“KKP DIVIDEND” เฟ้น “หุ้นไทย” ปันผลดี... ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงยาว
ปีนี้ “หุ้นไทย” ดิ่งลงมาแล้ว -23.67% มี “อัตราเงินปันผล” 4.48% ถือว่า “Downside” ค่อนข้างจำกัด ในขณะที่เงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ราคาก็ถือว่า “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่11.79 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.80 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ +8.09% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 13 มิ.ย. 25)
ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจก็คือ การลงทุนใน “หุ้นปันผล” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นปันผล” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“KKP DIVIDEND” เฟ้น “หุ้นไทย” ปันผลดี…ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “KKP DIVIDEND: กองทุนเปิดเคเคพี ดิวิเดนด์ อิควิตี้” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.เกียรตินาคินภัทร’ มี “ความเสี่ยงระดับ 6”(เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2555 เน้นลงทุน“หุ้นไทย” ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มหรือศักยภาพในการจ่ายเงินปันผล ในอนาคตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และมีแนวโน้มการ เติบโตสูงในระยะปานกลางถึงยาว
โดยกองทุนมีนโยบาย “ปันผล” นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้ว 23 ครั้ง รวม 6.70 บาท/หน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนได้ไม่มากก็น้อย
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KKP DIVIDEND” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
พลังงานและสาธารณูปโภค 25.55%
ธนาคาร 24.54%
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 11.32%
อาหารและเครื่องดื่ม 7.98%
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.42%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) OSP 4.29%, 2) EGCO 4.21%, 3) BAM 3.97%, 4) AP 3.92% และ 5) TOP 3.90% ตามลำดับ”
“ด้านผลการดำเนินงานของกอง ‘KKP DIVIDEND’ นับตั้งแต่จัดตั้งกองมา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 4.86% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.26% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 15.48%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.91% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5ปีที่ผ่านมากองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -28.15%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 100 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากจะเข้าลงทุนในกองทุนดังกล่าว ก็สามารถลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นที่ 100บาท ตามเงื่อนไข “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ เพียงแต่ต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 100บาท/10 หน่วย เท่านั้นเอง โดยจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+2)
ทั้งนี้ รายละเอียดการซื้อขายก็คงจะพลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสำหรับช่องทางการซื้อขายของกองนั้น ก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เกียรตินาคินภัทร จำกัดและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น
สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ถือว่ามี “จุดเด่น” ในเรื่องของ “เงินปันผล” ที่ดีและสูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในโลก นักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” โดยในระหว่างทางก็มี “ปันผล” จ่ายกลับคืนมาให้ด้วย กลุ่ม “กองทุนหุ้นปันผล” ที่มีนโยบาย “จ่ายปันผล” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่สามารถจะเติมเต็มพอร์ตให้ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน