โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สะเทือนวงการ! 'ออยศรี' ควงทนายร้องกองปราบ สอบเงินบริจาค 'มูลนิธิองค์กรทำดี' ปมสงสัยสร้างพูลวิลล่า

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
'ออยศรี' นำทีมร้องกองปราบ ตรวจสอบการจัดการเงินบริจาค 'มูลนิธิองค์กรทำดี' หลังตั้งข้อสงสัยนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยันเดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง "ออยศรี" มาตามนัด ควงทนายร้องกองปราบ จี้สอบ "มูลนิธิองค์กรทำดี- บุ๋มปนัดดา" ปมใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ ย้ำ "แม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่ถอย"

"ออยศรี" เจ้าของเพจ’ออยศรีและผองเผือก‘ผู้เสียหายที่เคยร่วมบริจาคเงิน ให้กับมูลนิธิองค์กรทําดี จำนวน 1,000 บาท เมื่อปี 68 ให้ไปช่วยคนเดือดร้อนน้ำท่วม พร้อมด้วย นายภูวกร ศรีเนียน ที่ปรึกษา กม.ออยศรี รับมอบอำนาจผู้เสียหายที่โอนเงินให้มูลนิธิฯ จำนวน 2,000 บาท เมื่อปี 68 และ ทนายวิน (ทนายความ) เดินทางเข้ายื่นหนังสือและแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ซึ่งมี "ดร.บุ๋ม - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" เป็นประธานมูลนิธิฯ

ออยศรี เปิดเผยว่า การเดินทางมาร้องเรียนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากข้อสงสัยเรื่องการนำเงินบริจาคของประชาชนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเบื้องต้นพบข้อมูลความน่าจะเป็นว่า มีการนำเงินบริจาคออกไปใช้ในการก่อสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมองว่าไม่ได้เป็นพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์หรือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนแต่อย่างใด

เงินบริจาคมาจากความไว้วางใจของประชาชนทั่วประเทศ ความถูกต้องย่อมสำคัญกว่าความดีที่เคยทำเอาไว้ ออยศรี กล่าว

เมื่อนักข่าวถามถึงกรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา อ้างในรายการข่าวว่าถูกปลอมแปลงเอกสารและไม่ทราบเรื่องนั้น ด้าน ออยศรี ระบุว่า เป็นหน้าที่ของ ดร.บุ๋ม ที่ต้องนำพยานหลักฐานมาหักล้างและสู้คดีเอง แต่โดยพฤติกรรมส่วนตัวแล้วตนยังไม่เชื่อ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเป็นประธานมูลนิธิระดับประเทศที่มีการสร้างโครงการมูลค่าสูงถึง 50 ล้านบาท เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ลงมาดูแลเรื่องสัญญา สลิปโอนเงิน หรือใบเสร็จรับเงินด้วยตนเอง

ด้าน ทนายวิน ได้ระบุถึงระเบียบการเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิฯ ว่า หากมีการเบิกจ่ายเกินกว่า 500,000 บาท จำเป็นต้องผ่านมติที่ประชุมและมีลายเซ็นกรรมการเกินกว่าครึ่งหนึ่ง แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีการโอนเงินออกเกิน 500,000 บาทหลายครั้งไปยังบุคคลภายนอกโดยไม่มีเอกสารรับรองที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ทนายวิน ยังบอกด้วยว่า ข้อหาที่ยื่นตรวจสอบ ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ และต้องดำเนินการไปจนถึงชั้นศาล ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสร้างกระแส แล้วจะกลับมาดีกันภายหลังแน่นอน และขณะนี้ ผู้เสียหายรายอื่นเริ่มปรากฏตัว ล่าสุดมีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาเพิ่มเติมแล้ว ทั้งผู้บริจาคยอด 20,000 บาท รวมถึงทนายความชื่อดังในภาคอีสานที่เคยบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท ก็เตรียมเข้าร่วมตรวจสอบด้วย รวมผู้เสียหายที่แสดงตัวแล้วทั้งสิ้น 4 ราย

สำหรับแนวทางการดำเนินคดีหลังจากนี้ ทนายวิน ทีมกฎหมาย เปิดเผยสัปดาห์หน้าเตรียมปูพรมตรวจสอบทุกมิติผ่าน 4 ช่องทางหลัก

- กองบังคับการปราบปราม: แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาในวันนี้

- วันจันทร์ ที่ 2 พ.ย. จะไปยื่น ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ยื่นเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้สั่งการตรวจสอบมูลนิธิฯ

- วันอังคาร ที่ 3 พ.ย. จะไป ป.ป.ง.ยื่นเรื่องตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงิน

- วันพุธ ที่ 4 พ.ย.จะไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการฟอกเงิน รัฐสภา ให้สอบสวนเชิงลึก

นอกจากนี้ ออยศรี ยังได้ฝากข้อความไปถึง บุ๋ม ปนัดดา และสังคมว่า ตนเองมาในฐานะผู้เสียหายที่เคยโอนเงินบริจาคช่วยเหลือภัยน้ำท่วม แม้จะเป็นยอดเงิน 1,000 บาท แต่ก็เป็นเงินที่โอนไปด้วยความสุจริตและไว้วางใจ

"ออยยืนยันตรงนี้นะคะ แม้แต่ก้าวเดียวออยก็ไม่ถอย จนกว่าคดีนี้จะยุติ จนกว่าจะได้รู้ความจริงกันว่า พี่บุ๋มใช้ความรัก ความเชื่อใจของประชาชนมาหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ หากบริสุทธิ์ใจจริงก็ควรเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด" ออยศรี กล่าว

ขณะที่ประเด็นการยุติบทบาทประธานและการชะลอรับบริจาคชั่วคราวของ ดร.บุ๋ม ปนัดดา นั้น ทางฝ่ายผู้ร้องเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีเงินบริจาคไหลเข้ามาเพิ่มเติมในระหว่างที่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นสุด

ออยศรี ระบุว่า เตรียมที่จะเปิดเผยข้อมูล มูลนิธิ อีกแห่งหนึ่งเร็วๆ นี้พร้อมขอความร่วมมือว่าอยากให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงในการเผยแพร่ข้อมูล เพราะไม่ว่ามูลนิธิเล็กหรือใหญ่ แต่เจตนาของคนที่บริจาคคือต้องการให้นําเงินไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...