โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“สึนามิ” ทุกวินาทีมีค่า เครื่องมือที่ใช้อยู่ตรวจจับได้เร็วและแม่นยำแค่ไหน ?

BT Beartai

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 04.26 น.
“สึนามิ” ทุกวินาทีมีค่า เครื่องมือที่ใช้อยู่ตรวจจับได้เร็วและแม่นยำแค่ไหน ?

เหตุการณ์แผ่นดินไหว และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงนี้ สร้างความกังวลถึงโอกาสการเกิดของ ‘สึนามิ’ แม้ในปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยจะมีระบบแจ้งเตือนหรือเครื่องมือที่ตรวจจับการเกิดสึนามิได้ แต่ก็ยังมีคำถามอยู่ว่าระบบเตือนภัยหรืออุปกรณ์ตรวจจับเหล่านั้นมีประสิทธิภาพสามารถเตือนภัยได้รวดเร็วแค่ไหนในช่วงวินาทีแห่งความเป็นความตาย

เมื่อพูดถึงเครื่องมือตรวจจับสึนามิ จะมีหลายเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกันเพื่อเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า โดยแต่ละชนิดมีหน้าที่ชัดเจน แตกต่างกันในแง่กลไกการทำงานและระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจจับ

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์ตรวจจับสึนามิ ว่ามีกลไกการทำงานแบบไหน รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำในการส่งข้อมูลแจ้งเตือนแก่ประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบ เพื่อประโยชน์สำคัญในการเอาตัวรอด และอพยพได้อย่างปลอดภัยได้อย่างไรบ้าง ?

เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน (Seismic Sensors)

เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นจากแผ่นดินไหว การระเบิด หรือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก โดยเครื่องมือนี้จะสามารถบันทึกความเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นใต้พื้นผิวโลก ซึ่งประสาทสัมผัสของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้

ภาพ เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน ที่มา : Wikimedia/volně k užití

กลไกการทำงานของเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนตัวนี้จะถูกติดตั้งบนพื้นผิวน้ำและใต้ทะเล เพื่อตรวจจับการสั่นสะเทือนที่เกิดจากแผ่นดินไหว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของคลื่นสึนามิ

โดยระบบเตือนภัยจะตรวจจับความรุนแรงและตำแหน่งทันทีหลังเกิดแผ่นดินไหว และออกการเตือนได้ภายในไม่กี่นาที เช่น ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือนจะเตือนภายใน 3 นาทีหลังเกิดเหตุ

โดยจะใช้ในประเทศ ญี่ปุ่น เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อแผ่นดินไหว เช่น อิตาลี อินโดนีเซีย ชิลี และนิวซีแลนด์ ก็มีการใช้งานเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน เพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัย

ระบบทุ่นประเมินและรายงานสึนามิในมหาสมุทรลึก (DART)

ระบบทุ่นประเมินและรายงานสึนามิในทะเลลึก (Deep-ocean Assessment and Reporting of Tsunami System) เป็นการติดตั้งระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิที่เป็นการวัดการเกิดคลื่นสึนามิโดยตรง ซึ่งจะทำให้สามารถรับข้อมูลการเกิดคลื่นสึนามิตามเวลาจริง สามารถประเมินขนาดของคลื่นและเวลาที่คลื่นจะเข้ากระทบฝั่งได้อย่างแม่นยำ ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน

ระบบ DART นิยมใช้กันหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ไทย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาสมุทรอินเดีย

ระบบการทำงานของทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในการแจ้งเตือนภัย

ระบบตรวจวัดคลื่นสึนามินี้ได้รับการออกแบบโดยหน่วยงานบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration : NOAA) ประกอบด้วย เครื่องมือ 2 ส่วน ดังนี้

  • อุปกรณ์วัดความดันใต้ท้องทะเล (Bottom Pressure Recorder : BPR)

BPR เป็นหนึ่งในสองอุปกรณ์สำคัญของระบบ DART ถูกติดตั้งไว้ที่พื้นมหาสมุทรเพื่อตรวจวัดและบันทึกการเปลี่ยนแปลงความดันของน้ำหนักของน้ำที่กดทับอยู่เหนือเครื่องมือ

เครื่องบันทึกความดันน้ำอาศัยหลักการวัดยอดคลื่น-ท้องคลื่น ในมหาสมุทรที่วิ่งผ่านเหนือตัวเครื่อง โดยคำนวณปริมาตรของมวลน้ำด้านบนว่า มากหรือน้อยกว่าปกติ ทำให้เครื่องบันทึกอ่านค่าความดันจากน้ำหนักที่กดทับของน้ำได้ว่าสูงหรือต่ำกว่าปกติ

ภาพ เครื่องวัดความดันน้ำกำลังจะถูกหย่อนลงไปยังพื้นมหาสมุทร จาก www.bom.gov.au

ในช่วงสถานการณ์ปกติ เครื่องบันทึกความดันน้ำจะคอยตรวจวัดและบันทึกข้อมูลทุก ๆ 15 นาทีเพื่อประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งาน เมื่อมาตรวัดแผ่นดินไหวใต้ทะเลตรวจจับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวใต้น้ำได้ เครื่องบันทึกความดันน้ำที่อยู่คู่กันจะปรับความถี่การวัดเป็นทุก ๆ 15 วินาทีโดยอัตโนมัติ จากนั้นจะส่งสัญญาณเสียงขึ้นสู่ผิวน้ำ เพื่อปลุกทุ่นลอยให้ตรวจสอบคลื่นสึนามิอีกครั้งเป็นการยืนยันความถูกต้อง

  • ส่วนที่เป็นทุ่นลอยบนผิวน้ำ (Surface Buoy)

ทุ่นนี้จะมีเครื่องรับคลื่นเสียงความถี่ต่ำจากแท่นใต้สมุทร เครื่องแปลงสัญญาณเป็นสัญญาณดาวเทียม เครื่องส่งสัญญาณดาวเทียม และแบตเตอรี่พลังแสงอาทิตย์

ภาพ แสดงอุปกรณ์และระบบการทำงานของทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ จาก thaiseafarer.com

ระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องตรวจวัดความดันน้ำและทุ่นลอยที่ผิวน้ำ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งสองชนิดสื่อสารกันตลอดเวลา โดยเครื่องตรวจวัดความดันน้ำจะติดตามการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำและนำข้อมูลส่งผ่านไปยังทุ่นลอยในรูปของสัญญาณเสียงความถี่ต่ำ

สัญญาณดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นสัญญาณดาวเทียม และถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration : NOAA) ข้อมูลจะถูกวิเคราะห์และนำเสนอในรูปกราฟความเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ เผยแพร่ในเว็บไซต์ National Data Buoy Centre (http://www.ndbc.noaa.gov/)

หาก NOAA ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคลื่นสึนามิก็จะแจ้งเตือนมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และศูนย์เตือนภัยพิบัติต่าง ๆ รอบมหาสมุทรอินเดีย

การติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิของประเทศไทย

ปัจจุบันประเทศไทยติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิไว้ 2 จุด

จุดที่ 1 ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในทะเลอันดามัน (สถานี 23461) ห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร

ภาพ การจำลองแบบคลื่นน้ำตื้นจากโปรแกรม SiTProS (Siam Tsunami Propagation Simulator) ที่มา : เฟซบุ๊กเพจ Somporn Chuai-Aree

ข้อมูลจาก ผศ.ดร. สมพร ช่วยอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กหลังจากได้จำลองแบบจำลองสึนามิในกลุ่มแผ่นดินไหวสวอร์มว่า คลื่นจะเคลื่อนผ่านทุ่นใช้เวลาประมาณ 22 นาที และคลื่นจะเดินทางถึงบริเวณพังงา ใช้เวลาประมาณ 70 กว่านาที ซึ่งหากทุ่นได้รับข้อมูลว่าเกิดสึนามิเพื่อยืนยันว่าเกิดคลื่นสึนามิจริง บริเวณชายฝั่งจะมีเวลาวิ่งประมาณ39 นาที

โดยสมมติให้เวลากับทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติประมาณ 15 นาทีในการตัดสินใจ แต่หากเราได้ข้อมูลจากแผ่นดินไหวเราจะมีเวลามากกว่านั้น ซึ่งจะใช้ทุ่น 23461 เป็นตัวยืนยันในการตรวจสอบว่าเกิดคลื่นสึนามิหรือไม่

จุดที่ 2 ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย (สถานี 23401) ห่างจากภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 960 กิโลเมตร (กรณีเกิดคลื่นสึนามิ จะสามารถวิเคราะห์และแจ้งเตือนได้ภายใน 1 ชั่วโมง 45 นาที

ดังนั้นเมื่อศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รับข้อมูลการเกิดสึนามิก็จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหอเตือนภัยที่ติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงภัย 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อให้ประชาชนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ซึ่งระบบเตือนภัยฉุกเฉินของไทยในปัจจุบัน จะมีอยู่หลายระบบ ได้แก่ ระบบข้อความผ่าน SMS การแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT ที่พัฒนาโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2025 ที่ผ่านมา นำมาสู่การเร่งจัดทำ Cell Broadcast Service หรือ CBS ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ที่จะส่งข้อความเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการทุกเครื่อง ทุกเครือข่าย ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...