“ซุปไก่ Dr.Pisit” ซุปไก่ของคุณหมอที่มีกรดอะมิโนมากถึง 20 ชนิด!
เชื่อเรื่อง ระบบเลือดดี ก็สู้โรคไหว ไหมคะ?
พูดกันตามตรงในปัจจุบันนี้ คนไทยป่วยง่ายมาก ป่วยง่ายไม่พอยังป่วยกันเยอะด้วย
บทความนี้อยากชวนทุกคนมาพูดคุยกันเรื่องสุขภาพค่ะ โบราณเคยว่าไว้ “เลือดเป็นตัวกำหนดทิศทางของชีวิต เลือดดีร่างกายก็ดี” คำนี้น่าจะยังใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย
และก็มีคนคิดอย่างนั้นค่ะ มุ่งหน้าทดลอง วิจัย พิสูจน์ อยู่นานเป็นสิบๆ ปี เพื่อหาคำตอบ ว่าเราจะทำยังไงได้บ้างให้ร่างกายมีแรง มีกำลัง ถึงมีโรคก็ยังสู้ไหว
คุณหมอพิสิฐ ทพ.พิสิฐ ดำริธรรมนิจ หรือเจ้าของฉายา “คุณหมอซุปไก่”
หมอพิสิฐ เป็นผู้คิดค้น วิจัย และพิสูจน์ จนพบว่า ซุปไก่สกัด ถ้าทำอย่างมีขั้นตอน ละเมียดละไมในการทำให้ได้ประโยชน์ที่สุด ในซุปไก่นั้นจะมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยสร้างระบบเลือดให้ดี และยังเสริมภูมิต้านทาน ซึ่งหมอพิสิฐทำได้แล้ว และยืนยันเลยว่า “ซุปไก่สกัด 100% Dr.Pisit” เป็นซุปไก่หนึ่งเดียวที่มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายและมีเยอะด้วย
อีจันได้ไปเยี่ยมโรงงานผลิตซุปไก่ของหมอพิสิฐมาค่ะ หมอพาเราเดินชมตั้งแต่ห้องแรกยันห้องสุดท้าย อธิบายทุกขั้นตอน กว่าจะได้มาเป็นซุปไก่ที่มีประโยชน์
แล้วซุปไก่ Dr.Pisit แตกต่างยังไง?
หมอพิสิฐ อธิบายว่า ซุปไก่ของหมอ เป็นการสกัดจากไก่สายพันธุ์ไทยแท้ 100% และต้องเป็นไก่ที่เลี้ยงให้ได้อายุ 500 วัน เพราะถ้าไก่ที่เลี้ยงได้อายุน้อย ตัวไก่จะยังไม่มี Active Collagen ซึ่งตัวนี้คือตัวที่จะนำมาสกัดได้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ไก่ที่อายุน้อยสกัดได้กรดอะมิโนน้อย
แล้วถ้าถามว่าทำไมต้องสกัดให้ได้กรดอะมิโน?
เพราะว่ากรดอะมิโนเป็นสารตั้งต้นของร่างกายที่จะนำไปสู่การผลิตเลือด สร้างเลือด สร้างมวลกระดูกขึ้นมา ตรงนี้เองที่ทำให้ซุปไก่ของหมอแตกต่าง
“ผมส่งซุปไก่ของผมไปตรวจแล็บที่สิงคโปร์ เพราะอยากรู้ว่ามีกรดอะมิโนจริงไหม ก็ปรากฏว่ามีจริงและมีเยอะด้วย จากการที่ได้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง พบว่าผู้ป่วยมีแรงสู้คีโม กินซุปไก่แล้วช่วยสร้างระบบเลือด เกล็ดเลือดไม่ตก พอเลือดดีร่างกายก็แข็งแรง มีแรงสู้ไหวกับการรักษาโรค และเห็นผลแบบยืนยันหลังจากกินภายใน 30 นาที ร่างกายจะรู้สึกรีเฟรช”
จากทันตแพทย์ สู่คุณหมอซุปไก่
หมอพิสิฐ เล่าถึงที่มาที่ไป และจุดกำเนิด ซุปไก่ Dr.Pisit ว่า ปัจจุบันตนอายุ 76 ปี ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นที่ภรรยาอายุประมาณ 40 ปี ภรรยาป่วยมะเร็งเต้านม จากนั้นอีก 5 ปี เชื้อมันแพร่กระจายไปที่ตับ ตอนนั้นแพทย์ที่รักษาบอกว่า ไม่มีทางแก้อะไรได้เลย ภรรยาจะอยู่ได้อีกแค่ 8 เดือน และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ภรรยายังทำคีโมได้ไม่ครบโดสเลยด้วยซ้ำ จากนั้นเสียชีวิต ตนเลยมานั่งคิดจริงจังเลยว่า แล้วคีโมทำมาทำไมถ้ารักษาไม่ได้ แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างถ้าป่วยโรคร้ายและต้องอยู่ในกระบวนการรักษา จึงเริมศึกษาอย่างจริงจัง ก็พบว่าผู้ป่วยมะเร็งส่วนมากสู้การทำคีโมไม่ไหว เพราะหลังทำคีโมแล้วร่างกายจะอ่อนแอมาก ภูมิก็ตก เกล็ดเลือดก็ตก นั่นอาจทำให้เสียชีวิตก่อนจะจบการทำคีโมครบโดสในครั้งที่ 1 เลยก็ว่าได้ นั่นจึงทำให้ตนมาคิดต่อว่าแล้วเราจะบำรุงร่างกายยังไงให้มีแรงมีกำลังสู้โรค สู้การรักษาไหว จนมาฉุกคิดได้ว่าตอนเราเป็นเด็กจะเห็นพ่อที่เป็นหมอ มักกินซุปไก่เพื่อบำรุงร่างกาย ตนจึงเริ่มศึกษาเรื่องซุปไก่อย่างจริงจัง
คนป่วยคนแรกที่ได้ดูแล ป่วยจริง กินซุปไก่จริง
หมอพิสิฐ เล่าว่า 15 ปีที่แล้ว หลังเริ่มจริงจังที่จะวิจัยเรื่องซุปไก่ ก็ได้ดูแลคนป่วยซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกัน พี่คนนี้เป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย แพร่กระจายไปที่ตับ หมอบอกว่าอยู่ได้แค่ 4 – 6 เดือน ตอนนั้นตนก็ต้มซุปไก่ทำเป็นหม้อแบบวันต่อวัน ส่งไปให้รุ่นพี่กิน และยังมีการบำรุงด้วยอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นอีกด้วย ตอนนั้นคุยกับรุ่นพี่ว่าเรื่องการรักษาโรคมะเร็งให้เป็นหน้าที่ของหมอโรงพยาบาล ส่วนการดูแลและบำรุงร่างกายให้เป็นหน้าที่ของตน พยายามให้รุ่นพี่มีแรงผ่านคีโมไปให้ได้ ก็ปรากฏว่ารุ่นพี่ผ่านการให้คีโมครั้งที่ 1 จำนวน 8 เข็มไปได้ ค่าเลือดไม่ตก ร่างกายไม่อ่อนเพลียมาก มีแรงสู้ไหว นี่เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้ทำซุปไก่อย่างจริงจัง ส่งตรวจแล็บหากรดอะมิโน จนกระทั่งตอนนี้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมการผลิตขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันรุ่นพี่คนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ อายุ 78 ปีแล้ว และก็ยังกินซุปไก่ของตนอยู่จนถึงทุกวันนี้
“ซุปไก่ของผมเนี่ย กล้าพูดเลยว่ามันช่วยได้เยอะ คนป่วย มีโรค ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง คนไม่ป่วยก็กินได้บำรุงร่างกายให้ไม่ป่วยง่าย ปวดข้อปวดเข่ายิ่งแนะนำให้กิน เพราะถ้าเลือดดีก็จะไปเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง เชื่อผมเถอะว่า ถ้าระบบเลือดดี ทุกอย่างมันก็ดี”
หมอพิสิฐ ยังใจดีเล่าขั้นตอนการสกัดซุปไก่ให้ฟังด้วยว่า ซุปไก่ของหมอจะใช้เฉพาะเนื้อไก่เท่านั้น ไม่เอาหนังไม่เอากระดูก และตั้งหม้อต้มสกัดด้วยเตาถ่านนานกว่า 10 ชั่วโมง จนโปรตีนย่อยกลายเป็นกรดอะมิโน ทำให้ในซุปไก่ของหมอ 1 ขวด มีกรดอะมิโนมากถึง 20 ชนิด ที่สำคัญ ไม่ใส่เกลือ ไม่ปรุงรส เป็นรสชาติธรรมชาติจากไก่แท้ๆ แต่ไม่คาว
หมอพิสิฐ บอก ดังนั้นผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ ก็กินซุปไก่ Dr.Pisit ได้
“จิตวิญญาณผมเป็นหมอนะ เพราะฉะนั้นผมทำอะไรจะต้องคำนึงถึงผู้ป่วยอยู่แล้วครับ
เชื่อผมเถอะว่า ถ้าระบบเลือดดี มันจะเปลี่ยนชีวิตคุณ”
ใครสนใจซุปไก่คุณหมอ อยากลองสั่งมาทานบำรุงร่างกายติดต่อตามช่องทางด้านล่างนี้นะคะ