โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟื้นชีวิตไดโนเสาร์ไทย เปิดตัว ‘Fossil Park’ โชว์ 14 สายพันธุ์ ชมฟรี เริ่ม 8 ส.ค. นี้

อีจัน

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 09.12 น. • อีจัน

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWCผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อเปิดตัว “Fossil Park” พื้นที่การเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์จากแหล่งค้นพบในประเทศไทย ภายใน Hatch Dome (แฮ็ธช์โดม) ณ โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่นจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ของจริงควบคู่กับความรู้ด้านธรณีวิทยา และคุณค่าของสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ พืชป่า และสัตว์ป่าของไทยที่เคยอุดมสมบูรณ์

พร้อมส่งต่อความพิเศษให้นักเดินทางทั่วโลกได้พบกับไดโนเสาร์และสัตว์เลื้อยคลานบินได้ร่วมยุคกว่า 14 สายพันธุ์ที่พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น ในพื้นที่การจัดแสดงต่อเนื่องจากประสบการณ์ Jurassic World: The Experience เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ให้กับเยาวชนและครอบครัว ผ่านประสบการณ์ด้านการเรียนรู้จากของจริงที่สนุกสนาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชื่อมโยงกับมรดกทางธรณีวิทยาของไทย และสะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการ “Building Better Future For All” หรือ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้ทุกคน” พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก โดย “Fossil Park” พร้อมเปิดให้เข้าชมฟรี 8 ส.ค. นี้ ควบคู่กับประสบการณ์เสมือนจริงแบบอิมเมอร์ซีฟระดับโลก Jurassic World: The Experience

“Fossil Park” ถือเป็นโซนการเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ที่ออกแบบขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความภาคภูมิใจในทรัพยากรทางธรณีวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยจัดแสดงแบบจำลองและซากดึกดำบรรพ์จริงที่มีการค้นพบในประเทศ และกิจกรรมเวิร์คช็อปสำหรับเยาวชนในการขุดค้นซากดึกดำบรรพ์เพื่อเรียนรู้การเป็นนักบรรพชีวินวิทยาตัวน้อย รวมถึงบทบาทสำคัญของกรมทรัพยากรธรณีในการศึกษาค้นคว้าและอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในการดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พืชพรรณ และสัตว์ป่าไทย เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่

สำหรับไฮไลต์สำคัญเป็นแบบจำลองขนาดเท่าจริงของ “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” ไดโนเสาร์กินพืชขนาดยักษ์จากจังหวัดขอนแก่น ความยาวกว่า 15 เมตร ที่ได้รับการตั้งชื่อเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมด้วยการจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์จริงที่สำคัญ อาทิ ซากดึกดำบรรพ์ปลาโบราณพุทธบุตรเอนซิส และอีกมากมายที่ขุดค้นโดยนักบรรพชีวินวิทยา

ทั้งนี้จากความโดดเด่นของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในแหล่งขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการก่อตัวของฟอสซิล โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งขุดค้นหลัก อาทิ ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ภูกุ้มข้าวและภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ และภูแฝก จังหวัดมหาสารคาม รวมถึงพื้นที่อื่นๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งไดโนเสาร์”

โดยปัจจุบันมีการค้นพบไดโนเสาร์และสัตว์ในประเทศไทยมาแล้วมากถึง 14 สายพันธุ์ โดยมีสายพันธุ์ไฮไลต์สำคัญ อาทิ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” นักล่าแห่งแดนอีสาน “กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส” ไดโนเสาร์สองเท้าผู้ปราดเปรียวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานกินรีของไทย “อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ” ซอโรพอดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก “สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ” หนึ่งในไดโนเสาร์กินเนื้อที่พบซากสมบูรณ์ที่สุดในไทย “มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส” หนึ่งในไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็กที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ “การูแดปเทอรัส บุฟโตติ” สัตว์เลื้อยคลานบินได้ชนิดแรกที่ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการในประเทศไทยและเพิ่งมีการค้นพบใหม่ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้

โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับทั้ง 14 สายพันธุ์ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ผ่านแบบจำลองสามมิติเสมือนจริงด้วยระบบ QR Code เพื่อเข้าถึงข้อมูลด้านวิชาการในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับเยาวชน นักเรียน และประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านบรรพชีวินวิทยาและสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางธรรมชาติของไทย

นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือกับ AWC ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพันธกิจของกรมทรัพยากรธรณีในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ให้เข้าถึงเยาวชนและประชาชนทั่วไปในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ โดยประสบการณ์นี้จะนำเสนอเรื่องราวซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทย รวมถึงซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ของจริงและเข้าใจวิวัฒนาการของโลกใบนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ที่สำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ AWC ในการนำเสนอ ‘Fossil Park’ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมแนวทางการอนุรักษ์ไปสู่ประชาชนและเยาวชนได้มากยิ่งขึ้น โดยประสบการณ์นี้นำเสนอความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศที่ได้รับการคุ้มครองของประเทศไทย ผ่านรูปแบบที่เข้าใจได้ง่ายและสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และหวงแหนผืนป่า สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...