โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตง. แถลงผลสอบไทยพีบีเอส พบปัญหาจ้างผลิตรายการ-จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบ

Khaosod

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สตง. แถลงผลสอบไทยพีบีเอส พบปัญหาจ้างผลิตรายการ-จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบ

สตง. แถลงผลตรวจสอบ ไทยพีบีเอส พบปัญหาจ้างผลิตรายการ–จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบรองรับ จ่อสรุปผลสอบผู้บริหารใช้รถส่วนกลาง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ต.ค.2569 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วย น.ส.สินีนาต โพธิชัย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ 3 น.ส.มธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค2 นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการปฏิบัติการตามกฎหมายที่ 1 ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแถลงผลการตรวจสอบหน่วยรับตรวจ ไม่ได้แถลงโต้ตอบระหว่างองค์กร และที่มีผลการตรวจสอบ เพราะเมื่อปลายปี 2568-ต้นปี 2569 สตง.ได้รับเรื่องร้องเรียนภายในองค์กร และเชื่อว่าเอกสารที่แนบมา เป็นเอกสารภายในองค์กร คนภายนอกไม่น่ามีเอกสารดังกล่าว และเป็นการร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ มติครม. หรือแบบแผนของทางราชการ มีเหตุทำให้องค์กรเสียหาย

โดยมีหลายประเด็นในการตรวจสอบ โดยประเด็นหลักๆ คือ ทั้งการจัดหาการคนทำข่าว และประเด็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงใช้ทรัพย์สินขององค์กรไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย รวมถึงการบริหารงานที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพ

ยืนยันว่า การตรวจสอบดังกล่าว เกิดจากการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ในองค์กร และ สตง. มีหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งผู้ว่าการสตง. เห็นว่าเป็นองค์กรใหญ่จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และคำสั่งให้คณะกรรมการชุดนี้ตรวจสอบมาตั้งแต่ 26 ม.ค.2569

โดยชุดหนึ่งตรวจสอบการจัดหาว่าเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ ชุดหนึ่งตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กร และอีกชุดคือตรวจสอบ การเฉพาะเจาะจง หากพบว่ามีการส่อไปในทางทุจริต จะเพื่อนำเรื่องส่งไปยัง ป.ป.ช. ดำเนินการ

โดยวันที่ 2 ต.ค. มีผลการตรวจสอบเรื่องของผลสัมฤทธิและมีประสิทธิภาพการดำเนินการขององค์กร ออกรายงานไปแล้ว ซึ่งองค์กรจะต้องทำแผนพัฒนาตามข้อเสนอแนะ

วันที่ 9 ต.ค. มีผลการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้มีการออกข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนความผิดการเฉพาะเจาะจงกับเจ้าหน้าที่ยังไม่ออกรายงาน และจะออกรายงานโดยเร็ววันนี้

ทั้งนี้ ตั้งเรื่อง เดือน ม.ค. เพิ่งออกรายงานเดือน ต.ค. ก็เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบ เพราะมีผลต่อองค์กรของที่ออกรายงานจึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้ ตั้งแต่คณะทำงานและความเห็นชอบของหน่วยงาน โดยเราปฏิบัติตามระเบียบและมาตรฐานตาม ม.10 ของ พ.ร.บ.สตง.โดยเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงแสดงเหตุผลในข้อทักท้วงทั้งหมด

นายสุทธิพงษ์ บอกอีกว่า แนวทางของ สตง. หลังการตรวจสอบคือ หากพบว่ามีการบกพร่องจะส่งให้หน่วยงานดำเนินการ โดยมีแนวทางการดำเนินการที่จะให้ชดใช้ค่าเสียหายและดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง แต่หากพบว่ามีการทุจริตประพฤติมิชอบ จะส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ

“การตรวจสอบ ทำมาโดยตลอด ไม่ใช่พึ่งทำ และเรื่องนี้ไม่ได้แถลงตอบโต้ใครเลย ขอยันยันว่าไม่ได้แถลงตอบโต้ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน แต่เป็นการแถลงผลการตรวจสอบ หากเห็นว่าผลการแถลงไม่ถูกต้อง สามารถตั้งคณะกรรมการ และเห็นแย้งกลับมาได้ และเรื่องนี้ใช้เวลา 6-7เดือนวิเคราะห์ผล”

ด้าน น.ส.สินีนาต กล่าวถึงผลการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานของไทยพีบีเอส ว่า ไทยพีบีเอส ได้รับงบประมาณปีละ 2000 กว่าล้านบาท และ 50% เป็นงบเกี่ยวกับการจัดหาและผลิตสื่อ สตง.จึงมีการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าให้สมกับเจตนารมณ์การเป็นสื่อสาธารณที่คุ้มค่าให้กับสังคมอย่างแท้จริง

โดยมี 2 ประเด็น คือ การบรรลุตัวชี้วัดบางส่วน ยังไม่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ การผลิตและจัดหาได้อย่างแท้จริง แม้จะบรรลุ KPI ขององค์กร แต่พบว่ามีการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดบ่อยครั้ง ทำให้ตัวองค์กรไม่สามารถสะท้อนความมีประสิทธิภาพการแข่งขันได้อย่างแท้จริง

และยังพบว่าการทำงานของหน่วยงานภายในด้านการผลิตจัดหารายการ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดได้ เพราะไทยพีบีเอส จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อหาสาเหตุของการดำเนินงานที่ไม่บรรลุเป้าหมาย โครงการส่วนใหญ่มีลักษณะดำเนินการเป็นรายปี

เมื่อโครงการใดไม่ได้รับการดำเนินการต่อ ก็ไม่ได้มีการวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนางาน ขณะที่บางกรณีใช้วิธีเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัด แทนการแก้ไขปัญหาเดิม

นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อมูลพฤติกรรมผู้รับชมที่ไทยพีบีเอสรวบรวมไว้ ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประกอบการวางแผนผลิตและจัดหารายการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบข้อมูลสมาชิก One Thai PBS ยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้รับชมได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ สตง. จึงเสนอแนะให้ไทยพีบีเอสวิเคราะห์ทิศทางและเป้าหมายขององค์กร กำหนดตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับภารกิจ ใช้ตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลย้อนหลัง และเร่งพัฒนาฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมให้เชื่อมโยงกัน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจผลิตเนื้อหาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สตง. ยังพบข้อบกพร่องด้านระบบสนับสนุนการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการ โดยระบบบริหารจัดการแผนงาน หรือ BMP ยังไม่สามารถรายงานผลการดำเนินงานเปรียบเทียบกับแผนงานได้ครบถ้วน รวมถึงยังไม่สามารถแสดงข้อมูลตัวชี้วัดระดับองค์กร เพื่อใช้ติดตามผลสำเร็จของโครงการได้อย่างชัดเจน

ส่วนการติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ยังเน้นไปที่การเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้มากกว่าร้อยละ 80 ตามแผน มากกว่าการพิจารณาว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปก่อให้เกิดผลผลิตหรือผลลัพธ์ตามเป้าหมายมากน้อยเพียงใด

ขณะที่ระบบจัดเก็บไฟล์รายการ ยังแยกกันอยู่ตามหน่วยงานภายใน ไม่ได้เชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลกลาง และระบบบริหารจัดการการออกอากาศ หรือ Broadcast Management System (BMS) ยังใช้บริหารจัดการเฉพาะรายการที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ ไม่ครอบคลุมรายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์

ส่งผลให้การรวบรวมข้อมูลรายการที่ผลิต จัดหา และเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องใช้ขั้นตอนและระยะเวลาเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้บริหารไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลภาพรวมขององค์กรเพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ แม้ไทยพีบีเอสจะเพิ่มการผลิตรายการรูปแบบ Online First แต่ สตง. พบว่าการประเมินการเข้าถึงเนื้อหาของกลุ่มเป้าหมายยังไม่ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลจำนวนผู้ใช้งานเว็บไซต์ หรือ Active User จาก Google Analytics เป็นส่วนหนึ่งในการวัดผล ซึ่งไม่สามารถสะท้อนโดยตรงว่าประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับชมเนื้อหารายการแต่ละประเภทมากน้อยเพียงใด

ส่วนการประเมินผลตอบแทนทางสังคม หรือ SROI ยังไม่มีหลักเกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษรในการคัดเลือกรายการหรือผู้ประเมินภายนอก ขณะที่การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หากผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าไม่ได้รับชมรายการ ก็จะยุติการสัมภาษณ์ โดยไม่ได้สอบถามถึงเหตุผลที่ไม่รับชม ทำให้องค์กรขาดข้อมูลที่จะนำไปปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ สตง. จึงเสนอให้พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลกลาง ยกระดับระบบ BMP และ BMS ให้รองรับการผลิตและเผยแพร่ทุกช่องทาง รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางสังคม และปรับปรุงระบบสำรวจความคิดเห็นให้สามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกจากประชาชนได้มากขึ้น

ขณะที่ น.ส.มธุลีห์ ระบุถึงผลการตรวจสอบเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย ว่า สตง.ได้กำหนดการตรวจสอบให้สองประเด็นตามเรื่องร้องเรียนที่ได้รับ

เรื่องแรก คือ เรื่องการจ้างผลิตเขาเจาะย่อยโลก การจัดจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงเป็นไปตามระเบียบหรือไม่อย่างไร โดยไทยพีบีเอส ได้ทำสัญญาข่าวเจาะย่อโลก ปี 60-68 แบบเฉพาะเจาะจง และการผลิตสัญญาเป็นลักษณะงานจ้าง อุปกรณ์มีกล้องถ่ายทำ และไม่มีการประเมินเรทติ้ง ดังนั้น อาจขัดต่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และพัสดุภาครัฐ และก่อให้เกิดความเสียหายกับไทยพีบีเอส

เรื่องที่ 2 คือการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ปี 66-68 เป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 มาตรา 28 (9) ประกอบระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้อ 5 ตลอดจนการใช้จ่ายหรือใช้ประโยชน์นั้น เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพหรือไม่

จากการตรวจสอบ พบว่า งบประมาณปี66-68 ไทยพีบีเอส มีการจ่ายค่าพิธีกร หรือค่าแขกรับเชิญ โดยไม่ได้ระเบียบ หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายไว้

แต่มีแนวทางและหลักเกณฑ์ในเชิงบริหาร สำหรับหน่วยงานภายใน เช่น แนวทางการปฏิบัติการจ่ายค่าตอบแทนแหล่งข่าว และแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนผู้ดำเนินรายการและผู้ร่วมรายการ โดยไม่มีการประกาศใช้ระเบียบเฉพาะเกี่ยวกับการกำหนดอันตราค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญ แต่อาศัยการอนุมัติวงเงินภายใต้กรอบวงเงินภายใต้คำสั่งการมอบอำนาจเป็นการชั่วคราว

ต่อมา ไทยพีบีเอส ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 มาตรา 28 (9) ประกอบระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2567 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2567

ทำให้คำสั่งมอบอำนาจแนวทางหลักเกณฑ์ของส่วนงานภายในของไทยพีบีเอาทั้งหมดไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินค่าตอบแทนดังกล่าวได้

ดังนั้นการจ่ายเงินค่าตอบแทน พิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ที่เกิดขึ้นในปี 2568 เป็นการจ่ายเงินโดยไม่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ตามระเบียบขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2567 และเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง ม.38

ดังนั้น ผู้ว่าการ สตง.จึงเสนอให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ นายโสมทัต แถลงในประเด็นการตรวจสอบเรื่องของการใช้รถของผู้บริหาร ไทยพีบีเอส โดยระบุว่าปกติจะตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี คือ แต่ตั้งแต่ปี 62 ไทยพีบีเอส ต้องรู้ว่ามีการออกระเบียบเรื่องการใช้รถส่วนกลางและการเลิกค่าตอบแทนการใช้ยานพาหนะนั้น

ไทยพีบีเอส ยอมรับว่า การใช้รถส่วนกลาง มีระเบียบในการเลิกค่าใช้จ่ายประจำตำแหน่ง แต่การใช้รถส่วนกลางไทยพีบีเอสไม่มีการออกระเบียบ และมีผู้บริหารได้รับค่าตอบแทนการใช้รถมาใช้รถส่วนกลางด้วย

หลักการขององค์กรของรัฐ รวมถึงไทยพีบีเอส แต่ยังไม่ใช่ผลของการพิจารณา การใช้ทรัพย์สินของรัฐ ไทยพีบีเอสจะต้องผูกพันธ์ ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ปี 2561 และพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 รวมถึง ไทยพีบีเอสต้องออกระเบียบการใช้ทรัพย์สินขององค์กรอย่างชัดเจน

ประเด็นนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และหากจะมีการแจ้งผลว่าจะมีความผิดในมาตราไหน ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบ ได้มีความเห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเสนอ ผู้ว่าการสตง.ลงนามเพื่อให้ส่งผลการตรวจสอบกลับไปยังไทยพีบีเอสได้ในสัปดาห์หน้า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สตง. แถลงผลสอบไทยพีบีเอส พบปัญหาจ้างผลิตรายการ-จ่ายค่าตอบแทนไร้ระเบียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...