โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บ้านเพื่อคนไทยลอตแรก 3 ทำเล “อิ๊งค์” กดปุ่ม 20 ม.ค.68 คอนโดในเมือง 4,000 หน่วย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2567 เวลา 00.02 น.
แพทองธาร ชินวัตร

กางแผนปี 2568 รัฐบาลอิ๊งค์ขับเคลื่อนบ้านเพื่อคนไทยลอตแรก 4,000 หน่วย ออกแบบเป็นห้องชุด เปิดจอง 20 ม.ค. 68 กระจาย 3 ทำเล “ย่าน กม.11” 1,000 หน่วย “สถานีธนบุรี” 1,000 หน่วย “เชียงราก” 2,000 หน่วย ราคาเริ่ม 9 แสน-1.6 ล้าน ดึง ธอส.ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท เร่งสรุปคุณสมบัติผู้มีสิทธิซื้อเป็นบ้านหลังแรก สกัดปัญหาขาใหญ่จองสิทธินำไปปล่อยเช่าช่วง ใช้วิธีเปิดประมูลรับเหมาเอกชนช่วยก่อสร้าง 3 ปี 1 แสนหน่วย

อัพเดตความคืบหน้านโยบายบ้านเพื่อคนไทยของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เพื่อสร้างโอกาสเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ตั้งเป้าก่อสร้างโครงการจำนวน 1 แสนหน่วย ภายในเวลา 3 ปี (2568-2570) เงื่อนไขผ่อนปรนโดยเปิดให้ผู้มีสิทธิซื้อไม่ต้องมีเงินดาวน์ และมีภาระผ่อนเพียงเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งถือเป็นเพียงโครงการนำร่อง

เพราะสำรวจดีมานด์ที่แท้จริงพบว่ามีคนไทยกำลังซื้อระดับล่างยังไม่มีบ้านเป็นของตนเองถึง 6 ล้านหน่วย จากจำนวน 20 ล้านครัวเรือน โดยมีสินเชื่ออายุการผ่อน 30-40 ปี แต่ได้สิทธิอยู่อาศัยนาน 99 ปี

20 ม.ค. ลอตแรก 4,410 หน่วย

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นโยบายบ้านเพื่อคนไทยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง จากการสำรวจความต้องการเบื้องต้นพบว่ามีเสียงตอบรับที่ดีมาก โดยวันจันทร์ 20 มกราคม 2568 จะเปิดให้ดูบ้านตัวอย่างเป็นวันแรก รวมทั้งเปิดให้จองลอตแรกจำนวน 4,410 ห้อง

เบื้องต้น กำหนดพื้นที่สำหรับจัดทำโครงการนำร่อง 3 แห่งแรก ได้แก่ 1.บริเวณสถานีรถไฟเชียงราก แลนด์พลอตมีพื้นที่ใหญ่สามารถสร้างได้กว่า 2,000 หน่วย 2.บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี จำนวนกว่า 1,000 หน่วย และ 3.ย่าน กม.11 อยู่ด้านหลังสำนักงานใหญ่ ปตท. จำนวนกว่า 1,000 หน่วย

ทั้งนี้ บ้านเพื่อคนไทยออกแบบที่อยู่อาศัย 2 ประเภท คือ คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ พื้นที่ใช้สอยแบ่งเป็น 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร กับแบบ 2 ห้องนอน 40-45-51 ตารางเมตร อีกรูปแบบจะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ฟังก์ชั่น 2 ห้องนอน บนที่ดิน 50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยตัวบ้าน 50 ตารางเมตร

“โครงการนำร่อง 3 แห่งแรกคาดว่าจะเป็นคอนโดฯทั้งหมด เพราะทำเลอยู่ในเมือง หากทำเป็นบ้านเดี่ยวแปลงละ 50 ตารางวา จะไม่คุ้มค่าเพราะไม่ได้ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งบ้านเดี่ยวต้องใช้ที่ดินมากกว่าคอนโดฯ ในขณะที่การพักอาศัยในเขตเมือง รูปแบบคอนโดฯตอบโจทย์ได้มากที่สุด”

นโยบายคู่แฝดรถไฟฟ้า 20 บาท

นายศึกษิษฏ์กล่าวว่า โครงการบ้านเพื่อคนไทยจะเชื่อมโยงกับนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท ราคาเดียว มีการคำนวณเบื้องต้น ประชาชนผู้มีรายได้น้อยปัจจุบันไม่มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในเมือง ทำให้ต้องออกไปเช่าหรืออยู่อาศัยนอกเมือง แต่ละวันต้องเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง มีค่าใช้จ่ายโดยสารรถไฟฟ้าหรือบริการขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น ๆ เฉลี่ยวันละ 150 บาท

ดังนั้น คำนวณจากวันทำงานเดือนละ 25 วัน เท่ากับมีค่าใช้จ่ายเดินทางเข้าเมืองเดือนละ 3,750 บาท ในปี 2568 รัฐบาลแพทองธารประกาศนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทำได้จริง เท่ากับจะลดค่าใช้จ่ายนั่งรถไฟฟ้าเข้ามาทำงานในเมืองเหลือเดือนละ 500 บาท เมื่อหักส่วนต่างเดิม 3,750 บาท ลบออก 500 บาท จะมีเงินเหลือเดือนละ 3,250 บาท

“จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่ลดลงเดือนละ 3,250 บาท ผู้มีสิทธิซื้อบ้านเพื่อคนไทยเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ก็จะสามารถผ่อนบ้านเดือนละ 4,000 บาทได้แล้ว โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์แต่อย่างใด และแทบจะไม่ได้เพิ่มภาระด้านการเงินให้มากกว่าเดิม แต่สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยเหตุผลนี้บ้านเพื่อคนไทยจึงมีแต่เสียงตอบรับท่วมท้น เพราะบ้านเป็นปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิต”

ดึง ธอส.ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2.5%

ทั้งนี้ ทีมงานบ้านเพื่อคนไทยออกแบบแผนการเงินให้กับผู้ซื้อ นอกจากปลดล็อกเรื่องไม่ต้องมีเงินดาวน์แล้ว ยังจัดหาแหล่งเงินกู้มาซัพพอร์ตด้วยการดึงธนาคารรัฐซึ่งก็คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยกู้ระยะยาว 30-40 ปี มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ต่อปี

โมเดลการชำระเงินกู้บ้านเพื่อคนไทย มีการกำหนดราคาขายหน่วยละ 9 แสน-1.6 ล้านบาท คำนวณระยะเวลาเงินกู้พบว่า วงเงินกู้ 9 แสนบาท ระยะเวลา 25 ปี มีค่างวดผ่อนเดือนละ 4,038 บาท ถ้ากู้ยาว 30 ปี ค่างวดลดเหลือ 3,556 บาท, วงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุการกู้ 30 ปี ค่างวดผ่อนอยู่ที่เดือนละ 3,951 บาท, วงเงินกู้ 1.2 ล้านบาท อายุการกู้ 40 ปี ค่างวดผ่อนเท่ากับ 3,957 บาท เป็นต้น

“การวางแผนด้านเงินกู้ผู้ซื้อ เราดึง ธอส.มาปล่อยกู้ให้กับประชาชน เมื่อเปิดรับจองโครงการนำร่อง 3 แห่งแรกแล้วก็เริ่มก่อสร้างโครงการ รองรับดีมานด์ที่มั่นใจว่ามีจำนวนมาก เมื่อมีการจองและการกู้เกิดขึ้น วิธีการคือประชาชนกู้เงิน ธอส. แล้วนำมาจ่ายให้เราพัฒนาโครงการ แนวคิดคือบ้านเพื่อคนไทยจะพึ่งงบประมาณรัฐให้น้อยที่สุด”

กฎเหล็กซื้อ “บ้านหลังแรก”

สำหรับคุณสมบัติผู้มีสิทธิซื้อบ้านในโครงการบ้านเพื่อคนไทย เนื่องจากเป็นนโยบายเชิงสวัสดิการช่วยผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ที่ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองได้ ดังนั้น กฎเหล็กจึงจะต้องเป็นการซื้อบ้านหลังแรกเท่านั้น เนื่องจากมองว่าหากซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป ถือเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

จากนั้นเมื่อกำหนดเกณฑ์สำคัญในการซื้อเป็นบ้านหลังแรก จะนำมาสู่การกำหนดนิยามของผู้มีสิทธิซื้อบ้านหลังแรก คร่าว ๆ แบ่งได้ 2 เรื่องหลัก คือ ดูจากรายได้ต่อเดือนไม่ควรเกินเพดานเท่าไหร่ กับดูจากทรัพย์สินที่ถือครอง ควรมีหลักเกณฑ์เท่าไหร่ที่จะนิยามเป็นผู้มีรายได้น้อยและซื้อบ้านหลังแรก

สกัดขาใหญ่สวมสิทธิเช่าช่วง

นอกจากนี้ การกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิซื้อ ในเชิงนโยบายต้องการป้องกันปัญหาผู้มีรายได้สูงเข้ามาสวมสิทธิซื้อบ้านเพื่อคนไทย เพื่อนำไปปล่อยเช่าช่วงอีกต่อหนึ่ง เพราะถึงแม้จะมีเป้าสร้างมากถึง 1 แสนหน่วยภายใน 3 ปี แต่ในความเป็นจริงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละโครงการในแต่ละทำเล มีดีมานด์มากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับที่ตั้งโครงการ ถ้าอยู่ในเมืองจะมีดีมานด์สูงกว่าทำเลนอกเมืองอยู่แล้ว

“การกว้านซื้อสิทธิบ้านเพื่อคนไทยเพื่อไปปล่อยเช่าช่วง เป็นประเด็นพิจารณาสำคัญอันหนึ่งของทีมงาน ซึ่งคงจะต้องมีการพิสูจน์สิทธิกันเข้มข้นมากกว่าเงินหมื่นบาทดิจิทัล ซึ่งแทบจะไม่ได้พิสูจน์สิทธิ แต่บ้านเพื่อคนไทยจะต้องมีการยื่นหลักฐานเอกสารในการขอกู้เงินกับ ธอส. จากนั้นจะมีการตรวจสอบผู้กู้ เพราะเราคงไม่ปล่อยให้ซื้อบ้านเพื่อคนไทยทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิซื้อ แต่ไปพบในภายหลังว่ามีกรรมสิทธิ์ที่ดินอีก 3,000 ไร่ในมือ”
ประมูลรับเหมาสร้าง 1 แสนหน่วย

ประเด็นที่น่าสนใจยังรวมถึงเป้าก่อสร้าง 1 แสนหน่วยภายใน 3 ปี ถือเป็นเป้าหมายแอ็กเกรสซีฟมาก เมื่อเทียบกับขีดความสามารถของรัฐวิสาหกิจ คือ การเคหะแห่งชาติ ซึ่งก่อตั้งเกือบ 50 ปี แต่สร้างที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางเฉลี่ยปีละ 20,000 หน่วยเท่านั้น

เรื่องเดียวกันนี้ นายศึกษิษฏ์กล่าวอธิบายว่า โมเดลการก่อสร้างบ้านเพื่อคนไทย จะใช้วิธีเปิดประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างตามวิธีปกติ ไม่ได้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษแต่อย่างใด เพราะให้ความสำคัญเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นอันดับแรก

รายละเอียดการส่งมอบบ้านเพื่อคนไทย ทีมงานวางแผน 3 ปีดังนี้ วันที่ 20 มกราคม 2568 เปิดบ้านตัวอย่างครั้งแรก และเปิดจองลอตแรก 4,410 หน่วย จากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เริ่มก่อสร้างโครงการนำร่อง 3 แห่ง ภายในเดือนธันวาคมปีเดียวกันจะเร่งส่งมอบก่อน 154 หน่วย จากนั้นในเดือนมิถุนายน 2569 ตั้งเป้าโอนโครงการนำร่องที่เหลืออีก 4,256 หน่วย

ถัดมาภายในเดือนธันวาคม 2569 ตั้งเป้าโอนอีก 56,000 หน่วย และภายในปี 2570 โอนเพิ่มอีก 39,590 หน่วย รวมทั้งสิ้น 100,000 หน่วย

“ผู้รับเหมาไทยเดี๋ยวนี้สร้างเก่งมาก มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในไซต์ก่อสร้าง มีระบบก่อสร้างสำเร็จรูป ดังนั้น แผนสร้าง 1 แสนหน่วยในเวลา 3 ปี เชื่อว่าทำได้จริง ส่วนรายละเอียดที่จะต้องมาลงลึกทั้งด้านกฎระเบียบทางราชการ ขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดยิบย่อย ทีมงานจะต้องหาข้อสรุปให้เสร็จก่อนวันที่ 20 มกราคมนี้” นายศึกษิษฏ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านเพื่อคนไทยลอตแรก 3 ทำเล “อิ๊งค์” กดปุ่ม 20 ม.ค.68 คอนโดในเมือง 4,000 หน่วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...