MPJ ทุ่ม 194 ลบ. ลงทุนลานตู้คอนเทนเนอร์ 2 ทำเลทอง
MPJ ขยายธุรกิจเชิงรุกทุ่มงบ 194 ล้านบาท เปิดลานตู้คอนเทนเนอร์ 2 ทำเลทองลาดกระบัง-แหลมฉบัง รองรับดีมานด์ขนส่งสินค้าไป กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม รับมือการเปลี่ยนแปลงการค้าโลกพุ่งคาดหนุนผลงานปี 68 โต 20% รับเทรนด์โลกเปลี่ยน
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำด้านโลจิสติกส์ครบวงจรและบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทฯ จะเริ่มเปิดให้บริการลานตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสองโครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
เจาะลึก 2 โครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ทำเลทอง
1. โครงการลาดกระบัง: ศูนย์กลางเชื่อมโยงทุกเส้นทาง
ลานตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ ลาดกระบัง มีขนาด 24.30 ไร่ จัดเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงเนื่องจาก:
- ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ: เอื้อต่อการขนส่งสินค้าทางอากาศ
- เชื่อมโยงทางรถไฟสู่ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด: ทำให้สามารถเชื่อมโยงการขนส่งได้ครบวงจรทั้งทางบก ทางราง และทางเรือ
โครงการลาดกระบังคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายไตรมาส 3/2568 โดยสามารถรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 3,125 TEUs (Twenty-foot Equivalent Units) หรือประมาณการตู้เข้าออกทั้งปีที่ 240,000 TEUs คาดว่าจะสร้างรายได้ให้บริษัทในปีแรก 100 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 123 ล้านบาทในปีถัดไป
2. โครงการแหลมฉบัง: ประตูสู่การค้าโลกใน EEC
ส่วนโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ แหลมฉบัง ขนาด 19.37 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์การค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การลงทุนในลานตู้คอนเทนเนอร์แห่งนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
โครงการแหลมฉบังคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงกลางไตรมาส 4/2568 โดยสามารถรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 3,000 TEUs หรือประมาณการตู้เข้าออกทั้งปีที่ 200,000 TEUs คาดว่าจะสร้างรายได้ให้บริษัทในปีแรก 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาทในปีถัดไป
นายจีระศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนทั้งต้นทุน การขนส่ง และเส้นทางใหม่ๆ ในห่วงโซ่อุปทานโลก ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีแนวโน้มจะได้รับโอกาสเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่
ด้วยเหตุนี้ MPJ จึงเล็งเห็นโอกาสและช่องทางในการต่อยอดทางธุรกิจ และได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับการขยายการให้บริการใน 4 กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งจะเข้ามาหนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้เติบโตตามแผนที่วางไว้ที่ระดับ 20% เมื่อเทียบจากปีก่อน
การลงทุนครั้งใหญ่นี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ MPJ ในการยกระดับขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย และวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้เล่นสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าและการขนส่งในภูมิภาค โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศ CLMV ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง การขยายโครงสร้างพื้นฐานในทำเลยุทธศาสตร์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มศักยภาพในการรองรับดีมานด์ แต่ยังเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยz