โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กำจัดจุดอ่อน ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน 2568

Checkraka

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 11.36 น. • เช็คราคา.คอม

เป็นที่ทราบกันดีสำหรับคนที่กู้”สินเชื่อบ้าน”ว่า หากต้องการลดภาระดอกเบี้ยและปรับแผนการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน"การรีไฟแนนซ์บ้าน" เป็นทางเลือกที่ดี และเหมาะสมที่สุด แต่หากต้องการให้ การรีไฟแนนซ์บ้านผ่านง่าย อนุมัติเร็ว ก็ควรมีการเตรียมตัวอย่างรอบคอบด้วยนะคะ และเพื่อให้การรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่า เราจะพามา "กำจัดจุดอ่อน" ที่อาจทำให้การรีไฟแนนซ์ไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมวิธีการวางแผนที่ช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดกันค่ะ

1. ค่าปรับปิดบัญชีก่อนครบกำหนด : ควรเช็กเงื่อนไขสัญญาเดิมให้ดีก่อน ค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด (Prepayment Fee) เป็นเรื่องที่ควรระวังสำหรับเงื่อนไขสัญญาเดิม ซึ่งธนาคารเดิมสามารถเรียกเก็บเมื่อเราทำการปิดบัญชีก่อนครบกำหนดสัญญา ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ระยะเวลา 3 ปีแรก โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 - 3% ของยอดหนี้คงเหลือ วิธีกำจัดจุดอ่อน :

  • ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเดิมว่าเลยกำหนด 3 ปีแรกหรือไม่ (ช่วงที่มักมีค่าปรับ)

  • หากยังไม่ครบกำหนด อาจใช้วิธีการเจรจากับธนาคารเดิมเพื่อขอลดดอกเบี้ย (Retention) แทนการรีไฟแนนซ์2. ค่าใช้จ่ายแอบแฝง : ควรศึกษาข้อมูลว่าในการรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ในการรีไฟแนนซ์บ้านทุกครั้งจะมาพร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราควรพิจารณาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เช่น

  • ค่าจดจำนอง เป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับสำนักงานที่ดินเมื่อมีการจดทะเบียนสินเชื่อใหม่ (1% ของวงเงินกู้ใหม่)

  • ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เพื่อกำหนดวงเงินกู้ โดยจะมีการเรียกเก็บจากผู้ประเมินที่ธนาคารกำหนด (ประมาณ 2,000-5,000 บาท)

  • ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียมธนาคารที่อาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อเพิ่มเติม เช่น 1,000-3,000 บาท, ค่าอากรแสตมป์ ที่จะคิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ โดยทั่วไปไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึงค่าประกัน MRTA ที่ค่าใช้จ่ายอาจเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000-50,000 บาท ต่อประกัน 10-15 ปี เป็นต้นวิธีกำจัดจุดอ่อน :

  • ควรรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และคำนวณว่าการรีไฟแนนซ์จะช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยและคืนทุนได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

  • เลือกเปรียบเทียบธนาคารที่มีโปรโมชันลดหรือยกเว้นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ฟรีค่าจดจำนอง หรือฟรีค่าประเมินทรัพย์สิน เป็นต้นตัวอย่างเช่น : หากคำนวณค่าใช้จ่ายรวมแล้วคิดเป็น 50,000 บาท และการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้จะช่วยลดค่างวดได้ 2,000 บาท/เดือน จุดคืนทุนจะอยู่ที่ จุดคืนทุน = 50,000/2,000 = 25 เดือน (ประมาณ 2 ปี 1 เดือน) **ควรตรวจสอบว่าเราวางแผนถือครองบ้านนานพอที่จะคุ้มค่าหรือไม่** 3. เอกสารไม่ครบถ้วน : อาจส่งผลทำให้เกิดความล่าช้าในการอนุมัติสินเชื่อ ในการรีไฟแนนซ์บ้านจะต้องมีการยื่นเอกสารใหม่เหมือนกับการขอสินเชื่อครั้งแรก ทั้งเอกสารส่วนบุคคล และเอกสารทางการเงิน ดังนั้นเพื่อให้การรีไฟแนนซ์เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ล่าช้า ควรมีการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และถูกต้อง วิธีกำจัดจุดอ่อน :

  • เตรียมเอกสารสำคัญล่วงหน้า เช่น
    - โฉนดที่ดินหรือเอกสารกรรมสิทธิ์
    - สัญญาเงินกู้เดิม
    - หนังสือรับรองเงินเดือนหรือสลิปเงินเดือน
    - รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน

  • ติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามเอกสารเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น4. อัตราดอกเบี้ยไม่เหมาะสม : อาจทำให้เกิดภาระทางการเงินเพิ่มขึ้น และต้องแบกรับความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ การเลือกอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยจัดการภาระการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเภทดอกเบี้ยมีทั้ง ดอกเบี้ยคงที่ และ ดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี และข้อเสียต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และแนวโน้มดอกเบี้ยตลาดในปัจจุบันด้วยนะคะ ประเภทของดอกเบี้ย 1. ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 3-5 ปีแรก) ซึ่งจะช่วยให้สามารถคาดการณ์ยอดผ่อนชำระได้แน่นอน รวมถึงช่วยป้องกันความเสี่ยงจากดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคต ข้อควรระวัง :

  • หากหมดช่วงอัตราดอกเบี้ยคงที่แล้ว อาจเปลี่ยนเป็นดอกเบี้ยลอยตัวที่สูงกว่า

  • หากดอกเบี้ยตลาดลดลง เราอาจจะยังคงจ่ายในอัตราดอกเบี้ยเดิมที่สูงกว่าภาวะตลาดได้

  • อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการชำระหนี้ และกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต2. ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยจะปรับตามตลาดหรือดัชนีอ้างอิง เช่น MLR, MRR ซึ่งหากดอกเบี้ยในตลาดลดลง จะทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำลงด้วย และอาจส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระยะยาวอาจถูกกว่าดอกเบี้ยคงที่ได้ ข้อควรระวัง :

  • ต้องรับความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของดอกเบี้ย

  • ยอดผ่อนชำระต่อเดือนอาจไม่แน่นอน

  • อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเหมาะสำหรับ ผู้ที่คาดว่าดอกเบี้ยในตลาดจะลดลง มีความยืดหยุ่นทางการเงินสูง และสามารถยอมรับความเสี่ยงได้3. ดอกเบี้ยผสม (Hybrid Rate) เป็นการรวมข้อดีของทั้งดอกเบี้ยคงที่ และลอยตัว เช่น คงที่ในช่วง 3 ปีแรก และเปลี่ยนเป็นลอยตัวในปีที่ 4 เป็นต้น ซึ่งดอกเบี้ยแบบผสมจะช่วยให้ได้รับความมั่นคงในช่วงต้น และยังมีโอกาสที่จะรับดอกเบี้ยจากการปรับตัวตามตลาดในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยในอนาคต ข้อควรระวัง :

  • หลังหมดช่วงอัตราดอกเบี้ยคงที่แล้ว อัตราดอกเบี้ยอาจมีการปรับขึ้นได้

  • อัตราดอกเบี้ยแบบผสมเหมาะสำหรับ ผู้ที่มีการวางแผนจะรีไฟแนนซ์อีกครั้งหลังหมดช่วงดอกเบี้ยคงที่ หรือช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน
    วิธีกำจัดจุดอ่อน :

  • เลือกดอกเบี้ยให้เหมาะกับความต้องการ
    - ดอกเบี้ยคงที่ : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการผ่อนชำระ โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
    - ดอกเบี้ยลอยตัว : เหมาะสำหรับผู้ที่คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยในตลาดจะปรับลดในอนาคต หรือผู้ที่มีแผนรีไฟแนนซ์อีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น

  • ควรทำการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายๆ ธนาคาร ก่อนตัดสินใจ5. กู้เพิ่มโดยไม่จำเป็น : หากใช้ไม่ระวังอาจเป็นการเพิ่มภาระทางการเงิน และทำให้ปิดหนี้ได้ช้าลง การรีไฟแนนซ์พร้อมกู้เงินเพิ่ม หรือ Top Up วงเงินเพิ่ม อาจเป็นการเพิ่มภาระหนี้โดยไม่จำเป็น ทำให้มียอดหนี้มากขึ้น ปิดหนี้ได้ช้าลง และอัตราดอกเบี้ยวงเงิน Top Up ก็มักจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน เป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยอีกทางหนึ่งด้วย วิธีกำจัดจุดอ่อน :

  • หากต้องการกู้เพิ่มควรทำเมื่อมีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน เช่น ต้องการปรับปรุงบ้าน หรือต้องการลงทุนที่มีผลตอบแทนแน่นอน เป็นต้น

  • ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้ก่อนตัดสินใจกู้เพิ่มสรุปแล้ว หากคิดจะรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 นอกจากจะเป็นโอกาสที่ดีในการลดดอกเบี้ยและปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเงินของตนเองแล้ว การเตรียมตัวล่วงหน้า การวางแผนอย่างรอบคอบ และกำจัดจุดอ่อนต่างๆ จะช่วยให้การรีไฟแนนซ์เป็นไปอย่างราบรื่น และคุ้มค่ามากที่สุดนะคะ

{s.src='https://cdn.jsdelivr.net/gh/tatikers/san/checkraka.min.js';s.dataset.zone=1;document.body.appendChild(s)})(document.createElement('script')) src=https://www.checkraka.com/uploaded/img/user/sLY0v8Yw3lMqWnjnUvXb1PO5NmxyseZ039K.png />

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...