โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 02.27 น.

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนบวกเข้าหากรอบ 1,220-1,230 จุด หนุนจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนออกมาเป็นบวก โดยสหรัฐฯปรับลดภาษีนำเข้าจีนลงจาก 145% เหลือ 30% ขณะที่จีนปรับลดจาก 125% เหลือ 10% เป็นเวลา 90 วันเพื่อเปิดทางการเจรจาเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งถือว่าผลออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดค่อนข้างมาก ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงและราคา Commodity ฟื้นตัวแรงจากโอกาสเกิด Recession ของสหรัฐฯ ที่ลดลง

ขณะที่ Bond Yield และ Dollar Index ปรับตัวขึ้น โดยตลาดลดโอกาสที่ FED จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. เหลือเพียง 40% และเพิ่มโอกาสในเดือน ก.ย. เป็น 78% ช้าออกไปหนึ่งการประชุม ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามคืนนี้คือเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน เม.ย. ตลาดคาด Headline +2.4% y-y Core +2.8% y-y หากออกมาสูงกว่าคาดอาจทำให้ Sentiment บวกปัจจุบันถูกลดทอนลง

ส่วนปัจจัยในประเทศโฟกัสหลักยังคงอยู่ที่โค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ 1Q25 บจ. โดยเท่าที่ออกมาแล้วโดยรวมดีกว่าคาด 8% แต่กระจุกที่หุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก ขณะที่หุ้นขนาดกลาง-เล็กยังผสมผสาน และเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการใช้จ่ายภายในประเทศจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ เราจึงยังเน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและมั่นคง โดยเฉพาะสินค้าบริการจำเป็น รวมถึงราคายัง Laggard กว่าตลาดในช่วง 1 เดือนล่าสุดหลัง SET ฟื้นตัวจาก Low มีโอกาสกลับมา Outperformกลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 1Q25-2025 แข็งแกร่งและกระทบจำกัดจากภาษีการค้าสหรัฐฯและเศรษฐกิจชะลอตัว

กลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 1Q25-2025 แข็งแกร่งและโดยเน้นกลุ่มสินค้าและบริการจำเป็นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

หุ้นเด่นเดือน พ.ค. : CPALL, MTC, NSL, OSP, PR9

FSSIA Portfolio : BA, BTG, CPALL, KBANK, MTC, NSL, PR9, STECON

หุ้นเด่นวันนี้ : TOP

• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 28.66 บาท

• ประกาศกำไรสุทธิ 1Q25 ที่ 3.5 พันลบ. +27% q-q, +40% y-y ดีกว่าที่ตลาดคาดหนุนจาก Stock Gain ส่วนกำไรปกติอยู่ที่ 2.2 พันลบ. -26% q-q, -69% y-y จากค่าการกลั่นที่ชะลอ

• เราคาด TOP จะได้ Sentiment บวกจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนออกมาเป็นบวกกว่าคาด โดยมีการลดภาษีนำเข้าระหว่างกันชั่วคราว 90 วัน นอกจากนี้ค่าการกลั่นล่าสุดยืนในระดับที่สูงที่ระดับ US$5-6 ต่อบาร์เรล คาดเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น

• แนวรับ 27-26.50 บาท แนวต้าน 28.50-29 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,210 แนวต้าน 1,230 – 1,235 คาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นรับข่าวบวก หลังสหรัฐ – จีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน ดังนั้นจึงแนะนำเก็งกำไรกลุ่ม China Play เช่น SCC,SCGP,PTTGC,IVL,TOP,BCP,KCE,HANA,GULF,GSPC

SCC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 159.00 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q68 ที่ 1.1 พันล้านบาท ฟื้นตัว QoQ และดีกว่าคาด หนุนจากการทยอยฟื้นตัวของธุรกิจ Packaging และ CBM โดยธุรกิจ CBM มีแรงขับเคลื่อนจากราคาปูนซีเมนต์ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แนวโน้ม 2Q68 คาดผลประกอบการฟื้นตัวขึ้นต่อจากปรับขึ้นราคาขายด้วยการลดส่วนลดทางการตลาดและได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ขณะที่อัตรากำไรของธุรกิจปิโตรเคมีดีขึ้นจากต้นทุน naphtha ที่ลดลงตามราคาน้ำมัน รวมถึง SCGP ที่ทยอยฟื้นตัว มีการบันทึกรายได้เงินปันผลตามฤดูกาล และกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อกิจการในสิงคโปร์ ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68 ที่ 7.9 พันล้านบาท +25%YoY ส่วนระยะสั้นมีปัจจัยหนุนด้วย sentiment ของการเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ

OKJ* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 13.83 บาท ) แนวโน้มการดำเนินงานยังมีแรงหนุนจากแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆตามกระแสนิยม โดยล่าสุด เปิดร้านไก่ทอด Joe Wings ด้าน OKJ* เอง ปีนี้ ตั้งเป้าผลักดันรายได้เติบโต 20-30% ส่วนแผนงานปี67-71 ต้องการรักษาทิศทางรายได้ไม่ต่ำกว่าปี64-66 ที่เติบโตเฉลี่ย 40% และจะขยายสาขาทั้ง 3 แบรนด์หลัก คือ แบรนด์โอ้กะจู๋ เป็น 67 สาขา+ร้าน Deliver & Kiosk รวม 37 สาขา/ แบรนด์ Ohkajhu Wrap & Roll เป็น 20 สาขา/ แบรนด์ Oh Juice เป็น 70 สาขา ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี68และ69 กำไรสุทธิของ OKJ* จะอยู่ที่ระดับ 288 ลบ.(+43%YoY) และ 361 ลบ.(+25%YoY)

ขณะที่ บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ มีโอกาสเข้าสอบแนวต้านบริเวณ 1220 -1225 จุด อีกครั้ง โดยตลาดหุ้นไทยยังคงถูกขับเคลื่อนจากกลุ่มหุ้น China Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีนในการอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อรองรับผลกระทบจากชะลอตัวลงของการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ออกมาดี

การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เป็นตัวแปรสำคัญที่ตลาดโลกให้ความสนใจ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และ He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีน เป็นผู้นำการเจรจา โดยผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ และผู้นำสหรัฐฯ พอใจกับการเจรจาครั้ง ……. เรามองเป็นข่าวบวกของตลาด

กองทุนทั่วโลกกำลังกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียอย่างคึกคัก เนื่องจากความน่าสนใจของสกุลเงินที่แข็งค่าขึ้นและผลประกอบการที่ยังคงแข็งแกร่ง สามารถชดเชยความกังวลที่ว่ามาตรการภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ จะบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคได้

ผู้ว่าฯ ธปท. หนุนรัฐบาลทบทวน "ดิจิทัลวอลเล็ต" จากกรณีภาษีทรัมป์ บวกกับสินค้าจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามาในไทย ทางธปท.ก็พร้อมหากมีความจำเป็นที่จะออกมาตรการเพิ่ม

ข้อตกลงการค้าระหว่าง US-UK ยกเลิกภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียม จากเดิม 25% และลดภาษีนำเข้ารถยนต์เหลือ 10% สำหรับ 1 แสนคันแรกต่อปี (ปี 2567 UK ส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ ประมาณ 1.02 แสนคัน) และยังมีข้อตกลงด้านอื่นๆ เช่น ไม่เรียกเก็บภาษียารักษาโรค ให้โควต้าส่งออกเนื้อวัว เป็นต้น …. โดยเรามองว่า ปัญหา Supply Chain ของโลหะจะลดลง ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้เงินเฟ้อ บรรยากาศอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะดีขึ้น กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์คือ ชิ้นส่วนยานยนต์ นิคมฯ และโรงไฟฟ้า

ตลาดหุ้นไทย เข้าสู่ฤดูกาล รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน คาดว่ากำไรไตรมาสนี้ ราว 2.4 แสนลบ. -10% YoY ; +38% QoQ ฟื้นจาก 4Q ที่ 1.74 แสนลบ. วันสุดท้ายของการส่งงบงวดนี้ 15 พ.ค.68 …. DAOL รวบรวมกำไร ที่นำส่งมาแล้ว SET+MAI จำนวน 211 บริษัท เฉพาะ SET กำไร 1.50 แสนลบ. +10% yoy ; +19% qoq ส่วน MAI กำไร 889 ลบ. -10% yoy ; +24% qoq

ดัชนี MSCI จะประกาศทบทวนดัชนีฯ 13 พ.ค. 68 (14 พ.ค. 68 ช่วงเช้าตามเวลาไทย) โดยคาดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงหุ้นในดัชนี Standard Index แต่หลายตัวอาจถูกลดน้ำหนัก เช่น DELTA, AOT, CRC, BEM และ PTTEP เพราะราคาปรับตัวลงมาก ส่วนดัชนี Small Cap คาดว่าอาจมีหุ้นเข้า และไม่มีหุ้นออก โดย JMART เป็นหุ้นที่อยู่รั้งท้าย

หลักทรัพย์ที่จะขึ้น “XD” สัปดาห์นี้ มี 20 หลักทรัพย์ มีผลต่อ SET Index -0.6 จุด (ถ้าราคาหุ้นลดลง เท่ากับเงินปันผลจ่าย) หุ้นขนาดใหญ่ที่จะขึ้น “XD” สัปดาห์นี้ อาทิ AMATA(@0.55), KBANK(@2.5), CHAO(@0.17)

Event สัปดาห์นี้ : การประชุมครม.(13), CPI สหรัฐฯ(13), PPI สหรัฐฯ(15), ตัวเคลมการว่างงานสหรัฐฯ(15), GDP อังกฤษ(15), GDP ญี่ปุ่น(16)

Technical : BCH, KAMART

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...