โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ภารกิจพิชิตเบอร์ 1 ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

Share2Trade

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2567 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังยังมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 2 แบรนด์ดังทั้ง M-150 และคาราบาวแดง กำลังแย่งชิงผู้นำตลาด ล่าสุดพบว่า โอสถสภาแม้มีส่วนแบ่งการตลาดลดลงเหลือ 46% แต่ยังเป็นผู้นำตลาด ขณะที่ฝั่งคาราบาวแดง ภายใต้บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ส่วนแบ่งการตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจพิชิตเบอร์ 1_S2T (เว็บ).jpg

หากอ้างอิงรายงานใน Opportunity Day ของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ที่เปิดเผยว่า ในรอบ 9 เดือนปี 2567 ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่ที่ระดับ 22,000 ล้านบาท เติบโต 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งโอสถสภายังเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาด 46% แต่ส่วนแบ่งการตลาดลดลงจากปีก่อน

ทั้งนี้ โอสถสภามุ่งเน้นกลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผลักดันการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านผลิตภัณฑ์นวัตกรรม กิจกรรมการตลาดที่สร้างความแตกต่าง และการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพในเครือข่ายการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง

ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินแนวโน้มกำไรปกติ OSP ในไตรมาส 4/67 คาดกลับมาเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวทั้งธุรกิจในประเทศหลังน้ำลด และเห็นสัญญาณของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว

แม้ส่วนแบ่งการตลาดคาดจะทรงตัวที่ราว 46% แต่คาดได้แรงหนุน จากการออกสินค้าใหม่หลายตัว อาทิ Shark (ราคาขายปลีก 25 บาท) เริ่มจำหน่าย โดยเน้นกลุ่ม ลูกค้าแรงงานต่างชาติ, Babi Mild/Calpis x หมีเนย, M-150 Sparkling รสชาติใหม่ เป็นต้น

บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2568 ที่ 8 – 9% จากการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่ 5% โดยตั้งเป้ารักษาระดับส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ แต่เน้นการขยาย Portfolio ในกลุ่มสินค้าที่เป็นพรีเมียมมากขึ้น อาทิ M-150 Sparkling รสชาติใหม่, ขยาย Shark ในไทย, เครื่องดื่ม Peptine, Oneday Vitamin เป็นต้น

ขณะที่ทำให้ Product Mix โดยรวมของ OSP จะดีขึ้น ควบคู่กับการบริหาร จัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยหนุน GPM และ NPM ให้สูงขึ้น และตั้งเป้าการเติบโตธุรกิจในต่างประเทศที่ระดับ Double Digit จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในเมียนมา, กลับไปรุกตลาดเวียดนาม ตั้งแต่ไตรมาส 1/68 (จะเริ่มกลับไปทำตลาดที่บางพื้นที่ก่อน โดยเน้นกลุ่มสินค้าระดับพรีเมียม)

อย่างไรก็ตามด้วยการดำเนินงานหลัก 9 เดือนปี 67 ที่ดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ จึงปรับ ประมาณการกำไรปกติปี 2567-2568 ขึ้น 6.6% และ 3.8% โดยคาดปี 2567 อยู่ที่ 3,096 ล้านบาท เติบโต 42.5% และปี 2568 คาดที่ 3,450 ล้านบาท เติบโต 11.4% จากปีก่อน แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 30 บาท

ขณะที่ในฝั่ง CBG ในรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ระบุว่า ยอดขายเครื่องดื่มคาราบาวแดง ในประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากส่วนแบ่งทางการตลาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากบริษัทฯ ยังคงดำเนินกลยุทธ์หลักคงราคาขายปลีกที่ 10 บาท

รวมถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การกระจายสินค้าให้มีเครือข่ายที่กว้างขวางและครอบคลุม ผ่านคู่ค้ารายย่อยระดับอำเภอและระดับตำบลเพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่าย

ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) มองว่า คำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 94.00 บาท โดย การดำเนินกลยุทธ์คงราคาขายปลีกเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ 10 บาท/ขวด จะผลักดันการเติบโตยอดขายและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศในเชิงปริมาณของคาราบาวเป็น 26% ในปี 2568 ซึ่งค่อนข้างอนุรักษ์นิยมกว่าเป้าหมายของบริษัทในสิ้นปี 2568 ที่ 29%

โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของยอดขายในประเทศจากกลยุทธ์คงราคาขายปลีกเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ 10 บาท/ขวด ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่คู่แข่งหลักมีการปรับราคาขายปลีกขึ้นเป็น 12 บาท/ขวด

ซึ่งสะท้อนผ่านส่วนแบ่งการตลาดเดือน ก.ย. 2567 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 25.8% เทียบกับ 23.4% ในเดือน ธ.ค.25663 และ 19.9% ในเดือน มี.ค. 2565 (เดือนแรกที่คู่แข่งหลังปรับราคาขายปลีก) ประเมินยอดขายในประเทศจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2568 ที่ 7 พันล้านบาท โต 9% และคิดเป็น 53% ของยอดขายสินค้า Branded own ของบริษัท

ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า คาดกำไรไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 879 ล้านบาท เติบโต 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 18% จากไตรมาสก่อน สูงสุดในรอบ 14 ไตรมาส

หนุนโดย 1.high season คาดรายได้เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศทำ All Time High ต่อ,ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากแจกเงิน 10,000 บาทกลุ่มเปราะปรางหนุน distribution business โตต่อเนื่อง และรายได้ต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง 2. GPM ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน

ดังนั้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 2,939 ล้านบาท เติบโต 53% และปี 2568 คาดกำไรสุทธิที่ 3,508 ล้านบาท เติบโต 19% จากรายได้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และ GPM ขยายตัว คงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 95 บาท

ภารกิจพิชิตเบอร์-1.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...