โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชฟทักษ์ แนะวิธี ต้มไก่ทำข้าวมันไก่ ให้แขวนขายได้ทั้งวันอย่างปลอดภัย หลังพบเคส แม่ค้ามือเป็นแผล

Khaosod

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.10 น.
เชฟทักษ์ แนะวิธี ต้มไก่ทำข้าวมันไก่ ให้แขวนขายได้ทั้งวันอย่างปลอดภัย หลังพบเคส แม่ค้ามือเป็นแผล

เชฟทักษ์ แนะวิธี ต้มไก่ทำข้าวมันไก่ ให้แขวนขายได้ทั้งวันอย่างปลอดภัย หลังพบเคส แม่ค้ามือเป็นแผล ทำเด็ก-ครู อาหารเป็นพิษ ชี้สิ่งสำคัญเริ่มจากคนขาย

กรณี ครู และ นักเรียน โรงเรียนปรานกัลยาณี (ปกณ.) รวม 23 ราย กินข้าวมันไก่แล้วมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน บางรายเป็นไข้หนาวสั่นคาดสาเหตุมาจากอาหารเป็นพิษ

ต่อมาผลแล็บออกมาทราบว่า พบเชื้อสเตปโตค็อกคัสออเรียสในไก่ต้ม เนื่องจากแม่ค้ามีแผลที่มือเป็นเชื้อที่ทำให้แผลอักเสบ ถ้ารับประทานก็มีอาหารเป็นพิษได้ สรุปผลการตรวจ Lab พบเชื้อ Staphylococcus aureus ตรงกันทั้งในไก่ต้มและอาเจียนของผู้ป่วย 4 ตัวอย่าง มีการปนเปื้อนโดยผู้สัมผัสอาหาร (ผู้ปรุง หรืออื่นๆ ที่สัมผัสอาหาร) ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ

ต่อเรื่องดังกล่าวเชฟทักษ์ นุติ หุตะสิงห โพสต์ข้อความผ่านเพจ TUCK the CHEF - เชฟทักษ์ ระบุว่าเคสข้าวมันไก่เป็นพิษ จากแม่ค้าที่มีแผลที่มือและวิธีการแก้ไขเมื่อต้องแขวนไก่ต้มไว้ในตู้ทั้งวัน … จะแช่เย็นไก่ก็ไม่ได้ ลูกค้าไม่ชอบไก่เย็น

ผมเตือนไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดจริง ๆ เอาจริงๆ แล้ววิธีการป้องกันไก่บูดหลังต้ม ด้วยเพราะอากาศบ้านเรามันร้อนชื้น ผมสอนในคลาสข้าวมันไก่ (นร.พันกว่าคน) ไปแล้ว วันนี้ผมจะมาย้ำในโพสต์นี้อีกทีครับ

ข่าวล่าสุด(เมื่อวาน)ที่โรงเรียนหนึ่งอาหารเป็นพิษทั้งชั้นจากการกินข้าวมันไก่ สุดท้ายพบว่าเป็นเพราะแม่ค้าสับไก่มีแผลอักเสบ และพบว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่สร้างสารพิษที่ทนความร้อนได้สูง

  • เชื้อแบคทีเรีย S. aureus จากแผล (แผลจะมีเชื้อโหลดเยอะกว่าผิวหนังปกติ)
  • เชื้อจำนวนมากมาติดที่ไก่ตอนสับ
  • บรรจุลงกล่อง อับๆ อุ่นๆ 35-40 องศา
  • หนังไก่และอุ่นๆชื้นๆ เป็นสภาวะที่เชื้อชอบมาก
  • เชื้อเจริญเติบโต จนมากกว่า 10^5 CFU/g
  • เชื้อเริ่มสร้างสารพิษ enterotoxin
  • สารพิษของเชื้อนี้ดันทนความร้อนสูง
  • ถึงแม้ว่าคุณครูจะอุ่นข้าวมันไก่ให้เด็ก
  • ตัวเชื้ออาจจะตาย แต่สารพิษยังอยู่
  • สารพิษก็ลงกระเพราะ ทำให้ติดเชื้ออยู่ดี (ติดเชื้อ มีอาการแบบไม่เกิน 6 ชั่วโมง คือเพราะตัวสารพิษที่เชื้อสร้าง ไม่ใช่จากตัวเชื้อมันเอง เรียกว่า foodbourne intoxication) …. แต่ถ้าผ่านไป 8-10 ชั่วโมง ค่อยท้องเสียคือ foodbourne infection)

สาเหตุ

1) ถ้ารู้ตัวว่ามีแผล/ แผลอักเสบ นอกจากพันพลาสเตอร์ ล้างมือให้สะอาดแล้ว ควรใส่ถุงมือครับ

** ผมเห็นหลายร้านมากที่นิ้วเป็นแผลแล้วพันแค่พลาสเตอร์ แล้วเอานิ้วมาจับอาหาร แบบนี้ไม่ถูกสุขลักษณะมากๆ เพราะถ้าแผลติดเชื้อมันจะเสี่ยงคนกินมากๆ แล้วแผลตัวเองจะหายยากด้วย เพราะโดนน้ำตลอดเวลา **

2) ทางปฏิบัติที่ดี (ซึ่งไม่มีใครทำได้แน่ๆ) คือตามกฎหมายแล้วอาหารปรุงสุก ควรอยู่ที่อุณหภูมิห้องไม่เกิน 2 ชม. เพราะเชื้อมีโอกาสเพิ่มจำนวนจนอันตราย

แต่ในทางปฎิบัติไม่มีทางทำได้ ร้านข้าวมันไก่ ต้มไก่ตั้งแต่ ตี 5 แล้วขายยันเย็น หมายถึงไก่ต้มถูกแขวนอยู่ที่อุณหภูมิห้อง 10-12 ชม. จะให้แช่เย็นก็ไม่ไหว ไม่มีใครชอบกินไก่เย็นๆ ยกเว้นแบบไก่แช่เหล้า

3) ถ้าแขวนไว้อุณหภูมิห้อง อากาศถ่ายเท แล้วทุกอย่างสะอาดมาก เชื้อเริ่มต้นน้อย หรือบางร้านสับไก่เสร็จราดน้ำซุปเดือดๆอีกครั้งลดจำนวนเชื้อ … หรือขายหมดไว (เชื้อไม่ทันเพิ่มจำนวน) … หรือลูกค้ามีภูมิดี (เชื้ออาจจะเยอะแล้ว) … ก็ปลอดภัยรอดไป

4) แต่ถ้าเชื้อที่ไก่เยอะ สับเสร็จแล้ว บรรจุลงกล่อง ชื้นๆอุ่นๆ เชื้อ S. aureus นี้โตและสร้างสารพิษได้ไวมากที่ 35-40 องศาเซลเซียส (optimum temp)

… ดังนั้นถ้าแขวนไก่ไว้ในตู้ อุณหภูมิห้อง (บ้านเรา 28-32 C) เชื้อก็โตนะ แต่ … แต่โตไม่ไวเท่าการสับแล้วบรรจุลงกล่องปิดฝา **

วิธีการแก้ไข ไก่แช่เย็นไม่ได้ แต่ต้องแขวนไว้

1) เชื้อจะโตช้า และหยุดหรือสร้างสารพิษลดลงเมื่อสภาวะเป็นกรด เช่น pH < 5
2) กรดอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพและหาซื้อได้ง่าย และต้นทุนถูกคือกรดอะซิติก หรือกรดน้ำส้มสายชู
3) ถ้าใส่เยอะเกินไป ไก่จะเปรี้ยวและเหม็นน้ำส้ม
4) ดังนั้นคำถามคือความเข้มข้นของน้ำส้มสายชูต่ำสุดเท่าไรที่เชื้อจะไม่โต
5) งานวิจัยชื่อว่า Antibacterial action of vinegar against food-borne pathogenic bacteria including E. coli O157:H7 พบว่า S. aureus จะหยุดสร้างสารพิษเมื่อกรดน้ำส้มเข้มข้นอย่างน้อย 0.3-0.5%
6) นั่นหมายถึงว่า ต้องเอาน้ำส้มสายชู (ซึ่งคือกรดน้ำส้ม 5%) มาเจือจางน้ำเปล่าสะอาด 10 เท่า
7) ยกตัวอย่าง = เทน้ำส้มสายชูกลั่น 5% มา 100 มล. แล้วผสมน้ำเปล่าสะอาด 900 มล. จะได้สารละลายกรดอะซิติกเข้มข้น 0.5% จำนวน 1 ลิตร
** จะเจือจางน้อยกว่านี้ก็ได้ แต่มันเปลืองน้ำส้มไงครับ แถมไก่ก็จะมีกลิ่นเปรี้ยว
8 ) นำสารละลายนี้มาทาไก่ต้มสุกแล้วบางๆ หรือจะจุ่มทั้งตัวไก่ หรือชิ้นส่วนไก่ลงไปจนมิด รอไว้ 10 วินาทีแล้วค่อยเอาขึ้น
9 ) กรดน้ำส้มเจือจางจะเคลือบชิ้นไก่และช่วยยับยั้งการเจริญและการสร้างสารพิษของเชื้อต่าง ๆ ได้ครับ

**** แถม ! เขายังพบอีกด้วยว่า ถ้าไม่อยากใส่น้ำส้มสายชูเยอะ เช่น ถ้าลองแล้ว 0.5% มันเหม็นไป ให้เติมเกลือแกงเข้มข้น 2% ครับ …. จะสามารถลดความเข้มข้นของน้ำส้มสายชูเหลือแค่ 0.25% ก็ได้ ก็ยังยั้งเชื้อได้ เช่น

น้ำส้มสายชูกลั่น 5% ตวงเหลือแค่ 50 มล. เติมน้ำเปล่าให้ได้ 1000 กรัม (1 ลิตร) แล้วผสมเกลือแกง 20 กรัม คนให้ละลาย ก็จะได้สารละลายที่กรดน้ำส้ม 0.25% และเกลือ 2% เอามาชุบไก่ … ก็จะเค็มขึ้นหน่อย แต่ไม่เปรี้ยว … ก็ทำได้นะครับ

*** คือเกลือกับกรดน้ำส้มมันทำงานเสริมกันในการยังยั้งจุลินทรีย์ครับ ***

ไก่ต้มจุ่มน้ำส้มเจือจาง จะอยู่อย่างปลอดภัย ได้ถึง 6-8 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิห้องประเทศไทย (เกินกว่านั้นยังไม่เคยทดลองครับ)

10) แบบนี้เราก็สามารถต้มไก่แล้วแขวนขายได้ทั้งวันอย่างปลอดภัยมากขึ้น ถึงมีเชื้อปนเปื้อนมาที่ชิ้นไก่ ไม่ว่าจะจากมือ เล็บเรา หรือเขียง … ก็จะลดความเสี่ยงได้ครับ

ปล. แต่ทางที่ดีคือผู้สัมผัสอาหารควรมีสุขอนามัยที่ดีเป็นพื้นฐานก่อนเลย แล้วค่อยไปจัดการกระบวนการทำ/ การจัดเก็บครับ …

ในฐานะผู้บริโภค พยายามอุ่นอาหารก่อนกินหรือพวกข้าวกล่อง พยายามเลี่ยงข้าวมันไก่ที่มือแม่ค้าต้องจับไก่เยอะๆ เลือกพวกเมนูผัดๆ น่าจะดีกว่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชฟทักษ์ แนะวิธี ต้มไก่ทำข้าวมันไก่ ให้แขวนขายได้ทั้งวันอย่างปลอดภัย หลังพบเคส แม่ค้ามือเป็นแผล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...