โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยเหนื่อยหน่อย! “เศรษฐกิจ” อาจตกต่ำอีก 2 ปี ธุรกิจจำนวนน้อยมีโอกาสเติบโต เตรียมรับมือ-ปรับตัว

Thairath Money

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 09.47 น.
ภาพไฮไลต์

ในปี 2568 นี้ เป็นปีที่มีเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นบนโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าที่เกิดจากนโยบาย ขึ้นภาษีนำเข้าของผู้นำสหรัฐ และความผันผวนในตลาดการเงิน รวมถึงสงครามระหว่างประเทศ รัสเซีย - ยูเครน และ อิสราเอล - อิหร่าน ที่ส่งผลให้ความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความผันผวน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับที่สูงมาก

โดยล่าสุดวันนี้ (18 มิ.ย.2568) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินเศรษฐกิจโลกในปี 2568 นี้ และในปี 2569 ว่ามีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพียง 2.3% เท่านั้น ซึ่งชะลอตัวลงจาก 2.8% ในปีก่อน

ในขณะเดียวกัน ผลกระทบจากสงครามการค้า ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูง และปัจจัยอื่น ๆ จะเป็นแผลเป็นของเศรษฐกิจไทย และด้วยข้อจำกัดด้านการคลัง จะกดดันให้เศรษฐกิจของไทยนั้น มีแนวโน้มที่จะ “ขยายตัวต่ำลงอีก ในช่วง 2 ปี ข้างหน้าต่อจากนี้” และเราอาจจะได้เห็นเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โตเฉลี่ยต่ำกว่า 1%

โดย SCB EIC ประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะเติบโตเพียง 1.5% ส่วนในปีหน้า (2569) จะเติบโตเพียง 1.4% ถือว่าต่ำกว่าคาเฉลี่ยอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยจะแผ่วลงในเกือบทุกมิติ โดยเฉพาะในภาคเอกชน จะแผ่วลง และชะลอตัวลงเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบที่มาจากการที่ภาคครัวเรือนยังงอยู่ในช่วงการปรับลดภาระหนี้ที่สูงขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า ทำให้ครัวเรือนจะระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

ในภาคของการท่องเที่ยวของไทย ในช่วงต้นปีแรกมีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี โดยในเดือน ม.ค. เติบโตถึง 22% แต่ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นมา กลับติดลบมาโดยตลอดจนถึงเดือน พ.ค. ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวจีน และการท่องเที่ยวอย่างประหยัด และระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง

นอกจากนี้ธุรกิจในประเทศไทย มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงเรื่อย ๆ ต้องเจอกับศึกอีกหลายด้าน และจะเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากนโยบายขึ้นภาษีของทรัมป์ และสงครามความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล - อิหร่าน นอกจากนี้เราจะต้องคอยจับตาดูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชาต่อไปในอนาคต ว่าจะเป็นอย่างไร แล้วจะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจในภาคต่าง ๆ อย่างไรบ้าง

ส่วนกรณี กระทรวงพาณิชย์ เพิ่งประกาศตัวเลขภาคการส่งออกของเดือน พ.ค. ออกมาว่าทะลุ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ดร. ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน SCB EIC มองว่าเป็นแค่ข่าวดีในระยะสั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวก็ต้องมาดูในเรื่องของความท้าทายเชิงโครงสร้างกันอีกที

แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ถดถอย และมีความไม่แน่นอนสูง ก็มีธุรกิจบางกลุ่มที่มีโอกาสที่จะเติบโตได้ เช่น ธุรกิจที่มีสินค้า และบริการที่เป็นเอกลักษณ์ กลุ่มธุรกิจที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ เช่น ธุรกิจ Health and wellness เป็นต้น เนื่องจากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้มีการปรับตัวพัฒนาสินค้า และบริการให้ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคศักยภาพสูง

นั่นเท่ากับว่า หากในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มไม่แน่นอนเช่นนี้ เศรษฐกิจส่อโตต่ำ หนี้ครัวเรือนก็ยังสูง ปัจจัยลบรอบด้าน ประชาชนอาจต้องใช้จ่ายอย่างมีสติ เพิ่มความสำคัญกว่าเดิม อย่างการจดรายจ่าย วางงบประมาณล่วงหน้า จัดสรรเงินเผื่อฉุกเฉินให้พออย่างน้อย 3-6 เดือน หรือปรับรูปแบบการธุรกิจของตนเองให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากขึ้น

ที่มา : SCE EIC

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...