โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"รอง ผบช.น." ลั่นไม่ปกป้อง 7 ตำรวจจราจร รุมยำ "ลุกตำรวจ" คาด่านตรวจ ส่งตัวฟันข้อหา อาญา

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2567 เวลา 11.39 น. • RS PCL
“รอง ผบช.น.” ลั่นไม่ปกป้อง 7 ตำรวจจราจร รุมยำ “ลุกตำรวจ” คาด่านตรวจ ส่งตัวฟันข้อหา อาญา
“รอง ผบช.น.” ลั่นไม่ปกป้อง 7 ตำรวจจราจร รุมยำ “ลุกตำรวจ” คาด่านตรวจ ส่งตัวฟันข้อหา อาญา

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 และ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผบก.จร. ร่วมกันแถลง กรณีตำรวจจราจร 7 นาย รุมทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บ และมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า จะให้ความเป็นธรรม โดยยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น จะไม่ให้ความช่วยเหลือนายตำรวจที่ร่วมกันกระทำความผิดทั้ง 7 นาย โดยผลจากการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง กองบังคับการตำรวจจราจร พบว่ามีมูล สอดคล้องกับที่ญาติของผู้เสียหายให้ข้อมูล รวมถึงตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 7 คน ได้รับสารภาพว่าร่วมกันกระทำการดังกล่าวจริง ซึ่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาของทั้ง 7 คน ได้ควบคุมตัวไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับกลุ่มนายตำรวจทั้ง 7 คน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายและใจ ส่วนข้อหาอื่น ๆ หากตรวจสอบพบเข้าข่ายครบองค์ประกอบข้อหาใด ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม ยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะไม่ปกป้อง ให้ความช่วยเหลือหรือทำให้คดีบิดเบี้ยว อย่างที่สังคมตั้งข้อสังเกต โดยจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะคดีนี้ข้อเท็จจริงมีเพียงอย่างเดียว ประกอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของตำรวจทั้ง 7 นายเอง ที่ไม่มีการตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบว่ารถที่แหกด่านเป็นรถของผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่ และแม้ว่าหากผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ที่ขับรถฝ่าด่านจริง ตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์กระทำการในลักษณะดังกล่าว

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ทุกคนสงสัย ว่า ตำรวจทั้ง 7 นาย ทำไมจึงมี 4 นาย ที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบ พล.ต.ต.นพศิลป์ อธิบายว่า ช่วงเวลาดังกล่าว มีการตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจรของตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ซึ่งขณะนั้นมีตำรวจประจำด่านทั้งหมด 15 นาย ในระหว่างนั้นได้พบรถที่มีปัญหาเมาแล้วขับ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวเข้าด่าน แต่ปรากฏว่าคนขับรถได้ขับรถฝ่าด่านออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียง 5 นาที ผู้บาดเจ็บได้เข้าด่านตรวจเพื่อวัดระดับแอลกอฮอล์ 3 ครั้ง ตามขั้นตอน และพบว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด แต่รถไม่ติดแผ่นป้ายภาษี จึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป หลังจากผู้ต้องสงสัยเมาแล้วขับ ซึ่งขับรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนกันกับผู้เสียหาย ได้ขับรถแหกด่านออกไป ตำรวจในด่านจึงได้ตะโกนไปว่ามีรถแหกด่าน เป็นรุ่นและสีเดียวกันกับรถของผู้เสียหาย ตำรวจทั้ง 7 นาย ประกอบด้วยนอกเครื่องแบบ 4 นาย ซึ่งออกเวรแล้วแต่ยังคงประจำอยู่ในจุดดังกล่าว และในเครื่องแบบ 3 นาย ที่ยังอยู่ในเวลาเวร ได้สมัครใจขับรถตามรถคันของผู้ต้องสงสัยไป หลังจากนั้นก็เป็นไปตามข้อมูลที่ญาติผู้เสียหายระบุ ยืนยันตำรวจมียุทธวิธีในการดำเนินการ โดยจะเริ่มจากการพูดคุยด้วยวาจา และหากพบพฤติการณ์ของฝ่ายตรงข้ามมีแนวโน้มจะใช้กำลัง ก็จะพิจารณาตามสัดส่วน

“แสดงความเสียใจ และฝากไปถึงครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่ เพิ่งทราบว่าผู้เสียหายก็เป็นลูกตำรวจเช่นเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกตำรวจหรือประชาชนคนธรรมดา ก็ไม่ควรเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น” รอง ผบช.น. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...