โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทิน แจงปม มท. ไม่ของบทำหลุมหลบภัย เมินกัมพูชา เหลื่อมเวลาเปิด-ปิดด่าน

Khaosod

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 06.07 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 04.44 น.
อนุทิน แจงปม มท. ไม่ของบทำหลุมหลบภัย เมินกัมพูชา เหลื่อมเวลาเปิด-ปิดด่าน

“อนุทิน” แจงปม มหาดไทย ไม่ของบทำหลุมหลบภัย-บังเกอร์ เมิน กัมพูชา เหลื่อมเวลาเปิด-ปิดด่าน มองคนเสียประโยชน์มากกว่า คือ เขมร

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 12 มิ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า นายกฯ ให้จัดเตรียมเรื่องการสนับสนุนแนวหลังอย่างเต็มที่ และได้ให้นโยบายเหมือนสุภาษิต มหาดไทยเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว

โดยนายกฯ ได้ให้นโยบายและวิสัยทัศน์มาแล้ว เราก็ต้องทำบ้านให้น่าอยู่ มีความอบอุ่น ให้มีความปลอดภัย ส่วนพี่น้องทหารที่เป็นรั้วก็จะปกป้องบ้านไม่ให้มีใครมารุกรานหรือทำร้าย ซึ่ง 2 คำนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติงานถือว่ารับบัญชาจากนายกฯ และเรามาทำทุกอย่างให้เรียบร้อย

การดูแลชาวบ้านในพื้นที่นั้น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องการเตรียมพร้อมหากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักพิง ต้องพร้อม โรงเรียนต้องมีความตื่นตัวตลอดเวลา

หากสถานการณ์ไม่ดีไม่ต้องรอผู้อำนวยการโรงเรียน สามารถส่งนักเรียนกลับบ้านได้ทันที และนายกฯ ย้ำว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนต้องไม่ได้รับอันตรายอย่างเด็ดขาด

เมื่อถามกรณีนายกฯ ถามกระทรวงมหาดไทยว่า ทำไมไม่ของบประมาณไปทำบังเกอร์ หลุมหลบภัย นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ได้กราบเรียนนายกฯ ไปแล้ว กระทรวงมหาดไทยตอนนี้ได้สั่งการให้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอเร่งสำรวจหลุมหลบภัย ทั้งสภาพที่มีอยู่และในส่วนที่ยังขาดอยู่ซึ่งมีหลายแห่งที่ขาดอยู่

ตอนนี้เรียนนายกฯ ไปแล้วว่า สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมีงบเรื่องพวกนี้อยู่ ไม่ต้องของบกลาง และจะเร่งดำเนินการจัดทำหลุมหลบภัย ซึ่งต้องทำให้มีมาตรฐาน เข้าไปต้องมั่นคง ปลอดภัย แข็งแรง ทางเข้าทางออกต้องไม่มีอะไรมาบล็อก ต้องตั้งอยู่ริมถนนที่สามารถเคลื่อนย้ายไปที่ที่ปลอดภัยกว่าได้ง่าย ต้องมีการวางแผนซ้อมเคลื่อนย้าย

และยังเรียนนายกฯ ว่า ในหลุมหลบภัยยังเป็นพื้นทรายอยู่ หากเป็นพื้นคอนกรีตจะอมความร้อน คงจะใช้เป็นพวกแผ่นยางหรือหญ้าเทียมไปวางไว้เพื่อให้ช่วงที่มีเหตุ แต่หากช่วงไม่มีเหตุก็นำไปเก็บรักษาได้ นี่คือสิ่งที่นายกฯ ได้ลงไปเห็นในพื้นที่และได้มีข้อสั่งการมา

เมื่อถามว่าแปลว่าสถานการณ์ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรือยังวางใจได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าดูทางฝ่ายทหารยังมีการสื่อสารในเชิงการเจรจาพูดคุยหารือกันอยู่ ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดคอยสนับสนุนทหารทุกประเด็น

"เรื่องเปิด-ปิดด่านก็เช่นกัน เราก็เปิดของเราอย่างนี้ ถ้าเขาจะมาเหลื่อมเวลา ตนคิดว่าคนที่เสียประโยชน์คือฝั่งเขา ส่วนของเรายืนยันว่าจะเปิดแบบนี้ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะตอนนี้เปิดวันละ 6-7 ชั่วโมงอยู่แล้ว ถ้าเปิดเหลื่อมกันจะเหลือ 6 ชั่วโมง ถามว่าใครเสียประโยชน์มากกว่าระหว่างเขาเข้ามาขายของกับเราไม่ออกไปซื้อของเขา หรือไปทำธุรกิจที่เขา ก็แล้วแต่" นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการสื่อสารสำคัญมาก เราใช้ในส่วนของฝ่ายปกครองไปสร้างความมั่นใจ สร้างความอบอุ่นกับประชาชน โดยรวมขวัญกำลังใจดี ผู้ที่วิตกกังวลมากหน่อยคือผู้สูงอายุ แต่วัยทำงานหรือชาวบ้านเขาทราบถึงสถานการณ์อยู่

รวมถึงเรามีการให้คำแนะนำและบอกว่า พื้นที่ไหนช่วงนี้ไม่ควรไป สภาพชีวิตก็ยังเป็นปกติอยู่ โดยวันที่ 13 มิ.ย. ตนจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อประชุมหลังจากได้รับข้อสั่งการจากนายกฯ ที่ จ.สุรินทร์ เรื่อง 7 จังหวัดที่มีชายแดนติดกับกัมพูชา เพื่อลงรายละเอียดเป็นจุดๆ กันไปว่า จะมีแผนสั่งการหรือแผนเผชิญเหตุ แผนการซ้อมอะไรต่างๆ ซึ่งเราต้องทำให้มีความพร้อม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน แจงปม มท. ไม่ของบทำหลุมหลบภัย เมินกัมพูชา เหลื่อมเวลาเปิด-ปิดด่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...