โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ย้อนรอยความเคลื่อนไหว “ราคาทองคำ” ตลอดปี 2567 เกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงดันราคาพุ่งแรง 8,900 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ธ.ค. 2567 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2567 เวลา 11.00 น.

ย้อนรอยความเคลื่อนไหว “ราคาทองคำ” ตลอดปี 2567 เกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงดันราคาทองพุ่งแรง 8,900 บาทต่อบาททองคำ

“ราคาทองคำในประเทศ” ปี 2567 สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ตลอดทั้งปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 ธันวาคม 2567 ปรับขึ้นกว่า 8,900 บาทต่อบาททองคำ ทั้งทองแท่งและทองรูปพรรณปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเทียบกับปี 2566 พบว่าราคาทองได้ปรับขึ้นมากกว่า 2 เท่าของความเคลื่อนไหวตลอดทั้งปีก่อนหน้า ที่เพิ่มขึ้น 4,150 บาทต่อบาททองคำ สะท้อนให้เห็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดทองคำ

“การเงินธนาคาร” จะพาไปย้อนรอยความไหวสำคัญตลอดปี 2567 ที่น่าสนใจดังนี้

มกราคม ราคาทองคำปรับขึ้น 550 บาท

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2567 ราคาทองคำในประเทศ ณ วันที่ 1 ม.ค. เปิดปีด้วยราคาทองรูปพรรณ ขายออกที่ 34,150 บาท/บาททองคำ ทองแท่งขายออกที่ 33,650 บาท ส่วน Gold Spot อยู่ที่ 2,064 ดอลลาร์/ออนซ์ ในอัตราแลกเปลี่ยนที่ 34.40 บาท/ดอลลาร์ ตลอดเดือนปรับขึ้น 850 บาท โดยสิ้นเดือน (31 ม.ค.67) รูปพรรณขายออกที่ 34,700 บาท

ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาหนุนราคาทองคำในประเทศ ได้แก่ ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางหลายประเทศที่ยังคงทยอยสะสมทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน ซื้อทองคำสะสมมากที่สุดในรอบหลายปี จากสถิติของสมาคมทองคำโลกพบว่าปี 2567 จีนซื้อทองคำมากกว่า 1,000 ตัน ขณะที่รัสเซียได้เพิ่มในทุนสำรองเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และอินเดีย ที่พยายามลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกันมีความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงเติบโต แต่ตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น อัตราการจ้างงานและการบริโภคภาคเอกชนเริ่มมีการชะลอตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 และอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ และนักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในครั้งหลังของปี 2567 หากเฟดไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่ายุโรปจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤติด้านพลังงาน และผลกระทบจากสงครามในยูเครน รวมถึงไทยยังเผชิญกับเงินบาทอ่อนค่าระหว่าง 34.50-35.00 บาท/ดอลลาร์ แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง จึงส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศไม่มากนัก

กุมภาพันธ์ ราคาทองคำปรับขึ้น 350 บาท

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ราคาทองรูปพรรณเริ่มต้นเดือนที่ 34,750 บาท ซึ่งตลอดทั้งเดือนราคาปรับขึ้น 350 บาท/บาททองคำ โดยมีหลายปัจจัยเข้ามาหนุนราคา ซึ่งธนาคารกลางหลายประเทศยังคงสะสมทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากสกุลเงินหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามในยูเครนที่ยังยืดเยื้อ ตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐที่ตึงเครียดมากขึ้น ที่ทำให้นักลงทุนยังคงมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่มีการคาดการณ์ว่าอาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2567 ซึ่งรับแรงกดดันจากสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาทองคำในตลาดโลก

มีนาคม ราคาทองคำปรับขึ้น 3,850 บาท

โดยเริ่มต้นเดือนมีนาคม ราคาทองคำรูปพรรณ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2567 ทองรูปพรรณ์อยู่ที่ 35,100 บาท/บาททองคำ และ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ราคาาปรับขึ้นมาอยู่ที่ 39,050 บาท/บาททองคำ หรือเพิ่มขึ้น 3,850 บาท

หากเจาะลึกพบว่า ช่วงต้นเดือน 1-10 มี.ค.67 ปรับขึ้น 1,900 บาท เนื่องจากในวันที่ 8 มี.ค.67 มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐที่ต่ำกว่าคาดการณ์ เช่น ตัวเลขการจ้างงานและดัชนีผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

ความคาดการณ์นี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น และรายงานจาก World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางจีนและรัสเซียซื้อทองคำเพิ่มขึ้นในปริมาณมากในช่วงต้นเดือน รวมถึงรัสเซียเพิ่มการโจมตีในภูมิภาคสำคัญในยูเครน

ช่วงกลางเดือน 11-20 มีน.ค.67 ราคาทองคำแกว่งในกรอบ 37,000-38,500 บาท/บาททองคำ เนื่องจากในวันที่ 15 มี.ค. แม้เฟดมีมติตรึงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกมีการซื้อขายอย่างผันผวนจากการคาดการณ์ที่หลากหลาย ส่งผลให้ราคาทองคำแกว่งตัว รวมถึงความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐเพิ่มมากขึ้น โดยจีนออกมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐ

และช่วงปลายเดือน 21-31 มี.ค.67 ราคาทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 38,500 บาท ไปถึง 39,050 บาท เนื่องจากความตึงเครียดในยูเครนรุนแรงขึ้น โดยมีการตอบโต้ทางทหารระหว่างรัสเซียและนาโต้ในพื้นที่ใกล้ชายแดน นักลงทุนมองว่าสถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 35.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากความไม่แน่นอนของเงินทุนไหลออก และนักลงทุนในประเทศไทยเพิ่มการซื้อทองคำในช่วงปลายเดือน เนื่องจากแนวโน้มราคาขาขึ้นยังชัดเจน

เมษายน ราคาทองคำปรับขึ้น 1,750 บาท

ในเดือนเมษายน 2567 ราคาปรับขึ้น 1,750 บาท โดยในช่วง 10 วันแรกของเดือนราคาปรับขึ้นราว 500 บาท จากการที่ธนาคารกลางจีนและรัสเซียยังคงสะสมทองคำ ส่งผลให้มีแรงซื้อทองคำในตลาดโลกสูงขึ้น และมีความคาดหวังว่าเฟดจะหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ด้านค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากระดับ 35.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ช่วงกลางเดือน ราคาทองคำ เพิ่มขึ้นถึง 1,000 บาท จากสงครามในยูเครนยกระดับความรุนแรง มีรายงานการโจมตีที่ส่งผลต่อการขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ในยุโรป รวมถึงมีการปะทะระหว่างกองกำลังอิสราเอลและปาเลสไตน์ในเขตกาซา ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาถือทองคำเพิ่ม อีกทั้งความต้องการทองคำภายในประเทศสูงขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย หรือสงกรานต์ สำหรับช่วงปลายเดือนราคาปรับขึ้นเล็กน้อย มีแรงขายทำกำไรของนักลงทุนเล็กน้อย และมีรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง

พฤษภาคม ราคาทองคำปรับขึ้น 450 บาท

ในเดือนพฤษภาคม 2567 ราคาปรับขึ้น 450 บาท จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจ เช่น ดัชนีผู้บริโภค (CPI) และ การจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ส่วนในยุโรป อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงในบางประเทศ เช่น เยอรมนีและสเปน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้นักลงทุนทั่วโลกมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย อีกทั้งสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นอีก รัสเซียเพิ่มการโจมตีในพื้นที่สำคัญ เช่น เมืองท่าเรือ และมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ในยุโรป รวมถึงอิหร่านและอิสราเอลเผชิญหน้ากันในเรื่องขีปนาวุธและนโยบายพลังงาน

นอกจากนี้ค่าเงินบาทในเดือนพฤษภาคม 2567 อ่อนค่าลงแตะระดับประมาณ 35.8 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในตลาดอื่น ทำให้เงินบาทเผชิญแรงกดดัน และราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกระตุ้นให้นักลงทุนในตลาดล่วงหน้า (Gold Futures) เข้ามาเก็งกำไร

มิถุนายน ราคาทองคำปรับลดลง 150 บาท

ในเดือนมิถุนายน 2567 ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยมีการปรับลดลงรวม 150 บาท ซึ่งในเดือนนี้ธนาคารกลางสหรัฐประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่ 5.25%-5.50% และย้ำว่าย้ำว่าการคงดอกเบี้ยสูงยังคงมีความจำเป็นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่ 2% ประกอบกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐจากแรงของนักลงทุนทั่วโลก อีกทั้งนักลงทุนบางส่วน โดยเฉพาะนักลงทุนในตลาดล่วงหน้า (Gold Futures) เริ่มขายทองคำเพื่อทำกำไร

กรกฎาคม ราคาทองคำปรับขึ้น 400 บาท

ในเดือนกรกฎาคม ราคาทองคำดีดตัวกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งที่ 400 บาท โดยแรงหนุนมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ส่วนธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีนและรัสเซีย ยังเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก และเข้าซื้อทองคำเพื่อเก็งกำไร

สิงหาคม ราคาทองคำปรับลดลง 650 บาท

ในเดือนสิงหาคม ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2 ในรอบปี ลดลง 650 บาท จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ในเดือนกรกฎาคมและต้นเดือนสิงหาคมแสดงถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ตัวเลขการจ้างงานดีกว่าคาดการณ์ การบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น และดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 105 ในช่วงกลางเดือน ซึ่งในประเทศไทย ราคาทองคำ ลดลงเนื่องจากอิทธิพลจากตลาดโลก

ด้านเฟดส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากจำเป็น เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงอยู่ นักลงทุนเริ่มขายทำกำไร ในตลาดผู้บริโภครายใหญ่ เช่น อินเดียและจีน ความต้องการทองคำลดลง ส่วนค่าเงินบาทในเดือนสิงหาคม 2567 แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากประมาณ 35.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

กันยายน ราคาทองคำทรงตัว

ในเดือนกันยายน ราคาทองคำทรงตัว โดยค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงแข็งค่า และเฟดส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะคงดอกเบี้ยในระดับนี้เป็นระยะเวลานาน ซึ่งนักลงทุนเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงสูงจนถึงปลายปี 2567 ซึ่งกดดันราคาทองคำ และความต้องการทองคำในตลาดเอเชียลดลง โดยเฉพาะในอินเดีย ซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ เนื่องจากราคาในท้องถิ่นยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ค่าเงินบาทในเดือนกันยายน 2567 ทรงตัวที่ระดับประมาณ 35.5-35.6 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ตุลาคม ราคาทองคำปรับขึ้น 3,850 บาท

ในเดือนตุลาคม ราคาทองคำปรับขึ้น 3,850 บาท ซึ่งมีการปรับราคารวมกว่า 189 รอบ ปรับขึ้น 116 รอบ ปรับลง 68 รอบ และคงที่ 5 รอบ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก การเผชิญหน้าทางการทหารในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะระหว่าง อิสราเอลและปาเลสไตน์ มีการยกระดับความรุนแรงในพื้นที่ฉนวนกาซา และความขัดแย้งเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานในภูมิภาค เช่น อิหร่านถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ทำให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความผันผวน

นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและสหรัฐฯ ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศและการแย่งชิงอิทธิพลในเอเชีย-แปซิฟิก ส่วนเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ในช่วง 36.0-36.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากแรงขายเงินบาทจากนักลงทุนต่างชาติที่ถอนเงินทุนออกจากตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย

อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก โดยWorld Gold Council ระบุว่าความต้องการทองคำในตลาดโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ

พฤศจิกายน ราคาทองคำปรับลง 900 บาท

ในพฤศจิกายน สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) เพิ่มขึ้นเกินคาดการณ์ในเดือนตุลาคม 2567 และดัชนีผู้บริโภค (Consumer Sentiment Index) และดัชนีการผลิต (PMI) แสดงถึงการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 107 ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

ค่าเงินบาทในเดือนพฤศจิกายนแข็งค่าขึ้นจากระดับ 36.50 บาท/ดอลลาร์ ในเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 35.80-36.00 บาท/ดอลลาร์ และความต้องการทองคำในตลาดโลกลดลง รวมถึงนักลงทุนในตลาดล่วงหน้า (Gold Futures) และนักลงทุนรายใหญ่ตัดสินใจขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำแตะระดับสูงสุด

ธันวาคม (จนถึง 26 ธ.ค.2567) ราคาทองคำปรับลง 450 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ และการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้ราคาทองคำที่ถูกกำหนดด้วยดอลลาร์สหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการทองคำลดลง นอกจากนี้หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า นักลงทุนบางส่วนตัดสินใจขายทองคำเพื่อทำกำไร ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และความต้องการทองคำจากประเทศผู้บริโภครายใหญ่ เช่น จีนและอินเดีย ลดลงหลังจากสิ้นสุดเทศกาลสำคัญ ทำให้แรงซื้อทองคำในตลาดโลกลดลง

อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในปี 2568 ยังคงต้องติดตามปัจจัยหลายที่เศรษฐกิจโลกและประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการเมืองระหว่างประเทศ กันต่อไป โดยเฉพาะความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...