โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิพัฒน์” เดินหน้าแก้ปัญหารถไฟวิ่งในเมือง หวังทำทางยกระดับให้รถไฟผ่าน ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 10 ปี พร้อมยันระบบตั๋วร่วมพร้อมใช้ 1 ม.ค. 2570

WeR NEWS

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงการเดินหน้าระบบตั๋วร่วมว่า รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะต้องเริ่มใช้ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าได้ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางของพี่น้องประชาชน โดยหัวใจสำคัญของระบบใหม่นี้ คือ จะมีค่าแรกเข้า 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดตลอดหนึ่งเที่ยวการเดินทางต้องไม่เกิน 45 บาท ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนสายรถไฟฟ้ากี่สายก็ตาม

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ระบบตั๋วร่วมยังจะรองรับการจ่ายผ่าน EMV หรือบัตรชำระเงินที่ใช้กันในระดับสากล ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติจะสามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าได้ทันที ทั้งนี้ จุดที่ต้องเร่งดำเนินการขณะนี้คือสายสีเขียว ซึ่งปัจจุบันใช้บัตร Rabbit โดยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือว่าจะเชื่อมเข้าสู่ระบบ EMV ให้ทันภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 ได้หรือไม่ เพราะสายสีเขียวจัดเป็นแกนหลักที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสำคัญอื่น ๆ ทั้งสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน และเส้นทางที่จะเปิดเพิ่มเติมในอนาคต พร้อมยืนยันว่าการลดค่าโดยสารลงมาให้สูงสุดไม่เกินเที่ยวละ 45 บาท และยังมีระบบตั๋วร่วมด้วยแล้ว ตนมั่นใจว่าจะเป็นการดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพราะมีทั้งการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน การลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ได้ด้วย

ส่วนการเปลี่ยนรถเมล์ร้อนของ ขสมก.มาเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมดจำนวน 2,320 คันในปีหน้านี้ ตนตั้งเป้าว่าต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นทั้งหมดอย่างช้าที่สุดไม่เกินสิ้นปีหน้า โดยรถเมล์ EV ชุดใหม่จะเป็นรถปรับอากาศทั้งหมด มีพื้นที่สำหรับผู้ใช้วีลแชร์และทางลาดให้ขึ้นลงได้สะดวก ขณะที่นักเรียนและผู้สูงอายุจะได้ส่วนลดค่าโดยสาร 50% ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่เสียค่าโดยสาร

นายพิพัฒน์ ระบุด้วยว่า กระทรวงคมนาคมยังหนุนการเชื่อมการเดินทางแบบ น้ำ–ล้อ–ราง โดยหวังจะดึงการขนส่งทุกอย่างเข้ามาอยู่ในระบบเดียวกัน โดยในส่วนของท่าเรือตั้งเป้าพัฒนาให้แล้วเสร็จ 16 จาก 29 ท่าเรือภายในไตรมาสสุดท้ายของปีหน้า และถ้าท่าเรือใดพร้อมก็สามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบตั๋วร่วมได้ทันที

นอกจากนี้กระทรวงยังมีแผนแก้ปัญหารถไฟที่วิ่งในเมือง โดยตั้งเป้าว่าจะใช้วิธียกระดับทางรถไฟและให้รถยนต์ต่าง ๆ วิ่งลอดด้านล่างของทางยกระดับ เพื่อตัดปัญหาความเสี่ยงเรื่องรถไฟชนกับรถยนต์อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 10 ปี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...