ณัฐพงษ์ส่งหนังสือด่วนเรียกนายกฯ เข้าสภาแจงแก้น้ำท่วม ย้ำต้องปฏิบัติตามมติที่ประชุม
วันนี้ (1 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือถึง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ดำเนินการแจ้งนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร และชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตลอดจนแผนการเตรียมรับมือภัยพิบัติในอนาคต
ประเด็นสำคัญ
- ถกเถียงปมข้อบังคับ หลังนายกฯ ไร้เงาในสภา
- ตั้งคำถามนายกฯ ตรวจโรงครัวพรรคแทนการเข้าสภา
สืบเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 กันยายน) ซึ่งได้มีมติเห็นชอบญัตติด่วนด้วยวาจาที่ครอบคลุมถึงการขอให้นายกรัฐมนตรีมาร่วมรับฟังและชี้แจงด้วยตนเอง
รายละเอียดในหนังสือระบุว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณัฐพงษ์ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการรับมือกับเหตุภัยพิบัติในอนาคต โดยขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมเพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 54 (1) ประกอบข้อ 47
ทั้งนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบให้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาดังกล่าว และที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามข้อบังคับข้อ 88 ไปแล้ว ดังนั้น จึงขอให้ประธานสภาดำเนินการตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม โดยแจ้งให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงในประเด็นดังกล่าว
ถกเถียงปมข้อบังคับ หลังนายกฯ ไร้เงาในสภา
ย้อนกลับไปในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงค่ำของวันที่ 30 กันยายน ภายหลังสมาชิกอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องอุทกภัยรวม 7 ญัตติเสร็จสิ้น โสภณ ซารัมย์ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สอบถามความเห็นจากวิปทั้งสองฝ่ายถึงทิศทางการดำเนินการต่อ
โดย ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล เสนอให้ส่งญัตติไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการ
โสภณจึงอาศัยอำนาจตามข้อบังคับข้อ 88 สอบถามที่ประชุมว่ามีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งณัฐพงษ์ได้ลุกขึ้นหารือเพื่อความชัดเจนว่า ญัตติที่ตนเสนอนั้นมีการประกอบข้อบังคับข้อ 47 เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมด้วย หากที่ประชุมผ่านเป็นมติสภาโดยไม่มีผู้คัดค้าน ย่อมหมายความว่าสภาเห็นชอบตามญัตติ และนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมติในการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจง
ด้านโสภณวินิจฉัยว่า การพิจารณาญัตติได้ผ่านพ้นไปแล้ว และประเด็นการขอให้นายกรัฐมนตรีมานั่งฟังถือว่าจบไปพร้อมกับการพิจารณาญัตติในวันดังกล่าว ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้แจงเสริมว่า หากสภาเห็นชอบตามข้อ 47 นายกรัฐมนตรีก็สามารถเข้ามาประชุมเพื่อชี้แจงประเด็นนี้ในวันอื่นได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่พิจารณาญัตติเพียงวันเดียว
อย่างไรก็ตาม โสภณอธิบายว่า การใช้ข้อบังคับข้อ 47 โดยปกติต้องเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรและมีผู้รับรอง ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถย้อนกลับไปดำเนินการได้แล้วเนื่องจากญัตติได้จบลงไปแล้ว และขอให้เรื่องนี้ยุติลง
ตั้งคำถามนายกฯ ตรวจโรงครัวพรรคแทนการเข้าสภา
ณัฐพงษ์ยืนยันว่า ตนไม่ได้ต้องการตีรวนให้เกิดความล่าช้า แต่ต้องการให้การประชุมดำเนินไปอย่างถูกต้องตามข้อบังคับ แม้ข้อ 47 จะระบุให้เสนอเป็นหนังสือล่วงหน้า แต่ก็มีข้อยกเว้นหากประธานเห็นสมควร ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ประธานได้อนุญาตให้ตนเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาไปแล้ว การขอให้นายกรัฐมนตรีมาเข้าร่วมประชุมจึงชอบด้วยข้อบังคับทุกประการ
นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า ตลอดการอภิปราย ตนและ สส. หลายคนได้ตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีอยู่ที่ใด เนื่องจากปรากฏภาพนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจโรงครัวของพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ไม่ได้มีภารกิจเร่งด่วนอื่น สมาชิกเพียงต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาร่วมรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนในห้องประชุมสภาแห่งนี้เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาขัดข้องขั้นตอนการลงมติตามข้อ 88 แต่อย่างใด
ท้ายที่สุด โสภณยืนยันตามคำวินิจฉัยเดิมว่า ถือเป็นการรับทราบตามข้อเสนอ และได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 21.04 น. ก่อนที่ณัฐพงษ์จะดำเนินการส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้