โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เผยสาเหตุหญิงบราซิลวิ่งมาเสียชีวิตที่ห้องต้นเพลิงเหตุไฟไหม้โรงแรมย่านข้าวสาร

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 30 ธ.ค. 2567 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 09.56 น. • AdminNews

30 ธ.ค.67 ทางทีมงานได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าทางกรุงเทพมหานครได้ปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอันตรายห้ามบุคคลใดเข้าออกพื้นที่ ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เฝ้าตรวจตราความเรียบร้อยของที่เกิดเหตุ โดยได้รับรายงานว่า ในช่วงสายของวันนี้ จะมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

โดยในเวลา 08.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทีมฝ่ายวิศวกรโยธากรุงเทพและวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ซึ่งจากการสอบถามผู้จัดการแผนกต้อนรับโรงแรมที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่ามีนักท่องเที่ยวจองห้องพักเข้ามาจองห้องพักเข้ามาทั้งหมด 48 ห้อง ตามจำนวนห้องของโรงแรม แต่มีเข้าเช็คอินในวันเกิดเหตุ 38 ห้อง ซึ่งตอนนี้ ลูกค้าที่มีความประสงค์จะพักต่อ ได้ประสานไปที่โรงแรม ย่านสี่แยกราชประสงค์ โดยสำรองห้องพักเอาไว้ 40 ห้อง แต่ทราบว่าลูกค้าไม่ได้เข้าพักทั้งหมด

โดยที่นายชัชชาติกล่าวว่า ต้นเพลินคาดว่ามาจากชั้น 5 ห้องหมายเลข 511 ซึ่งอยู่บริเวณส่วนหลังของอาคาร ไม่ติดถนน ปีกขวา แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้แน่ชัด เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบ พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารดัดแปลงจำนวน 11 ห้องแถว พื้นที่รวมประมาณ 1,515 ตารางเมตร ได้รับการขออนุญาตถูกต้องเมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แล้วเปิดบริการให้บริการเมื่อเดือนเมษายนปี 2565

สำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งก็ได้รีบมาที่เกิดเหตุภายใน 5 นาที โดยพบว่ามีกลุ่มควันหนาแน่นเป็นจำนวนมากภายในอาคาร เลยทำให้ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่อพยพหนีขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าประมาณ 34 ราย จากจำนวนผู้พักอาศัยทั้งหมด 75 คน ส่วนที่เหลือพักอาศัยอยู่ด้านล่างที่สามารถหนีออกมาได้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องใช้รถกระเช้า เพื่อช่วยลำเลียง ผู้ประสบภัยจากชั้นดาดฟ้าลงมา

ขณะที่จากการเข้าสำรวจอาคารหลังเกิดเหตุพร้อมทีมวิศวกรและฝ่ายโยธา พบว่าอาคารหลังดังกล่าวมีบันไดหนีไฟ 2 จุด และมีอุปกรณ์ถังดับเพลิงครบถ้วน เพียงแต่อาคารหลังดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องบังคับติดตั้งสปริงเกอร์ เพราะเป็นเพียงอาคารขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามเนื่องจาก สภาพอาคารที่เป็นสภาพปิดและไม่มีระเบียง เลยทำให้กลุ่มควันกระจายบริเวณบันไดหนีไฟและทั่วทั้งอาคาร โดยภาพรวมอาคารหลังดังกล่าวมีมาตรการและระบบเตือนภัยหนีไฟอย่างครบถ้วน บันไดหนีไฟไม่มีอะไรกีดขวางและกฎหมายไม่ได้บังคับให้อาคารขนาดเล็กต้องมีระเบียง แต่หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบทั้งแบบแปลนและระบบเตือนป้องกันไฟอย่างละเอียดโดยพิสูจน์หลักฐานว่าเข้าเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายหรือไม่ เพราะเนื่องจากถึงแม้ว่าอาคารไม่มีระเบียง แต่ต้องไม่มีระบบการป้องกันอัคคีภัยระบบอื่นที่ต้องมีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เนื่องจากเหตุอัคคีภัยดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทางกรุงเทพมหานครจะเรียกความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า ในระยะแรกจะต้องเพิ่มความเชื่อมั่นด้วยการสั่งการให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ โรงแรมและสถานประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ให้มีระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานและพร้อมใช้งานได้จริง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ส่วนในระยะยาว จะต้องดำเนินการแก้กฎหมายควบคุมวัสดุภายในอาคาร เพราะเนื่องจากขณะนี้กฎหมายบังคับเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ แต่ยังไม่รวมถึงอาคารโรงแรมขนาดเล็ก

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตยืนยันอยู่ที่ 3 ราย เป็นผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เพศหญิง สัญชาติบราซิล และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 ราย เป็นเพศชายทั้งคู่ เสียชีวิตที่วชิรพยาบาลและโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างรอการยืนยันชื่อและสัญชาติ

ส่วนยอดผู้บาดเจ็บเบื้องต้นมีทั้งหมด 5 ราย แบ่งเป็นบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย เพศชาย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย นำส่งโรงพยาบาลกลาง และได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นชาย 1 ราย สัญชาติแคนาดา มีอาการสำลักควันและกระดูกซี่โครงหักจากการกระโดดที่ชั้น 3 เพื่อเอาตัวรอด ส่งโรงพยาบาลกลาง กับหญิง 1 ราย มีอาการสำลักควัน ส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว

ขณะที่มีรายงานจากตำรวจ สน.ชนะสงคราม ว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้สอบปากคำนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี 3 ราย พี่เป็นผู้พักอาศัยในห้อง 511 ซึ่งคาดว่าเป็นห้องต้นเหตุ โดยทั้ง 3 รายให้การยืนยันตรงกันว่า ไม่ได้อยู่ห้องในขณะเกิดเหตุและไม่ได้เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ แต่ทางตำรวจต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากพบผู้เสียชีวิตในห้อง 511 แต่ผู้เสียชีวิตเช็คอินที่ห้อง 502 โดยต้องตรวจสอบรายละเอียดว่า ทำไมผู้เสียชีวิตมาเสียชีวิตที่ห้องต้นเพลิง

ข้อมูลจากตำรวจ สเปิดเผยว่า สาเหตุที่พบหญิงชาวบราซิลผู้เสียชีวิตในห้อง 511 ซึ่งเป็นห้องต้นเพลิงนั้น คาดว่าเนื่องจากในช่วงที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น มีกลุ่มควันคละคลุ้งทั่วทั้งชั้นอย่างหนาแน่นจนมองไม่เห็นทาง โดยผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มในห้อง 502 ซึ่งอยู่ปีกฝั่งตรงข้ามกับห้องต้นเพลิง จากรายงานการสอบสวนระบุว่า ผู้เสียชีวิตและแฟนหนุ่มได้วิ่งออกมาจากห้อง แต่เกิดการพลัดหลงกัน ทำให้ผู้เสียชีวิตวิ่งจากปีกซ้ายของอาคารไปยังฝั่งปีกขวาของอาคาร โดยไม่เห็นบันไดหนีไฟ

ขณะเดียวกันที่ห้อง 511 นั้น ก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่มาใช้คีย์การ์ดเปิดเพื่อเข้าไปตรวจสอบต้นเพลิงเบื้องต้นแล้ว เลยทำให้ห้องดังกล่าวถูกเปิดแย้มเอาไว้ ผู้เสียชีวิตซึ่งขณะนั้นพยายามคลำหาทาง เมื่อเห็นว่าประตูห้องดังกล่าวเปิด จึงเข้าใจว่าเป็นทางหนีไฟ เลยเข้าไปในห้องดังกล่าว ก่อนสำลักควันและไฟคลอกเสียชีวิต

ด้านตำรวจ สน.ชนะสงคราม ให้ข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดหลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบภายในโรงแรม โดยเปิดเผยว่า หลังจากนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนำข้อมูลที่ได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด ถึงจะสามารถทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้ คาดว่าใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 วัน

ส่วนกรณีของผู้พักห้อง 511 ซึ่งเป็นห้องต้นเพลิง พบว่าเป็นชายชาวเกาหลีใต้ 3 ราย โดยจากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสามคนได้เข้ามาเช็คอินที่โรงแรมเมื่อเวลาบ่ายสาม แล้วหลังจากนั้นในช่วงหัวค่ำ ทั้ง 3 คนก็ได้ออกไปท่องเที่ยวข้างนอก ก่อนที่ช่วงเวลาประมาณตีห้า 1 ใน 3 คนได้เดินทางกลับมาที่ห้องก่อน แต่พบว่าไฟไหม้โรงแรมแล้ว ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางตำรวจจะตามอีก 2 คนที่เหลือมาสอบปากคำ ซึ่งทั้งหมดให้การยืนยันว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ที่โรงแรม ไม่ได้เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าและก่อประกายไฟทิ้งเอาไว้ ทั้งนี้ ยังไม่ถือว่าทั้ง 3 คนเป็นผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายนั้น ล่าสุดได้รับการยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตอีก 2 รายที่เสียชีวิตที่โรงพยาบาล เป็นชายสัญชาติสหรัฐอเมริกันและยูเครนตามลำดับ โดยจะนำร่างชายชาวยูเครนไปชันสูตรพลิกศพที่นิติเวช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ส่วนร่างชายสัญชาติสหรัฐอเมริกัน จะนำส่งไปชันสูตรพลิกศพที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกับร่างหญิงชาวบราซิลที่เสียชีวิตที่เกิดเหตุ - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...