โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มพิการ วอนอย่าปิด FiveM ต้องสตรีมเกมหารายได้ เลี้ยงย่าป่วยติดเตียง

มุมข่าว

เผยแพร่ 02 ก.พ. 2568 เวลา 07.55 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
หนุ่มพิการ วอนอย่าปิด FiveM ต้องสตรีมเกมหารายได้ เลี้ยงย่าป่วยติดเตียง

วันที่ 2 ก.พ. 2568 จากกรณีที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ได้จับกุมแก๊งโอริโอ้ หลังมีการตรวจสอบพบคลิปการทำร้ายร่างกายผู้อื่น บังคับให้เหยื่อกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม ชักชวนเล่นพนันออนไลน์ และคลิปที่เข้าข่ายเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร จึงเสนอให้ปิดกั้นเกม Five M ทั้งผู้เผยแพร่และจำหน่ายเกมนี้ เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย

จากกรณีดังกล่าวนายวศิน เหลวกูล หรือตั้น อายุ 30 ปี หนุ่มพิการทางความเคลื่อนไหวและการสื่อสาร ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันต้องดูแลย่า อายุ 74 ปี ซึ่งป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็ได้ออกมาขอความเห็นใจและวิงวอนเจ้าหน้าที่ว่า อย่าปิดเกม Five M เลย เนื่องจากทุกวันนี้เขามีรายได้จากการสตรีมเกม Five M เฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000 – 3,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ใช้ในการดำรงชีวิตและดูแลย่าป่วยติดเตียง จากปกติจะมีแค่เบี้ยผู้พิการคนละ 800 บาท รวม 2 คนก็เดือนละ 1,600 บาทที่ใช้กินอยู่ 2 ชีวิตแต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟด้วย จึงเห็นว่ามีช่องทางในการหารายได้จากการสตรีมเกม เพราะตัวเองก็พิการและต้องดูแลย่าป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย เนื่องจากพ่อเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่ จึงต้องอยู่กัน 2 คน

จึงอยากจะขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ปิดเกม Five M เพราะนอกจากตนเองที่พิการสามารถสตรีมเกมเลี้ยงย่าป่วยติดเตียงแล้ว อีกหลายคนก็สามารถหารายได้จากการสตรีมเกมเหมือนตนเองเลี้ยงครอบครัวได้ ส่วนตัวไม่ได้เห็นด้วยกับพฤติกรรมของแก๊งโอริโอ้ และเห็นด้วยที่เมื่อกระทำผิดก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ควรที่จะทำให้คนอื่นที่เขาหารายได้โดยสุจริต ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกับแก๊งดังกล่าวต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย โดยเฉพาะตนเองที่เป็นคนพิการจะไปหางานทำที่ไหนก็ยาก แถมยังต้องดูแลย่าติดเตียงอีก ก็อยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่เห็นใจ และพิจารณาว่าไม่ควรจะปิดเกมดังกล่าว หากใครทำผิดก็ดำเนินคดีกับบุคคลนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...