สมาคมบลจ. ลุ้น LTF รีเทิร์น รอหารือคลัง นักลงทุนติดดอย 2 แสนล้านบาท
สมาคมบลจ. เผยเดือน ม.ค. แรงขาย LTF พุ่ง 20,000 ล้านบาท ยอดคงค้างเหลือ 2 แสนล้าน รอหารือคลัง รีเทิร์นกลับมาดัน SET ฟื้นสู่ 1,500-1,530 จุด ย้ำสร้างธรรมาภิบาล บจ. ดึงนักลงทุนสถาบันไทย-ต่างชาติ
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ในฐานะ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) หรือ สมาคมบลจ. เปิดเผยว่าในเดือนม.ค. นักลงทุนไถ่ถอนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประมาณ 20,000 ล้านบาท
ส่งผลให้เงินลงทุนที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปีนี้ล่าสุดเหลือไม่ถึง 200,000 ล้านบาท และคาดว่าการชะลอขาย LTF จะเป็นไปจนกว่าตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในภาวะที่เหมาะสม
นายกสมาคม บลจ. กล่าวว่า การมีกองทุน LTF เข้ามาอยู่ในระบบจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักได้ นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ขณะนี้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และ สมาคม บลจ. อยู่ระหว่างรอกำหนดวันจากกระทรวงการคลังในการเข้าพบรัฐมนตรีคลังเพื่อหารือเรื่องกองทุน LTF”
นางชวินดา กล่าวว่าหาก LTF ได้รับการอนุมัติให้กลับมาขายได้อีกครั้งจะตอบโจทย์ตลาดหุ้นไทยได้มากที่สุด โดยหลังจากนี้ต้องรอดูว่าทางกระทรวงการคลังจะเห็นควรอย่างไร
โดยทั้ง FETCO และสมาคม บลจ. พร้อมจะเสนอให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม ขณะที่ทางกระทรวงการคลังเอง คาดว่ารอดูจังหวะและสถานการณ์ประกอบเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม LTF มีพลังขับเคลื่อนหุ้นไทยมากกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) เนื่องจาก LTF ลงทุนในหุ้นไทยล้วน ส่วนกองทุน Thai ESG ลงทุนทั้งหุ้นไทยและตลาดตราสารหนี้
บลจ.กรุงไทย คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปิดสิ้นปี 2568 ที่ระดับ 1,500 จุด หากเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าจะเติบโต 3.5% ผนวกกับการมี LTF เข้ามาช่วยผลักดันเพิ่มขึ้น
รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในเรื่อง ธรรมาภิบาล(Good governance:CG) ของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ที่ต้องยอมรับว่านักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันเป็นหัวใจสำคัญของตลาดหุ้นไทย นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวจะเลือกลงทุน โดยคำนึงถึง CG ประกอบการตัดสินใจด้วย
“หากตลาดทุนไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นในเรื่อง CG ได้ มั่นใจว่าตลาดฯจะกลับมาเติบโตได้ เพราะหุ้นไทยไม่ได้ขาดคุณภาพแต่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นเป็นหลัก” นายกสมาคมบลจ. กล่าว
นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ. ทิสโก้ กล่าวว่า หากกระทรวงการคลังอนุมัติให้กอง LTF กลับมา ถ้าเป็นไปได้มองว่าโมเดลเดิมเหมาะสม หรือถ้าไม่ได้ มองว่านำไปลดหย่อนภาษีได้ 200,000-300,000 บาท ก็ถือว่าจะสร้างแรงจูงใจให้บรรยากาศหุ้นไทยฟื้นตัว
ทั้งนี้โมเดลเดิมของกองทุน LTF สามารถนำเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีทั้งปี และไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 7 ปีปฎิทิน และสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2562
บลจ.ทิสโก้ คาดการณ์หุ้นไทยปี 2568 ดัชนีจะปิดปีที่ระดับ 1,500- 1,530 จุด หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปี 2567
แม้ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เป็นการเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กระจุกตัวอยู่เฉพาะบางอุตสาหกรรมเท่านั้น เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก พลังงาน อาหาร และซอฟต์แวร์ ซึ่งไม่ได้เป็นการเติบโตในวงกว้างจึงยังไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีแรงงานจำนวนมากนั้นยังไม่เติบโตดีเท่าที่ควร
เป้าหมายหุ้นไทยของบลจ.ทิสโก้ (ดัชนีปิดสิ้นปี)
- ปี 2568 ดัชนี1,500- 1,530 จุด
- ปี 2569 ดัชนี 1,620 จุด
- ปี2570 ดัชนี 1,700 จุด