‘สุชาติ’ โต้ปมสติกเกอร์ติดรถบรรทุก ลั่นไม่เคยเกี่ยวข้อง ท้าพบผิดแจ้งจับได้เลย!
'สุชาติ ชมกลิ่น' แจงภาพสติกเกอร์ติดรถบรรทุกเป็นเรื่องเก่าเมื่อ 3-4 ปีก่อน ยันไม่เคยอนุญาตให้ใครนำภาพไปใช้ ครอบครัวไม่มีธุรกิจขนส่ง เตรียมทำหนังสือถึง ผบช.ภ.2 ให้ดำเนินคดีผู้แอบอ้างชื่อ ลั่นหากพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงพร้อมให้ตรวจสอบ ไม่คิดฟ้องเพจที่เผยแพร่ข่าว เพราะไม่อยากให้ราคา
24 ตุลาคม 2569 - เวลา 06.50 น. ที่ท้องสนามหลวง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ภาพสติกเกอร์รูปตนเองติดอยู่บนรถบรรทุกว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว และเคยถูกนำไปอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว โดยยืนยันว่าไม่เคยอนุญาตให้บุคคลใดนำภาพไปจัดทำสติกเกอร์ติดรถบรรทุก และไม่เคยผลิตสติกเกอร์แจกจ่ายให้ใคร พร้อมขอให้การชี้แจงครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
นายสุชาติกล่าวว่า เนื่องจากตนมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบัง และมีรถบรรทุกหัวลากจำนวนมาก จึงมีผู้ประกอบการขนส่งที่รู้จักตน แต่หากบุคคลใดชื่นชอบหรือศรัทธาแล้วนำภาพไปทำสติกเกอร์เอง ตนก็ไม่สามารถห้ามได้ และไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบุคคลเหล่านั้น
ภายหลังเรื่องนี้ถูกอภิปรายในสภาเมื่อ 3-4 ปีก่อน ตนได้ตรวจสอบจนทราบว่ารถบรรทุกที่ปรากฏภาพเป็นของบริษัทขนส่งในจังหวัดชลบุรีจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้อนุญาตให้นำภาพของตนไปใช้
นายสุชาติกล่าวว่า การขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือแหลมฉบังเป็นธุรกิจตามปกติ ผู้ประกอบการขนส่งมีหน้าที่รับจ้างขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปยังปลายทาง โดยไม่ได้มีสิทธิเปิดตู้สินค้า ส่วนการดำเนินพิธีการศุลกากรและการกำหนดปลายทางเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการขนส่ง
'ผมแจกเสื้อไปหลายหมื่นตัวในจังหวัดชลบุรี ถ้าคนที่เอาเสื้อผมไปใส่แล้วไปทำผิดกฎหมาย ผมต้องรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า มันก็ไม่ถูกต้อง ผมกำลังพูดถึงหลักความเป็นจริง' นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติระบุว่า ตนไม่เคยประกอบธุรกิจรถบรรทุกหรือธุรกิจขนส่งสินค้า และไม่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าว จึงมองว่าการนำภาพเก่ากลับมาเผยแพร่เป็นความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมือง
พร้อมยกตัวอย่างการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมาย แม้เป็นกิจการโรงแรมขนาดใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ
นายสุชาติกล่าวอีกว่า เพจแรกที่นำเรื่องสติกเกอร์รถบรรทุกมาเผยแพร่ ตนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วและอีกฝ่ายเข้าใจ แต่ยังมีเพจอื่นนำเรื่องไปเผยแพร่ต่อ โดยตนมองว่าเป็นเพจที่มีจุดยืนทางการเมืองตรงข้ามกับรัฐบาล
'เราเป็นผู้แทนฯ ได้รับเลือกตั้งมาเกือบ 50,000 คะแนน คนรักคนศรัทธาเรามีเยอะแยะ บางครั้งเขาขอทำเสื้อแล้วนำไปใส่ ถ้าเป็นมิจฉาชีพขึ้นมาผมต้องรับผิดชอบเขาด้วยหรือเปล่า' นายสุชาติกล่าว
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงบริษัทขนส่งชื่อ 'เจียงเล่ย' นายสุชาติกล่าวว่า ไม่รู้จักบริษัทดังกล่าว และกำลังตรวจสอบว่าเป็นบริษัทของใคร โดยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบริษัทที่ถูกกล่าวถึง
นายสุชาติเปิดเผยว่า เตรียมทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับบุคคลที่นำชื่อหรือภาพของตนไปแอบอ้างติดรถบรรทุก หากพบการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมขอให้ตำรวจแจ้งข้อมูลมายังตน เพื่อดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหายด้วย
'ถ้ามีใครแอบอ้างรถหรือสติกเกอร์ต่างๆ ขอให้ดำเนินคดีและขอให้แจ้งผมด้วย เพราะจะดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย ถ้าเจอและมีการกระทำผิดในชื่อผมให้แจ้งด้วย ผมตั้งใจว่าจะเอาจริงเอาจัง' นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งตนดำเนินการเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และจะไม่ปล่อยให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากผู้ที่นำชื่อบุคคลอื่นไปแอบอ้าง
พร้อมยืนยันว่า หากผู้ใดมีหลักฐานเส้นทางการเงินแม้เพียงบาทเดียวที่แสดงว่าตนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการกระทำผิดดังกล่าว ก็สามารถนำมาเปิดเผยหรือแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที รวมถึงหากพบว่าคนใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัวกระทำผิด ก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นายสุชาติระบุว่า ไม่ประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีกับเพจที่เผยแพร่เรื่องดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้ความสำคัญจนกลายเป็นการขยายประเด็นทางการเมือง โดยเห็นว่าการตอบโต้กันผ่านสื่อสังคมออนไลน์อาจทำให้เรื่องยืดเยื้อโดยไม่เกิดประโยชน์
'ถ้าผิดก็ให้แจ้งความดำเนินคดีผมหรือคนใกล้ตัวได้เลย เพราะพี่น้องของผมไม่มีใครทำธุรกิจประเภทนี้ อย่าเล่นการเมืองโดยใช้โซเชียลใส่ร้ายคนอื่น' นายสุชาติกล่าว