ไม่ต้องถอดบทเรียนแล้ว! นักวิชาการ ชี้ ‘น้ำท่วม’ ควรปฏิรูปการบริหารจัดการมากกว่า
5 ต.ค.2569-ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ไม่ต้องถอดบทเรียน..แต่ควรปฏิรูปการบริหารจัดการ”เนื้อหาระบุว่า น้ำท่วมที่ผ่านมาสูญเสียมาก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และน้ำตาของประชาชน ที่ผ่านมาคงไม่ต้องถอดบทเรียนอีกแล้วแต่ควรปฎิรูประบบการทำงาน…จะดีกว่า
เปลี่ยนผ่านจากระบบ "ตั้งรับและบรร เทาทุกข์" ไปสู่การเป็น "ระบบจัดการความเสี่ยงเชิงรุกเชิงบูรณาการ" หรือ Proactive
1. ควรรวมศูนย์ข้อมูลแต่กระจายอำ นาจสั่งการ ข้อมูลต้องเป็นหนึ่งเดียวมาจาก One Map ฐานข้อมูลร่วมและผ่านการวิ เคราะห์ด้วยAI ให้อปท. มีงบภัยพิบัติฉุกเฉินที่คล่องตัวตัดสินใจได้ทันทีเช่นเดียวกับระบบของญี่ปุ่น หรือสหรัฐฯ (FEMA)
2.ตั้งหน่วยบัญชาการร่วมถาวร (Single Command Center) บูรณาการหน่วยงานพยากรณ์อากาศ (กรมอุตุฯ) หน่วยงานจัดการน้ำ( สทน ช.,กรมชลประทาน และหน่วยกู้ภัย (ปภ. และทหาร) ให้ทำงานบนฐานข้อ มูลเดียวกันภายใต้ผู้บัญชาการที่มีอำ นาจเบ็ดเสร็จในภาวะวิกฤต ไม่แยกกันทำงานคนละกระทรวง
3.เน้นงบประมาณป้องกันมากกว่างบเยียวยา เปลี่ยนสัดส่วนงบประมาณแผ่นดิน จากเดิมที่เน้น "งบกลาง" เพื่อจ่ายเงินชด เชยหลังเกิดเหตุ มาเป็น "งบลงทุน"การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรับมือเช่น การสร้างพื้นที่แก้มลิงถาวร ผนังกั้นน้ำอัจฉริยะ หรือระบบระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่
4.การสร้างความเข้มแข็งในระดับชุมชน หลักสูตรการเอาตัวรอดภาคบังคับ, แผนผังอพยพดิจิทัลของชุมชน
5.การฟื้นฟูเยียวยาแบบ "สร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม” ต้องบังคับใช้กฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด ในเขตทางน้ำหลาก (Flood way) จะต้องไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์สร้างโรงงานหรือหมู่บ้านจัดสรร "สร้างใหม่ให้ดีและปลอดภัยกว่าเดิม" (Build Back Better and Safety)