โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภาษีทรัมป์” ยิ่งสูง ยิ่งหนาว ไทยต้องลุ้น

INN News

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

ระทึกไปตาม ๆ กันหลังจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง "นายพิชัย ชุณหวชิร" ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังไม่สามารถปิดดีลกันได้ โดยไทยจำเป็นจะต้องเร่งปรับข้อเสนอใหม่ก่อนเส้นตาย 9 ก.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนภาษี ในระดับที่สหรัฐฯเคยประกาศไว้เมื่อ 2 เม.ย. ที่ 36%

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า การที่ไทยยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้นั้น อาจจะอยู่ที่การกดดันให้เปิดตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะเนื้อหมู ที่สหรัฐฯ พยายามกดดันไทยมาหลายปี แม้การนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มจะช่วยหักล้างผลของการเปิดตลาดเนื้อสัตว์

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอใหม่ที่ทางฝ่ายไทยยื่นไปยังสหรัฐฯนั้น นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ คาดว่าจะช่วยเปิดตลาดสินค้าของสหรัฐฯมากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มการซื้อก๊าซ LNG, ถ่านหิน, สินค้าเกษตร, เครื่องบิน Boeing และตั้งเป้าลดดุลการค้ากับสหรัฐฯ จากเดิมที่ไทยได้ดุลราว 4.6 หมื่นล้านเหรียญต่อปี ให้ลดลง 70 % ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อหวังให้สหรัฐฯปรับลดภาษีนำเข้าลงสู่ระดับ 10–20%

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในมุมของฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส มองว่า เมื่อพิจารณาผลกระทบต่ออัตราภาษี เฉลี่ยที่ไทยต้องเผชิญ หากไม่มีข้อตกลงหรือการขยายเวลาเกิดขึ้นภายใน วันที่ 9 ก.ค. นี้ พบว่า หลัก ๆ จะมี SHOCK ที่เกิดขึ้นกับภาษีกลุ่มสินค้ารถยนต์และชิ้นส่วน, เหล็กและอลูมิเนียม, บวกกับภาษีตอบโต้ส่วนเพิ่ม โดยรวมอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในแถบเอเชีย อาจเพิ่ม DOWNSIDE RISK ต่อ GDP ไทยได้

ขณะที่ รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์ต้องการนำรายได้จากการเก็บภาษีนำเข้าโดยเฉพาะภาษีตอบโต้ทางการค้ามาชดเชยการขาดดุลงบประมาณ หากการเจรจาภาษีตอบโต้การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯยังไม่มีข้อสรุปตามกรอบเวลาเส้นตายและสหรัฐไม่ยืดเส้นตาย

อุตสาหกรรมส่งออกครึ่งปีหลังเสี่ยงสูงมาก คาดการว่างงานเพิ่มสูงในหลายธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออก หากมีข้อสรุปและไทยสามารถปรับลดภาษีได้ต่ำกว่า 20% หรือได้รับการยืดเส้นตาย ภาคส่งออกไทยจะยังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง หากอัตราภาษีตอบโต้ถูกเรียกเก็บในอัตราสูงกว่า 20% ภาคส่งออกจะได้รับผลกระทบและชะลอตัวโดยเฉพาะในสินค้าส่งออกที่ไทยต้องแข่งขันกับเวียดนาม ข้อเสนอในการเจรจาทางการค้าของไทยนั้น มีตั้งแต่

1. เพิ่มช่องทางเปิดรับสินค้าสหรัฐฯ ไทยเสนอยอม ลดอัตราภาษีไทย บางรายการเพื่อเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มีแผนขยายโควต้าการนำเข้าในสินค้าหลายประเภท เพื่อสร้างสมดุลดุลการค้า

2. ป้องกันการลักลอบส่งออกผ่านประเทศที่สาม โดยไทยให้คำมั่นว่าจะ ปราบปรามการลักลอบ Re-Export โดยเฉพาะผ่านจีนหรือเอเชียอื่น ๆ มีการเสนอมาตรการตรวจสอบและเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการส่งออก

3. ช่วยส่งเสริมนโยบายสร้างงานในสหรัฐฯ เสนอให้ไทย ลงทุนในสหรัฐฯ ผ่านโครงการที่สร้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐฯ รูปแบบที่เสนอรวมถึงการสร้างโรงงานหรือโรงแรมในรัฐที่มีคนว่างงานสูง

4. ลดภาระภาษีไทยเพื่อแลกกับภาษี 10% ไทยยืนยันจะยอมให้ลดภาษีให้มากที่สุดเพื่อขอแลก เป็นอัตราภาษี 10% เท่านั้น หากเปรียบเทียบข้อเสนอของไทยกับเวียดนามแล้ว เวียดนามให้ข้อเสนอที่สหรัฐอเมริกาพึงพอใจมากกว่าโดยเฉพาะการเปิดเสรีให้กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ โดยไม่มีกำแพงภาษี

จากนี้ต่อไปจะต้องติดตามผลการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯอย่างใกล้ชิด หลังจากไทย ได้มีการปรับปรุงและยื่นข้อเสนอใหม่ให้กับสหรัฐฯ ซึ่งต้องติดตามว่าสหรัฐฯจะมีการตอบรับอย่างไร เพราะทุกการขยับ ทุกการขับเคลื่อน ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...