โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้แล้วลูกใคร! เปิดตัวตนหนุ่มขี่เจ็ตสกีกลางน้ำท่วม ที่แท้เป็นลูกชายอดีตนางร้ายชื่อดัง

มุมข่าว

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • neen
วันที่ 28 กันยายน 2569 จากกรณี หนุ่มขับเจ็ตสกีแล่นกลางกรุงฯ” ซึ่งมีการแชร์ภาพและคลิปชายรายหนึ่งขี่เจ็ตสกีบริเวณพื้นที่น้ำท่วมขังบนถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จนมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากนำภาพไปเผยแพร่ต่อ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการใช้เจ็ตสกีในพื้นที่ประสบอุทกภัย

วันที่ 28 กันยายน 2569 จากกรณี หนุ่มขับเจ็ตสกีแล่นกลางกรุงฯ ซึ่งมีการแชร์ภาพและคลิปชายรายหนึ่งขี่เจ็ตสกีบริเวณพื้นที่น้ำท่วมขังบนถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จนมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากนำภาพไปเผยแพร่ต่อ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการใช้เจ็ตสกีในพื้นที่ประสบอุทกภัย

ต่อมามีการเปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวคือ ศรณ์ เกตุศิริ (Sorn Keadsiri) ซึ่งมีประวัติทำงานในแวดวงธุรกิจบันเทิงและโปรดักชัน อีกทั้งยังเป็นลูกชายของ จอย จามจุรี เชิดโฉม อดีตนางร้ายชื่อดังของวงการละครไทยในช่วงปลายยุค 80 ต่อเนื่องถึงยุค 90

สำหรับประวัติของ จอย จามจุรี เชิดโฉม มีชื่อจริงว่า จามจุรี เชิดโฉม ชื่อเล่น จอย เกิดวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ปัจจุบันอายุ 58 ปี มีพื้นเพเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี โดยคุณพ่อรับราชการเป็นทหารอากาศ และเธอเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน

ในวัยเด็ก จอยมีชีวิตค่อนข้างเรียบง่าย และเคยช่วยพี่ๆ ทำน้ำเต้าหู้ขายเพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยการเข้าประกวดนางสาวไทยในปี พ.ศ. 2529 แม้จะไม่ได้ผ่านเข้ารอบ แต่ในปีเดียวกันเธอได้เข้าประกวดนางนพมาศแดนเนรมิต และคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 พร้อมรางวัลขวัญใจช่างภาพ จากนั้นจึงมีโอกาสรับงานถ่ายแบบตามนิตยสาร รวมถึงงานโฆษณาอีกหลายชิ้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 จอยเริ่มมีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในเรื่อง อีกสิบวันโลกจะแตก โดยรับบทนางเอก ก่อนมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง บ๊ายบายไทยแลนด์ ซึ่งไม่ได้ออกฉาย โดยข้อมูลจากหอภาพยนตร์แห่งชาติยังระบุชื่อ จามจุรี เชิดโฉม เป็นหนึ่งในนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว

หลังจากนั้น จอยได้เข้าสู่วงการโทรทัศน์ โดยเริ่มแสดงละครของค่ายกันตนา เรื่องผีกุ๊กกิ๊ก ทางช่อง 7 ร่วมกับ อรพรรณ พานทอง, พรสุดา ต่ายเนาวคง และตวงสิทธิ์ เรียมจินดา

จากนั้นเธอได้รับบทเด่นในบทตัวอิจฉา หลังจากคุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ประทับใจน้ำเสียงแหลมสูงของเธอ และแนะนำให้รับบทเป็น อรวิลาศ ในละครเรื่องปัญญาชนก้นครัว โดยแสดงร่วมกับ ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ซึ่งรับบทเป็นแม่ของเธอ ทั้งคู่ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างโดดเด่น จนมีคำพูดที่ติดหูผู้ชมว่า คุณลูกขา

หลังจากแจ้งเกิดจากบทอรวิลาศ จอยมีผลงานละครตามมาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ได้รับบทตัวร้ายอยู่บ่อยครั้ง อาทิ กระเช้ารัตน์ ในเรื่อง ตำรับรัก, มนตรา ใน บัวแล้งน้ำ รวมถึงผลงาน ทายาทอสูร, พ่อปลาไหล แม่พังพอน, เมืองโพล้เพล้ และ พรพรหมอลเวง

แม้ผู้ชมส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับเธอในบทตัวอิจฉา แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยโดดเด่นไม่แพ้นางเอก ทำให้ จอย จามจุรี ได้รับการกล่าวถึงในภาพจำว่าเป็น นางร้ายหน้าสวย

อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้านการแสดงของจอยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทตัวอิจฉาเท่านั้น เพราะเธอยังเคยพลิกมารับบทหญิงสาวที่น่าสงสารในละครเรื่อง เพลิงพ่าย ทางช่อง 9 ซึ่งผลงานเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทรทัศน์ทองคำในช่วงปี พ.ศ. 2533 สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรับบทบาทที่หลากหลายมากขึ้นจากภาพจำเดิมในฐานะ นางร้ายเสียงแหลม

จอยมีผลงานละครออกมาอย่างต่อเนื่องอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะแต่งงานและตั้งครรภ์ ทำให้ตัดสินใจลดบทบาทในวงการบันเทิงลง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลครอบครัวและการเป็นคุณแม่ลูกสอง ส่งผลให้แฟนละครไม่ได้เห็นเธอบนหน้าจออย่างต่อเนื่องเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

ปัจจุบัน จอย จามจุรี เชิดโฉม ประกอบธุรกิจส่วนตัว และยังรับงานอยู่เป็นบางครั้ง โดยเฉพาะงานด้านการกุศล ก่อนจะกลับมามีผลงานละครอีกครั้งในปี 2553 ในฐานะนักแสดงรับเชิญจากเรื่อง นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ของค่ายพอดีคำ ออกอากาศทางช่อง 7 และต่อมาในปี 2567 ได้กลับมาแสดงละครอีกครั้งในเรื่อง มนต์รักแม่กลอง ทางช่องวัน 31

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...