ได้ไง? ชอบเมืองไทย แต่ลงทุนจริงที่อื่นมากกว่า?
กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น
ได้ไง?
ชอบเมืองไทย
แต่ลงทุนจริงที่อื่นมากกว่า?
เพื่อนฝรั่งคนหนึ่งเปิดใจกับผมว่า ต่างชาติมาลงทุนไทยด้วย sentiment
หรืออารมณ์, ความรู้สึก
แต่ไปประเทศอื่นเขาตัดสินใจด้วย business analysis
ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์ตัวเลขและข้อมูลอย่างมืออาชีพ
หะแรก ผมฟังแล้วดีใจว่าคนข้างนอกเขา “มีใจ” กับเรา
แต่พอเขาอธิบายต่อ ผมชักใจเสีย
เพื่อนบอกว่าคนต่างชาติ “ชอบ” เมืองไทยเพราะคนไทยเป็นมิตร, ยิ้มแย้ม, เป็นกันเอง
ผมยิ้มรับ
อีกทั้งอาหารไทยก็อร่อย ทะเลสวย และค่าครองชีพถูก
ซึ่งก็ถูกทั้งหมด
ผมยังยิ้มอยู่
จนเขาบอกว่า “มันเป็นความรู้สึกที่ดีต่อคนไทย เขาอยากมาเที่ยว แต่ถ้ามาทำธุรกิจ ถ้าเขาลงทุนจริงจัง เขาจะไปที่อื่น”
ผมอุทาน “อ้าว! เฮ้ย ได้ยัง?”
เพื่อนฝรั่งคนนี้บอกว่า “ผมขอพูดตรงๆ ได้ไหม ไม่เอาแบบเอาใจคนไทยนะ”
ผมพยักหน้า คอยฟ้าผ่าลง
“มาเมืองไทยแล้วสบายใจ แต่มาสั้นๆ เพื่อพักผ่อน เสร็จแล้วต้องไปที่อื่นเพราะต้องทำมาหากิน”
เขาบอกว่าต่างชาติไปลงทุนที่ไหนเขาต้องวิเคราะห์ตัวเลขและความคุ้มค่าของเงินที่ลงไป
“ถ้าเอาเครื่องคิดเลขออกมากดดู เปรียบเทียบความคุ้มค่าลงทุนในไทยกับเวียดนาม, ไทยแพ้ราบคาบ…บรรทัดสุดท้ายของการลงทุนของไทยเราสู้ประเทศอื่นหลายประเทศในแถบนี้ไม่ได้เลย”
ผมอยากรู้ว่าลงทุนในด้านไหนตัวเลขของไทยจึงสู้เขาไม่ได้
“เกือบทุกด้าน…”
ผมใจคอไม่ดีแล้ว
“เพราะแม้เรื่องการเกษตรที่ไทยเชื่อว่าตัวเองเก่งที่สุด พอเทียบผลผลิตต่อไร่ เวียดนามดีกว่าไทยเป็นเท่าตัว อย่าให้เอ่ยตัวเลขของจีนนะ…มันจะเสียกำลังใจคุณมากกว่านี้”
แล้วด้านเทคโนโลยีล่ะ ก็เห็นนายกฯ ไทยต้อนรับขับสู้บรรดาซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีกันอย่างคึกคักไม่ใช่หรือ
เพื่อนฝรั่งบอกว่า “ก็อย่างที่บอก พวกบริษัทเทคโนโลยียักษ์เขามาแวะเมืองไทยเพื่อรักษาน้ำใจ เพราะเขาอาจต้องพึ่งไทยในบางเรื่อง แต่เงินก้อนใหญ่จริงๆ ไปลงในประเทศอื่น”
เขายกตัวอย่าง Jensen Huang แห่ง Nvidia อันโด่งดัง
เขาแวะมาเมืองไทยเพื่อเล่าว่าตอนเด็กๆ เขาตามพ่อเขามาทำธุรกิจที่เมืองไทย จึงมีความทรงจำดีๆ ตอนเด็ก
เคยนั่งตุ๊กตุ๊ก เคยกินอาหารไทยอย่างไรก็ยังจำได้
พอได้รับการเชื้อเชิญให้มาเมืองไทยก็ต้องหาอะไรมาลงที่นี่เพราะ sentiment มันให้
พอขึ้นเวที มีคนเอายาดมไทยให้ดมก็ร้อง “ว้าว” ที่ทำให้เจ้าภาพดีอกอีใจ
นักธุรกิจระดับโลกอย่างนี้ไม่ใช่เพียงแต่นักยุทธศาสตร์ด้านธุรกิจชั้นเซียนเท่านั้น
แต่ยังเป็นนักการทูตระดับสากลที่ต้องเอาใจนายกรัฐมนตรีทุกประเทศ
มาเมืองไทยเจอนายกฯ ไม่พอ ยังต้องพบคุณพ่อนายกฯ ด้วย
เพราะทีมงานเขาไปสืบเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองไทยเอาไว้เรียบร้อยแล้ว รู้ว่าใครเป็นใคร
พูดกันกว้างขวางในหมู่นักลงทุนต่างชาติว่ามาเมืองไทย Know who สำหรับกว่า Know how
รู้ว่าใครเป็นใครสำหรับกว่าข้อมูลความรู้ว่าจะทำธุรกิจอย่างไร
และต้องรู้ด้วยว่าเมื่อ Know who แล้วก็จะรู้ว่าควรชักชวนลูกหลานของใครในแวดวงคนมีอิทธิพลมาร่วมลงทุนในบริษัทที่สามารถสร้างอีเวนต์เพื่อแถลงข่าวให้รัฐบาลไทยรู้สึกปลาบปลื้มในตัวเขาและธุรกิจของเขา
ตอนหนึ่ง ตอนอยู่เมืองไทย Jensen Huang บอกว่า
“Thailand has the required skills to teach machines, with many computer scientists and expertise available.”
แปลว่าไทยเรามีทักษะในการสอนเครื่องจักรให้ทำงานให้คนได้
แค่นั้นเอง
คนไทยในแวดวงเทคโนโลยีที่ไปร่วมวงฟังอย่างตั้งใจตีความว่าเขาเพียงแค่ “แตะมือ” ประเทศไทยไว้เพื่อการเชื่อมต่อธุรกิจด้านอื่นๆ ในวันข้างหน้า
มาไทยทั้งทีต้องมีอะไรติดปลายนวมบ้าง
น่าจะเป็นเพราะเขาเห็นว่าไทยเราคงผลิตได้แค่ ChatGPT ที่ใช้แก่นของจีนในการสร้างต่อยอดเท่านั้นเอง
เขาก็คงไปเช็กมาแล้วว่าคะแนน PISA tests ของเด็กไทยยังต่ำเป็นอันดับท้ายๆ ของภูมิภาคนี้
อีกสองวันต่อมา เขาบินไปเวียดนาม และประกาศอย่างโครมครามว่า Nvidia จะเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาที่นั่น
เหตุผลที่รู้กันในวงการนี้คือ เป็นเพราะเวียดนามมีบุคลากรทางด้าน STEM ที่แข็งแกร่งเป็นจำนวนมาก
STEM คือ Science, technology, engineering, and mathematics
อันหมายถึงวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์
จึงมีข้อสรุปจากคนไทยที่ติดตามเรื่องนี้ว่าที่ Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอื่นๆ ยังไม่มาทุ่มทุนในไทยอย่างเป็นกอบเป็นกำก็เพราะคนที่มีทักษะ STEM ในไทยยังมีน้อย
และยังไม่มีวี่แววว่าจะมีนโยบายใดที่จะสร้างคนที่เก่งเหล่านี้ให้ทันกับความต้องการของบริษัทที่เขาพร้อมจะมาลงทุน
ถามว่าคนไทยที่เก่งด้านนี้มีไหม?
พอมีอยู่ แต่ส่วนใหญ่เลือกทำงานต่างประเทศเพราะมีสิ่งแวดล้อมที่ทำงานสนุกกว่า มีอนาคตมากกว่าและรายได้สูงกว่า
ที่สำคัญคือพวกเขาไม่เห็นว่ารัฐบาลไทยจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้จริงๆ
ในขณะที่เขาพูดอีกอย่างในเวียดนาม
ที่เวียดนาม Jensen Huang บอกว่า
“With our expertise in AI development, we will partner with a vibrant ecosystem of researchers, startups and enterprise organizations to build incredible AI right here in Vietnam.”
นั่นย่อมแปลว่า Nvidia ถือว่าเวียดนามเป็น “หุ้นส่วน” ที่จะช่วยกันสร้าง Incredible AI ด้วยกัน
Nvidia มีทุน มีเทคโนโลยี มีตลาด ส่วนเวียดนามมีนโยบายตรงกัน ที่สำคัญคือมี “คนเก่ง” ที่เขาต้องการ
ถ้าเราไม่โกหกตัวเองก็ต้องยอมรับว่ารอยยิ้มของ Jensen Huang ตอนแวะมาเมืองไทยมาจาก sentiment
ส่วนเสียงหัวเราะและคำประกาศที่ตื่นเต้นของเขาที่เวียดนามมาจากความคาดหวังที่จับต้องมองเห็นอนาคตที่สร้างร่วมกันได้
เป็นทั้ง “ความรู้สึก” และ “สาระประโยชน์” ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างไทยกับเวียดนาม…เปรียบเทียบจากการแสดงออกของเขา
ถามคนไทยในวงการนี้จะรู้ว่าเวียดนามมีแนวคิดเหมือนสิงคโปร์ในเรื่องนี้
นั่นคือการคนเก่งด้านเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับโลก…ไม่ใช่แค่สอบผ่านมหาวิทยาลัยในประเทศ
เป้าหมายคือการบ่มเพาะและสร้าง Global STEM talents หรือมันสมองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสากล
เป้าหมายคือเพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้าไปลงทุนในประเทศ
วันนี้ทั้งเวียดนาม, สิงคโปร์และมาเลเซีย (อินโดนีเซียก็ไม่ยอมน้อยหน้า) มีนักวิจัยจากบริษัทชั้นนำของโลกเข้าไปถ่ายทอดทักษะในการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ให้ถึงที่
พร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้กลายเป็นผู้นำทาง AI ของโลกในอนาคตอันใกล้
เพื่อนฝรั่งคนนั้นสำทับกับผมว่า “เรื่อง Nvidia นี้ผมไม่ได้พูดเองนะ ผมฟังมาจากเพื่อนคนไทยในวงการเทคฯ ที่เขาวิเคราะห์ให้ผมฟัง…”
มันมีทั้งเรื่องของวิชาพื้นฐานและงานวิจัยพื้นฐาน
ซึ่งเวียดนามได้ลงมือทุ่มเทสร้างคนรุ่นใหม่ของเขาให้เก่งทั้งสองด้าน
“เพื่อนคนไทยของผมในวงการนี้บอกว่าเมืองไทยนั้นนอกจากจะไม่เก่งเรื่องเหล่านี้แล้ว รัฐบาลก็ยังไม่ให้ความสำคัญอีกด้วย…” เพื่อนฝรั่งย้ำ
พอเห็นสีหน้าผมไม่ค่อยดีเพราะมีความรู้สึกอายที่ไทยเราสู้เขาไม่ได้ เพื่อนฝรั่งก็บอกว่า
“ก่อนที่คุณจะเสียกำลังใจไปมากกว่านี้ ผมขอเพิ่มเหตุผลที่ต่างชาติไปลงทุนที่เวียดนามและอินโดนีเซียมากกว่าไทยอีกสองสามข้อ คุณรับฟังได้ไหม?”
ผมพยักหน้า ใช้เวลาทำใจอยู่นานก่อนจะบอกว่า
“อย่าได้เกรงใจ ผมอาจตรอมใจตาย แต่สิ่งที่คนจากข้างนอกอย่างคุณกล้าพูดกับคนไทยตรงๆ จะช่วยให้ปลุกเราตื่นจากภวังค์ได้เลย”
เขาจึงค่อยๆ เอ่ยด้วยเสียงเบาๆ พอให้ได้ยินระหว่างเราสองคนว่า
“เขาบอกว่าคนไทยขี้เกียจ…ส่วนคนเวียดนามกับคนจีนโคตรขยัน…คนไทยไม่กล้าคิดนอกกรอบ…ชอบระบบอุปถัมภ์…ติดระบบขี้เกรงใจ ไม่ยอมเผชิญความจริง…กลัวการแข่งขันกับคนข้างนอก…และระบบการเมืองไทยยังมีคอร์รัปชั่นทุกแห่งหน…”
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเป็นลมล้มพับต่อหน้าต่อตา!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ได้ไง? ชอบเมืองไทย แต่ลงทุนจริงที่อื่นมากกว่า?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com