โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม. เร่งสูบน้ำเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย หลังคลองแสนแสบลดระดับ กดดันลงเจ้าพระยา

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่27 ก.ย. 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง

เร่งสูบน้ำจากจุดแอ่งต่ำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า น้ำที่ท่วมบริเวณเพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย ส่วนหนึ่งมาจากน้ำในคลองแสนแสบที่เอ่อเข้าพื้นที่ ประกอบกับบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่แอ่งต่ำลอดใต้ทางด่วน เมื่อระดับน้ำในคลองลดลง น้ำที่ค้างอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถไหลกลับเองได้ กทม. จึงนำเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) มาสูบน้ำจากท่อระบายน้ำที่เชื่อมกับแก้มลิงภายในสวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ เพื่อดึงน้ำจากถนนและพื้นที่โดยรอบลงสู่คลองแสนแสบ

ด้าน รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวเสริมว่า เส้นทางจากอโศกเข้ามาเริ่มแห้งแล้ว และกำลังทยอยไล่สูบน้ำอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่เสนานิคมนั้น ตั้งแต่ช่วงถนนพหลโยธินเข้าเสนานิคมยังคงมีน้ำท่วมขังหนัก เนื่องจากระดับน้ำในคลองลาดพร้าวสูงมาก จึงต้องเร่งลดระดับน้ำในคลองลาดพร้าวลงให้ได้ก่อน ทั้งนี้ กทม. ได้ผันน้ำแสนแสบบางส่วนเข้าคลองสามเสน ซึ่งมีอุโมงค์ช่วยเร่งระบาย และเตรียมนำเรือมาช่วยดันน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อเร่งการระบายน้ำอีกทางหนึ่ง

เร่งระบาย 4 คลองหลัก เดินเครื่องอุโมงค์เต็มกำลัง

ขณะนี้ต้องเร่งระบายน้ำใน 4 คลองสายหลัก ได้แก่ คลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองเปรมประชากร โดยระดมเครื่องสูบน้ำทำงานเต็มกำลัง เพื่อเร่งลดระดับน้ำในคลองและเปิดทางให้พื้นที่โดยรอบระบายน้ำได้

ในการนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พร้อมคณะ ลงเรือตรวจติดตามการระบายน้ำในคลองแสนแสบ และตรวจการทำงานของอาคารรับน้ำอุโมงค์ระบายน้ำแสนเลิศ ซึ่งรับน้ำจากบึงมักกะสัน คลองแสนแสบ และคลองไผ่สิงห์โต ก่อนระบายผ่านอุโมงค์ใต้ดินลึกประมาณ 30 เมตร ไปยังคลองช่องนนทรี ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูรับน้ำเต็มระบบ และเดินเครื่องสูบน้ำปลายทางเต็มกำลังทั้ง 5 เครื่อง พร้อมเร่งเก็บขยะบริเวณหน้าตะแกรงอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นย้ำว่า คลองแสนแสบยังมีน้ำในทุ่ง (Side Flow) จากพื้นที่มีนบุรีและหนองจอกไหลเติมตลอดเวลา จึงต้องเร่งดึงน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดระดับน้ำคลองแสนแสบและเร่งดึงน้ำท่วมขังจากย่านรามคำแหงและบางกะปิลงสู่คลอง

เฝ้าระวังชุมชนร่มเกล้า-คลองจั่น พร้อมจัดศูนย์พักพิงรองรับ

สำหรับพื้นที่ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ลาดกระบัง ชุมชนร่มเกล้า รวมถึงพื้นที่คลองจั่น ซึ่งมีประชาชนและที่พักอาศัยจำนวนมาก โดยน้ำบนถนนคาดว่าจะสามารถระบายได้เร็วกว่าน้ำในชุมชน เนื่องจากน้ำในชุมชนอยู่ในพื้นที่ด้านในและต้องทยอยระบายออก จึงอาจใช้เวลาหลายวัน บางพื้นที่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ประชาชนที่ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ที่บ้านได้ สามารถเข้าพักในศูนย์พักพิงที่ กทม. จัดเตรียมไว้

กทม. เร่งระบายน้ำเต็มกำลัง

“กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ทั้งการลดระดับคลองสายหลัก การสูบน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และการดูแลประชาชนในชุมชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

เปิดรับบริจาคน้ำดื่ม-วัตถุดิบทำอาหาร รองรับประชาชนกว่า 2 หมื่นคน

กทม. เปิดรับบริจาคสิ่งของ ได้แก่ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำปลา อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป วัตถุดิบทำครัวกลาง รวมถึงอาหารสำหรับสุนัขและแมว เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 10,000-20,000 คน โดยนำมาบริจาคได้ที่ 3 จุดหลัก ได้แก่ โรงเรียนวิชูทิศ ถนนประชาสงเคราะห์ ใกล้สำนักงานเขตดินแดง ศูนย์ฝึกอาชีพประเวศ และสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)

“กรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ทั้งการลดระดับคลองสายหลัก การสูบน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำ และการดูแลประชาชนในชุมชน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุน้ำท่วมหรือขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน กทม. 1555 หรือ Traffy Fondue ส่วนกรณีผู้ป่วยติดเตียงหรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทร. 1669

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...