โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดวลเดือดกลางหม้อ สงครามราคา MK สุกี้ตี๋น้อย คนกินคือผู้ชนะ

TODAY Bizview

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 06.13 น. • workpointTODAY

ไม่กี่วันที่ผ่านมา MK ออกโปรโมชัน “คุ้มคุ้ม อิ่มไม่อั้น” ให้ลูกค้าสามารถทานอาหารแบบบุฟเฟต์ ได้ 19 รายการ ในราคา 299 บาท แถมถ้ามา 4 ลูกค้าจะสามารถสั่งกุ้งแม่น้ำไม่อั้นได้แบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

และในวันเดียวกัน สุกี้ตี๋น้อย ออกโปรโมชันลดราคาบุฟเฟต์เหลือหัวละ 199 บาท จาก 219 บาท (ราคายังไม่รวมเครื่องดื่ม และ VAT 7%) นอกจากทั้งคู่จะประกาศโปรโมชันวันเดียวกันแล้ว ทั้งสองโปรโมชันยังมีระยะเวลาพอๆ กัน คือจัดถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ การที่สองแบรนด์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ทำโปรโมชันคล้ายกันแบบนี้ ถือว่าน่าสนใจมากๆ

ว่านี่อาจเป็น “สงครามราคา” เหมือนในวลีดังจากซีรีส์เรื่อง “สงครามส่งด่วน” ที่เพิ่งเป็นกระแสบน NETFLIX ในฉากที่เจ้าสัวคนิณเตือนสันติว่า “อย่าเริ่มทำสงครามราคา ไม่อย่างนั้นตลาดจะพัง”

แล้วอะไรคือสงครามราคา คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดจากเรื่องนี้คือใคร ?

TODAY Bizview จะอธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆ ในโพสต์นี้

สงครามราคา คือสภาวะที่บริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน แข่งกันลดราคาสินค้าหรือบริการของ ตัวเองให้ถูกลงพร้อม ๆ กัน โดยมีเป้าหมายคือชิงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งให้ได้มากที่สุด

อธิบายให้เห็นภาพ สมมติว่า ตลาดชาบูสุกี้ มีผู้เล่นหลัก ๆ 3 ร้าน โดยทุก ๆ ร้านมีรายการ อาหาร คุณภาพอาหาร และขายราคาพอๆ กัน คือขายบุฟเฟต์หัวละ 219 บาท แต่วันดีคืนดี มีร้านชาบูสุกี้เจ้าหนึ่งตัดสินใจลดราคาบุฟเฟต์ลงเหลือหัวละ 199 บาท ลูกค้าเลยแห่มาใช้บริการเยอะขึ้น เพราะมีราคาต่อหัวที่ถูกกว่าคู่แข่งในตลาด

ทำให้ร้านสุกี้ชาบูอีก 2 ร้าน จะเหมือนถูกบังคับแบบอ้อม ๆ ว่าจะต้องทำโปรโมชันลดราคา ให้ถูกกว่าหรือไม่ก็พอ ๆ กันออกมาบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าหนีไปหาคู่แข่ง

ซึ่งถ้าเอาตามตำรา กรณีที่เกิดสงครามราคาขึ้น ในระยะสั้นคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจะเป็น “ผู้บริโภค” อย่างเรา ๆ ที่จะได้เข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ในราคาที่ถูกลง จากการที่ทุกเจ้าแข่งกันลดราคา

แต่ถ้ามองในระยะยาว การที่ทุกเจ้าแข่งกันลดราคาแบบนี้ ในอีกมุมหนึ่งก็หมายความว่า ทุกเจ้า “ยอมได้กำไรน้อยลง” เพื่อให้สามารถขายสินค้าและบริการให้ได้ในราคาต่ำ ป้องกันไม่ให้ลูกค้าหนี

พอเป็นแบบนี้หลายแบรนด์ก็อาจตัดสินใจลดคุณภาพของสินค้าและการบริการลงตามไปด้วยเพื่อรักษาอัตรากำไรเอาไว้ ทำให้ในภาพรวมลูกค้าจะได้สินค้าที่มีคุณภาพต่ำลงไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังมีสงครามราคานั่นเอง

ทีนี้ถ้าลองวิเคราะห์เคสของ สุกี้ตี้น้อย และ MK จะเห็นได้ว่ามีมุมที่คล้ายๆ กับเรื่องสงครามราคาอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในเรื่องของ “ราคาขาย” เพราะปกติแล้ว MK กับ สุกี้ตี๋น้อย จะมีกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่มกัน

– MK มี Position เป็น แบรนด์ระดับแมส-พรีเมียม จับลูกค้าในกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และ มีการบริการแบบ Full-Service, บรรยากาศในร้านกว้างขวาง, และมีราคาต่อมื้อค่อนข้างสูง

– สุกี้ตี๋น้อย มี Position เป็นแบรนด์ระดับแมส จับลูกค้าในกลุ่มเริ่มต้น เน้นขายราคาถูก มีความคุ้มค่า คุ้มราคา

ดังนั้นการที่ MK ตัดสินใจทำโปรโมชันบุฟเฟต์หัวละ 299 บาท จะทำให้ราคาตรงนี้ไปใกล้เคียง กับราคาต่อหัวของ สุกี้ตี๋น้อย ที่ปกติแล้วจะขายหัวละ 219 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม และ VAT 7%)

พอทั้งคู่มีราคาขายพอๆ กันก็หมายความว่าลูกค้าของสุกี้ตี๋น้อย อาจตัดสินใจไปทาน MK ได้ง่ายขึ้นทันที

และถ้ามองว่า สุกี้ตี๋น้อย ไม่อยากเสียลูกค้าส่วนนี้ไป ก็เลยประกาศลดราคาให้ต่ำลงเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาขายไปใกล้กับ MK ที่ลดราคาลงมา ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

อ่านถึงตรงนี้ หลายๆ คนน่าจะเห็นภาพของสงครามราคามากขึ้นแล้วว่าเป็นอย่างไร และแม้ว่าตอนนี้เราจะไม่รู้ว่าเรื่องสงครามราคาในหม้อชาบูจะจบลงแบบไหน ? เพราะอาจจะเป็นแค่โปรโมชันชั่วคราว ที่จะจบลงตอนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ก็ได้ แต่สิ่งที่เห็นชัดๆ ก็คือในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองแบรนด์นี้ได้พื้นที่สื่อไปแบบเต็มๆ ในแบบที่ไม่ต้องเสียเงินโปรโมท

เมื่อสงครามราคา (โปรโมชั่นชั่วคราว) เริ่มต้น ราคาที่สู้เดือดขนาดนี้ และธุรกิจยอมกำไรบางลง ผลที่สุดก็จะเห็นว่าใครได้ใครเสียจากโปรโมชั่นนี้

เพราะคนที่ได้ประโยชน์สูงที่สุดในตอนนี้ ก็คือ “ผู้บริโภค” จะเห็นได้ว่าแบรนด์สุกี้ชาบูอื่นๆ ก็เริ่มทำโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม ตามเจ้าตลาดกันแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น Lucky Suki อีกแบรนด์สุกี้ชาบูรายใหญ่ ที่เพิ่งประกาศ โปรโมชัน ให้ลูกค้าสั่งกุ้งแก้วได้ไม่อั้น ถึงช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนเหมือนกัน จากปกติที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มหัวละ 19 บาท

และนี่คึอตัวอย่างที่ว่าเมื่อสงครามราคาที่เป็นแค่โปรโมชั่นชั่วคราวเริ่มต้น ราคาที่สู้เดือดขนาดนี้แต่ธุรกิจยอมกำไรบางลง ผลที่สุดก็จะเห็นว่าใครได้ใครเสียจากโปรโมชั่นนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...