึงเครียดก่อนถึงวันนั้น”
ทั้งนี้สหรัฐและจีนต่างก็เป็นสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ซึ่งผู้นำของทั้งสองประเทศมักใช้เป็นโอกาสในการพบปะกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีสัญญาณบ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้ในการเจรจาทางการค้า ณ กรุงเจนีวาและลอนดอน โดยจีนตกลงกลับมาส่งออกแร่หายาก ขณะที่สหรัฐเสนอผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกบางรายการ เช่น เอทเทน ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป และชิ้นส่วนเครื่องยนต์เจ็ต
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า คาดว่าจะพบกับคู่เจรจาชาวจีนภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อขับเคลื่อนการเจรจาเรื่องการค้าและประเด็นอื่น ๆ ขณะที่รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ นายฮาวเวิร์ด ลัทนิก กล่าวว่าสองประเทศจะเริ่มการหารือด้านการค้าในวงกว้างในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนที่การพักบังคับใช้ภาษีจะสิ้นสุดลง
ทั้งนี้ในปี 2563 จีนได้คว่ำบาตรรูบิโอสองครั้งในขณะที่เขายังเป็นวุฒิสมาชิก จากการวิจารณ์ของเขาเกี่ยวกับการจัดการของจีนต่อฮ่องกงและซินเจียง ตลอดจนการผลักดันกฎหมายลงโทษรัฐบาลจีน อย่างไรก็ตามจีนระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการแลกเปลี่ยนในระดับทางการ
อ้างอิง : finance.yahoo.com