โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กมธ.ท้องถิ่น วุฒิฯ" แนะยกระดับรับมืออุทกภัยเชียงรายทุกด้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.46 น.

"กมธ.ปกครองท้องถิ่น วุฒิฯ" แนะยกระดับรับมืออุทกภัยเชียงรายทุกด้าน เร่งสื่อสาร เตือนภัยถึงชุมชน-จัดข้อตกลงระดับท้องถิ่น ย้ำต้องแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกกให้เป็นรูปธรรม
วันที่ 30 มิ.ย.2568 น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดเชียงรายว่า ตนในฐานะวุฒิสมาชิกได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอส่งกำลังใจให้ประชาชนชาวเชียงรายทุกคนที่ประสบภัยในครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 4,400 หลังคาเรือน โดยสถานการณ์ขณะนี้ถือว่าวิกฤติจากฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลาก
“อุทกภัยครั้งนี้หนักมากจริงๆ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทุกคนที่กำลังปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ทั้งต่อชีวิตตนเองและประชาชน สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังหลังจากนี้ ต้องจับตาเรื่องดินโคลนถล่มเป็นพิเศษด้วย” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ควรมีการยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในทุกด้าน และขอให้เร่งจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที และเปิดระบบตรวจสอบสถานะการได้รับความช่วยเหลือเพื่อป้องกันความล่าช้าหรือการตกหล่นของผู้ประสบภัย
ต้องไม่ให้มีใครตกหล่น และต้องไม่มีใครถูกมองข้ามในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เราต้องเปลี่ยนจากระบบ ‘ตั้งรับ’ ไปเป็นระบบ ‘ป้องกันเชิงรุก’ โดยต้องประสานงานกับผู้นำท้องถิ่น อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครภัยพิบัติในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม
น.ส.ภิญญาพัชญ์ ยังกล่าวถึงปัญหาในระดับข้ามพรมแดนว่า รัฐบาลควรเร่งเจรจาระหว่างประเทศเพื่อจำกัดกิจกรรมจากเหมืองทองคำที่อาจปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย รวมถึงเรียกร้องให้มีข้อตกลงด้านข้อมูลน้ำระหว่างกันในระดับท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนน้ำหลากจากต้นน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
“แม่น้ำกกไม่ใช่เพียงแค่แหล่งน้ำธรรมชาติ แต่เป็นเส้นเลือดของเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนเชียงราย หากเกิดการปนเปื้อนจากสารโลหะหนัก หรือไซยาไนด์จากกิจกรรมเหมือง อาจส่งผลสะสมต่อสุขภาพคนทั้งจังหวัดในระยะยาว” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.ภิญญาพัชญ์ ยังเรียกร้องให้มีการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ (real-time monitoring) ในแม่น้ำสายหลัก พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ เพื่อให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีบทบาทร่วมในการเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ และเราต้องทำให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยที่จะมาถึงก่อนที่มันจะกลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า นอกจากการรับมือเชิงโครงสร้างแล้ว ยังควรส่งเสริมการสร้าง “เครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย” ตามหมู่บ้าน โดยเฉพาะในเขตเสี่ยงน้ำหลาก เพื่อให้มีบุคลากรในพื้นที่คอยรายงานสถานการณ์และดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ในช่วงเวลาวิกฤต คนที่เปราะบางที่สุดมักเป็นคนที่ถูกลืม ดังนั้นการออกแบบระบบภัยพิบัติในอนาคต ต้องมีมุมมองของความเท่าเทียมและความยืดหยุ่นในเชิงพื้นที่ (area-based resilience) ไม่ใช่แค่แผนงานที่อยู่บนกระดาษ” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...