โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตัวเลขจ้างงานสหรัฐดีกว่าคาด หนุนเงินทุนไหลออก กดดันบาทอ่อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 11.30 น.
แฟ้มภาพ

ตัวเลขจ้างงานสหรัฐดีกว่าคาด หนุนเงินทุนไหลออก กดดันบาทอ่อน หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 256,000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. สูงกว่าคาดการณ์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/01) ที่ระดับ 34.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/01) ที่ระดับ 34.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา บาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วใกล้ระดับแนวต้านที่ 34.80 หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐ (Bureau of Labor Statistics) เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Employment Change) เพิ่มขึ้น 256,000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 154,000 ตำแหน่ง และหลังจากเพิ่มขึ้น 212,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ย.

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.1% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ และต่ำกว่าระดับ 4.2% ในเดือน พ.ย. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ Dollar Index ปรับตัวสูงขึ้นใกล้แตะระดับ 110 และส่งผลให้ตลาดคาดว่าการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังถึงความจำเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในภาวะที่เศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ซึ่ง FED อาจจะยุติวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายในเดือนนี้

ล่าสุดข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือน มิ.ย. และจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมหลังจากนั้นตลอดทั้งปี 2025 นี้

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ในระหว่างวัน เงินบาทยังคงเคลื่อนไหว Sideways Up หรือในทิศทางอ่อนค่า และเข้าทดสอบแนวต้านที่ระดับ 34.80 เนื่องจากระหว่างวันตลาดพันธบัตรยังคงเผชิญกับแรงขาย ราว ๆ 5,097 ล้านบาท รวมถึงตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงเกือบ 10 จุดเช่นกัน

นอกจากนี้ ในวันนี้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Index) ประจำเดือน ธ.ค. 67 พบว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ความเชื่อมั่นดังกล่าว ปรับลงมาอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ที่ระดับ 78.52

โดยปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ การนำเข้าส่งออกสินค้าและสถานการณ์เงินเฟ้อ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.70-34.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/01) ที่ระดับ 1.0244/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/01) ที่ระดับ 1.0302/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอ่อนค่าเช่นเดียวกับเงินสกุลส่วนใหญ่อื่น ๆ ในตลาดปริวรรตเงินตรา จากปัจจัยการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0249-1.0176 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0191/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/01) ที่ระดับ 157.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/01) ที่ระดับ 157.90/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าต่อเนื่องใกล้หลุดระดับ 157 ซึ่งเป็นการสวนทางกับค่าเงินสกุลส่วนใหญ่อื่น ๆ โดยได้รับอานิสงส์จากการเป็นสกุลเงินสินทรัพย์ปลอดภัย จากความกังวลของตลาดถึงความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายของทรัมป์ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 157.96-157.03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.05/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสินเชื่อใหม่ของจีน (14/01), ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (14/01), ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษ (15/01), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (115/01), ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2567 ของอังกฤษ (16/01), ยอดค้าปลีกของสหรัฐ (16/01), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (16/01),

ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือน ม.ค. (16/01), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ (16/01), ยอดค้าปลีกของจีน (17/01), ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (17/01), ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2567 ของจีน (17/01), ยอดค้าปลีกของอังกฤษ (17/01) และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ (17/01)

ข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือน ธ.ค. อาทิ ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.20/-7.0 สตางค์ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.15/+0.95 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัวเลขจ้างงานสหรัฐดีกว่าคาด หนุนเงินทุนไหลออก กดดันบาทอ่อน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...