ตลาดหุ้นเอเชีย ปิดลบ! นิกเกอิร่วง 1.42% KOSPI ดิ่ง 2.62% หลังบอนด์ยีลด์พุ่ง
ตลาดหุ้นเอเชีย วันนี้ (8 ต.ค. 2569) ปิดลบทุกตลาดหลัก โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และฮ่องกงปรับตัวลง ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ และความกังวลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
ดัชนีนิกเกอิร่วงกว่า 1.4% หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งกดดันความต้องการลงทุนในตลาดหุ้น โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่นักลงทุนยังจับตาทิศทางตลาดพันธบัตรและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ดัชนีนิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 69,042.11 จุด ลดลง 993.60 จุด หรือ -1.42%
ตลาดหุ้นจีน
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.79% ขณะที่ดัชนี CSI 300 ลดลง 1.09% ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชียที่เป็นลบ จากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ปิดที่ระดับ 3,811.90 จุด ลดลง 30.29 จุด หรือ -0.79%
ตลาดหุ้นฮ่องกง
ดัชนีฮั่งเส็งปรับตัวลงกว่า 1.4% ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียโดยรวม หลังนักลงทุนเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง และความกังวลจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- ดัชนีฮั่งเส็ง ปิดที่ระดับ 23,785.79 จุด ลดลง 344.71 จุด หรือ -1.43%
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้
ดัชนี KOSPI ร่วงกว่า 2.6% ขณะที่หุ้นขนาดเล็กในตลาด Kosdaq ปรับตัวลงเช่นกัน โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งลดความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปิดที่ระดับ 6,625.93 จุด ลดลง 177.97 จุด หรือ -2.62%
อ้างอิง : www.cnbc.com