โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่ทหารกล้า ร้องไห้ปิ่มขาดใจ ลูกเสียชีวิตรบทหารเขมร ปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย

ไทยโพสต์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 20.14 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 13.14 น.

แม่พลทหารธีรยุทธ ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ร้องไห้ปิ่มขาดใจหลังได้รับข่าวร้าย ลูกถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตขณะปะทะกับทหารเขมรที่ชายแดนศรีสะเกษ เผยสุดเศร้าขณะอยู่ศูนย์อพยพสวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัยทุกวัน ทั้งเสียใจและภูมิใจ พี่สาวเผยทั้งน้ำตาน้องปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้ายส่วนเหตุปะทะที่ช่องสายตะกูทหารเจ็บ 4 นาย ล่าสุดเสียชีวิตที่ รพ.1 นาย 29 กรกฎาคม 2568 - นายกิมแดง และนางติน กระจ่างทอง พร้อมสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเป็นชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่ต้องอพยพหนีภัยสู้รบไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง ต่างก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ หลังทราบข่าวร้ายจากทางการว่า พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง หรือพลทหารแก้ว อายุ 21 ปี สังกัด มทบ.21 (ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา) ได้ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วานนี้ (28 ก.ค.68) ก่อนจะถึงกำหนดหยุดยิงตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นทางกิ่งกาชาดอำเภอละหานทราย ก็ได้จัดรถตู้ไปรับพ่อแม่และครอบครัวพลทหารธีรยุทธ ที่ศูนย์พักพิงใน อ.นางรอง กลับมาที่วัดแห่งหนึ่งใน ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย เพื่อมารอรับศพลูกชาย ที่ทางการจะส่งศพกลับภูมิลำเนาในวันพรุ่งนี้ (30ก.ค.68)เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ ขณะที่นายเทพพนม สมเสมอ นายอำเภอละหานทราย พร้อมปลัดอำเภอละหานทราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้เดินทางไปให้กำลังให้พ่อแม่ และครอบครัวของพลทหาร ธีรยุทธ โดยรับปากว่าทางการจะรับผิดชอบจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ ให้สมกับทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมกันนี้ผู้นำชุมชน ชรบ. และชาวบ้านบางส่วนที่เริ่มกลับเข้าหมู่บ้าน หลังมีข้อตกลงหยุดยิงก็ได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อเตรียมรับศพและประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งคาดว่าศพมาถึงในวันพรุ่งนี้(30ก.ค.68) ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่ย้ำเตือนถึงความเสียสละของทหารไทยผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าในการปกป้องอธิปไตยของชาติไม่ให้ใครมารุกรานย่ำยี นางติน ผู้เป็นแม่บอกว่าก่อนที่ลูกจะไปปฏิบัติที่ที่ชายแดนช่วงสถานการณ์ตึงเครียดก็ได้มาไหว้ขอพรแม่ ซึ่งแม่ก็ได้ให้ชายผ้าถุง และพระติดตัวกับลูกชายไปด้วย เพื่อหวังให้ช่วยปกป้องคุ้มครองลูกชายให้ปลอดภัย ซึ่งช่วงแรกก็ยังติดต่อลูกได้ซึ่งลูกบอกว่าหลังจากนั้นอาจจะติดต่อไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ส่วนแม่และคนในครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงใน อ.นางรอง แม่ก็สวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัยทุกวัน และติดตามข่าวการปะทะกันตลอด กระทั่งช่วงเช้าเห็นลูกสาวร้องไห้ ก็ยังแปลกใจว่าร้องไห้ทำไม ตอนนั้นลูกสาวยังไม่ยอมบอกอาจจะกลัวแม่ทำใจไม่ได้ กระทั่งสายๆ จึงรู้ว่าลูกชายที่ไปรบถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตก็ใจแทบสลาย เพราะได้ยินเขาบอกว่าจะหยุดยิงแล้วก็คิดว่าลูกจะปลอดภัยไม่มีการสู้รบกันแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียลูกชายเร็วแบบนี้ ก็ทั้งเสียใจที่สูญเสียลูกชายไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ก็ภูมิใจที่เขาได้รับใช้ชาติ ก่อนหน้านี้ช่วงที่ลูกประจำการก็ส่งเงินให้แม่ใช้ตลอด แล้วก็รับปากแม่ว่า ถ้าปลดประจำการแล้ว จะทำงานหาเงินมาสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ แต่คงไม่มีวันนั้นแล้วเพราะลูกชายจากไปแล้ว ขณะที่นางสาวหอมจันทร์ อายุ 26 ปี พี่สาวพลทหารแก้วบอกว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา น้องยังแชทมาบอกว่า อยู่ที่ชายแดนศรีสะเกษ ตนก็บอกให้น้องดูแลตัวเองดีๆ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้คิดว่าน้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ กระทั่งเช้าวันนี้มีทางต้นสังกัดแจ้งมาว่าน้องถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตแล้ว ก็แทบช็อกทำอะไรไม่ถูก ตอนแรกยังไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวแม่จะทำใจไมได้ ก็เสียใจที่น้องจากไปแต่ก็ภูมิใจในตัวน้องชายที่กล้าหาญปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย ส่วนเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ช่วงค่ำก่อนถึงกำหนดหยุดยิงที่มีทหารบาดเจ็บ 4 นายในจำนวนนี้ได้เสียชีวิตที่ รพ.แล้ว 1 นายคือ จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ภูมิลำเนาที่ จ.หนองคายและยังรักษาตัวที่ รพ. 3 นาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...