โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

AOT เคราะห์ซ้ำ! นักท่องเที่ยวหด จีนหนีไปเวียดนาม-ญี่ปุ่น โบรกฯ คาดกดดัน Duty free อีก แนะ “ขาย”

Share2Trade

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 03.28 น. • Share2Trade

ส่องแนวโน้มการเติบโตของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ล่าสุดนักท่องเที่ยวหันเข้าสู่ญี่ปุ่น และ เวียดนาม ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการพาณิชย์ในสนามบิน โดยเฉพาะ Duty free (สัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์) อาจนำไปสู่การเจรจาการจ่ายขั้นต่ำต่อหัวเพิ่มเติมได้

AOT เคราะห์ซ้ำ!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยประเมิน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน (4 เดือนแรกปี 68 ลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) ซึ่งหันเข้าสู่ประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่น และ เวียดนาม

โดยถือเป็นปัจจัยกดดันรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก และสร้างความไม่แน่นอนให้กับรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ ตามผลประกอบการของผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ในสนามบิน โดยเฉพาะธุรกิจ Duty free ที่เน้นลูกค้าจีนเป็นหลัก

ขณะที่ จำนวนผู้โดยสารรวมระหว่างประเทศและในประเทศ ต.ค. 67 – 17 พ.ค. 68 อยู่ที่ 84.5 ล้านคน เติบโต 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับสมมติฐานฝ่ายวิจัยทั้งปีที่ 126.5 ล้านคน เติบโต 6% จากปีก่อน หลังโมเมนตัมการขยายตัวเชิงจากปีก่อน อยู่ในอัตราต่ำลงเรื่อย ๆ ล่าสุดจำนวนผู้โดยสารรวม 1 พ.ค. – 17 พ.ค. 68 เติบโตเพียง 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศลดลง 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และผู้โดยสารในประเทศขยับขึ้น 6.4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยกำไรปกติครึ่งปีแรกของปี 68 (ต.ค. 67 – มี.ค. 68) คิดเป็นสัดส่วน 52% ของประมาณการกำไรปกติเดิมทั้งปี ภายใต้ทิศทางกำไรปกติครึ่งปีหลังจะต่ำกว่าครึ่งปีแรก หลังผ่านฤดูกาลท่องเที่ยวไทย และเพื่อสะท้อนการคืนเงิน 800 ล้านบาท (One-Time) ให้กับผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ในสนามบิน เพราะอาคาร SAT-1 ช่วงปี 2566 เปิดช้ากว่าแผน ซึ่งกระบวนการทำเรื่องขอคืน พึ่งเสร็จในงวดนี้

ประกอบกับค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ดูมีแนวโน้มสูงกว่าที่มองไว้จากค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา รวมถึงค่าเสื่อมราคา องค์ประกอบรวมส่งผลให้ฝ่ายวิจัยปรับกำไรปกติงวดปี 2568 (สิ้นงวด ก.ย. 68) ลงจากประมาณการเดิม 4% มาอยู่ที่ 1.96 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน

สำหรับกำไรปกติงวดปี 2569 ถูกปรับลด 11% ตามโมเมนตัมนักท่องเที่ยวจีนดูอ่อนแรงกว่าที่ประเมิน นำไปสู่การปรับลดสมมติฐานผู้โดยสารปี 2569 จากเดิมขยายตัว 7% ต่อปี เหลือ 5% ต่อปี และปรับเพิ่มสมมติฐาน OPEX ด้วยเหตุผลเดียวกับงวดปี 2568 ส่งผลให้กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน

สำหรับปัจจัยที่มีโอกาสกระทบต่อประมาณการ มีอยู่ 2 ปัจจัย หลักๆ ได้แก่ ฝั่งบวกอย่าง การขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก หรือ PSC (สัดส่วน 40% ของรายได้รวม) จากปัจจุบันค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศและในประเทศ อยู่ที่ 730 บาท และ 130 บาท ต่อคน ตามลำดับ ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการศึกษา คาดแล้วเสร็จ ก.ค. และน่าจะยื่นให้สำนักงานการบินพลเรือน (CAAT) พิจารณาช่วง ก.ย.

ในขณะที่ฝั่งลบมาจากความไม่แน่นอนของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (สัดส่วน 32% ของรายได้รวม) อันเป็นผลจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการพาณิชย์ในสนามบิน โดยเฉพาะ Duty free (สัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์) อาจนำไปสู่การเจรจาการจ่ายขั้นต่ำต่อหัวเพิ่มเติมได้ หลังก่อนหน้านี้ถูกปรับลดไปแล้วราว 15% จากสัญญา ตามการขอคืนพื้นที่ในสนามบินรอบ ก.ค. 67 และการยกเลิก Duty free ขาเข้า ช่วง ส.ค. 67

ทั้งนี้ ด้วยงบปี 2568 ผ่านมาเกิน 6 เดือนแล้ว ทำให้หากมีการขึ้น PSC หรือปรับลดอัตราการจ่ายขั้นต่ำต่อหัว จะมีผลกระทบต่อประมาณการกำไรปกติปี 2569 มากกว่า ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงนำเสนอ Sensitivity analysis ต่อประมาณการกำไรปกติปี 2569

โดยภายใต้ Sensitivity analysis พบว่าทุก 20% ของ PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (ในประเทศคงเดิม) ที่ขึ้นจากปัจจุบันมาที่ราว 880 บาทต่อคน จะหนุน Norm EPS ปี 2569 เพิ่มจาก 1.50 บาท ราว 19% ในขณะที่ทุก 20% ของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ต่ำลงจากสมมติฐาน (รวมการขอคืนพื้นที่ 2 ครั้งก่อน เท่ากับลดลงจากสัญญาที่เคยได้รับ 35%) จะส่งผลให้ Norm EPS ปี 2569 ลดลงจากสมมติฐาน 13% และบนกรณีที่เกิดขึ้นพร้อมกันจะทำให้ Norm EPS ปี 2569 เพิ่มขึ้นจากสมมติฐานราว 5%

ด้านราคาหุ้น AOT ปรับลง 41% จากต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) รับความไม่แน่นอนของรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ไปพอควร เพียงแต่หากประเด็นนี้ยังค้างคาอยู่ จะเป็นปัจจัยจำกัดการเคลื่อนไหวขาขึ้นของราคาหุ้น คงแนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 38.00 บาท (เดิม 52 บาท)

ในเชิงกลยุทธ์อิง FV (บน PER ที่ 25 เท่า) ส่วนเพิ่มตาม Sensitivity ข้างต้น เทียบกับราคาปัจจุบัน หากต้องการ Upside ราว 20% ทางพื้นฐานมองว่าราคาบริเวณ 30 – 32 บาท น่าสนใจ และราคาที่เกิน 40 บาท เป็นจุด take profit ตามความเห็นฝ่ายวิจัย

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด มองว่า เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังมีแนวโน้มลดลง ประกอบกับยังมีความเสี่ยงจากการลดลงของรายได้สัมปทานโดย Bloomberg Consensus มีแนวโน้มปรับประมาณการายได้ลดลง จึงแนะนำ “ขาย” Bloomberg Consensus 44.10 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...