โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ปิดด่านช่องสะงำ ศรีสะเกษ ตลาดนัดเงียบเหงา ผู้ป่วยกัมพูชารักษาในไทย รอกลับประเทศ วันพรุ่งนี้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 04.40 น.

ปิดด่านช่องสะงำ ศรีสะเกษ ตลาดนัดเงียบเหงา ผู้ป่วยกัมพูชา รักษาในไทย รอกลับประเทศ วันพรุ่งนี้

เวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ด่านชายแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งปกติทุกวันอาทิตย์จะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าจากไทยและกัมพูชา รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นวันตลาดนัดใหญ่ประจำสัปดาห์

แต่วันนี้กลับเงียบสนิท หลังมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเวลาทำการของด่านช่องสะงำ จากเดิมเปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-22.00 น. มาเป็น เปิดเฉพาะวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 08.00-15.00 น. ตามคำสั่งของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เกิดขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะเหตุปะทะระหว่างทหารสองฝ่ายที่บริเวณช่องบก ทำให้ฝ่ายไทยต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัย และส่งผลให้ตลาดนัดชายแดนที่เคยคึกคักต้องหยุดชะงัก

นายสิน พนักงานในตลาดนัดเมืองใหม่ช่องสะงำ เปิดเผยว่า พ่อค้าแม่ค้าฝั่งกัมพูชาที่เดินทางมารอเปิดร้านในวันอาทิตย์ ต้องรีบกลับออกไปก่อนด่านปิดเมื่อคืน เนื่องจากทราบข่าวการเปลี่ยนแปลงเวลาอย่างกะทันหัน ขณะนี้ไม่แน่ใจว่าตลาดนัดจะเปิดได้อีกเมื่อใด เพราะชาวบ้านต่างกังวลเรื่องความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ยังมีกรณีของครอบครัวชาวกัมพูชาที่มีสมาชิกประสบอุบัติเหตุและเข้ารับการผ่าตัดสมองในฝั่งไทย แม้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ข้ามกลับกัมพูชาไม่ได้ เนื่องจากด่านปิดตามประกาศใหม่ จึงต้องเดินทางกลับไปพักในเขตอำเภอขุขันธ์ และรอจนกว่าด่านจะเปิดในวันจันทร์

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อการค้าชายแดนและการเดินทางของประชาชนในพื้นที่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปิดด่านช่องสะงำ ศรีสะเกษ ตลาดนัดเงียบเหงา ผู้ป่วยกัมพูชารักษาในไทย รอกลับประเทศ วันพรุ่งนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...