โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“KKP DIVIDEND” เฟ้น “หุ้นไทย” ปันผลดี... ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.40 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม
Equity General” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงยาว
ปีนี้
“หุ้นไทย” ดิ่งลงมาแล้ว -23.67% มี “อัตราเงินปันผล” 4.48% ถือว่า Downside” ค่อนข้างจำกัด ในขณะที่เงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ราคาก็ถือว่า
“ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่11.79 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.80 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ +8.09% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 13 มิ.ย. 25)
ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจก็คือ การลงทุนใน
“หุ้นปันผล” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน
‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นปันผล” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar”** มาฝากกัน

“KKP DIVIDEND” เฟ้น “หุ้นไทย” ปันผลดี…ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง

สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “KKP DIVIDEND: กองทุนเปิดเคเคพี ดิวิเดนด์ อิควิตี้ บริหารจัดการโดย ‘บลจ.เกียรตินาคินภัทร’ มี “ความเสี่ยงระดับ 6”(เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2555 เน้นลงทุน“หุ้นไทย ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มหรือศักยภาพในการจ่ายเงินปันผล ในอนาคตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และมีแนวโน้มการ เติบโตสูงในระยะปานกลางถึงยาว
โดยกองทุนมีนโยบาย “ปันผล” นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้ว 23 ครั้ง รวม 6.70 บาท/หน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนได้ไม่มากก็น้อย

หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KKP DIVIDEND” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย

  • พลังงานและสาธารณูปโภค 25.55%

  • ธนาคาร 24.54%

  • พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 11.32%

  • อาหารและเครื่องดื่ม 7.98%

  • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.42%

“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) OSP 4.29%, 2) EGCO 4.21%, 3) BAM 3.97%, 4) AP 3.92% และ 5) TOP 3.90% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกอง ‘KKP DIVIDEND’ นับตั้งแต่จัดตั้งกองมา (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 4.86% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.26% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 15.48%ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.91% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5ปีที่ผ่านมากองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -28.15%

เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 100 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากจะเข้าลงทุนในกองทุนดังกล่าว ก็สามารถลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นที่ 100บาท ตามเงื่อนไข “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ เพียงแต่ต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 100บาท/10 หน่วย เท่านั้นเอง โดยจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+2)

ทั้งนี้ รายละเอียดการซื้อขายก็คงจะพลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสำหรับช่องทางการซื้อขายของกองนั้น ก็สามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เกียรตินาคินภัทร จำกัดและผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น
สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ถือว่ามี “จุดเด่น” ในเรื่องของ “เงินปันผล” ที่ดีและสูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในโลก นักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” โดยในระหว่างทางก็มี “ปันผล” จ่ายกลับคืนมาให้ด้วย กลุ่ม “กองทุนหุ้นปันผล” ที่มีนโยบาย “จ่ายปันผล” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่สามารถจะเติมเต็มพอร์ตให้ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...