สรุปสาเหตุ 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่นพ้นคุก ป.ป.ช.ส่งฟ้องไม่ทัน 84 วัน
เรือนจำปล่อยตัว จ่าพิชิต ดร.วิน และศตพร หลังครบกำหนดฝากขังสูงสุด 84 วัน ขณะที่ ป.ป.ช.ยังไต่สวนคดีไม่เสร็จ ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดฟ้องศาลไม่ทันตามกำหนด เปิดข้อกฎหมายทำไมต้องปล่อยตัว และคดีโกงสอบท้องถิ่นจะเดินหน้าต่ออย่างไร
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 หลังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีโกงสอบท้องถิ่น เนื่องจากครบกำหนดฝากขังสูงสุด 84 วัน แต่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังสรุปสำนวนส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลไม่ทันตามกรอบกฎหมาย
ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย
- จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
- นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.วิน
- น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวของนายวิน ซึ่งถูกดำเนินคดีจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับขบวนการแก้ไขคะแนนสอบเพื่อช่วยให้ผู้สมัครสอบผ่านและเข้ารับราชการท้องถิ่น
รายงานข่าววันที่ 8 ตุลาคม ระบุว่า จ่าพิชิตและ ดร.วิน ได้รับการปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่วน น.ส.ศตพร ได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้านั้น โดยทั้งหมดพ้นจากการควบคุมตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ใช่การได้รับอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์
สาเหตุสำคัญมาจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 ซึ่งกำหนดให้คดีที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ศาลสามารถอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนได้หลายครั้ง ครั้งละไม่เกิน 12 วัน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 84 วัน หรือ 7 ผัด
เมื่อครบกำหนดดังกล่าว หากยังไม่มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาล และไม่มีอำนาจตามกฎหมายอื่นรองรับการคุมขัง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อโดยอาศัยหมายฝากขังเดิมได้
แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า เรือนจำมีหน้าที่ควบคุมตัวตามหมายศาลเท่านั้น เมื่อครบกำหนดฝากขัง แต่ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีได้ทัน เรือนจำจึงไม่มีอำนาจคุมขังผู้ต้องหาต่อ และต้องปล่อยตัวตามกฎหมาย
สำหรับคดีโกงสอบท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มเปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 หลังได้รับเบาะแสว่ามีขบวนการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยให้สอบผ่าน โดยพบคอมพิวเตอร์ 18 ชุด อุปกรณ์บันทึกข้อมูล และสำเนากระดาษคำตอบประมาณ 3,000 รายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าถูกนำมาแก้ไขข้อมูลเพื่อเพิ่มคะแนนให้ผู้สมัครสอบบางส่วน
ต่อมาตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญทั้ง 3 คนได้เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม และนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ก่อนที่ ป.ป.ช. จะรับผิดชอบการไต่สวนคดีหลัก เนื่องจากมีข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พนักงานสอบสวนกองปราบปรามนำสำนวนคดีจำนวน 10 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 3,000 หน้า ส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยการไต่สวนยังครอบคลุมเจ้าหน้าที่รัฐ นายหน้า และผู้เข้าสอบที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหลายพันคน
อย่างไรก็ตาม การที่ ป.ป.ช. ไม่สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ทันกำหนดฝากขัง ไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุดลง หรือศาลมีคำพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหา
การปล่อยตัวครั้งนี้มีผลเฉพาะการควบคุมตัวระหว่างกระบวนการสอบสวนเท่านั้น ป.ป.ช. ยังสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ไต่สวนข้อกล่าวหา และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาฟ้องคดีได้ต่อไป
ด้าน ดร.วิน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ยืนยันว่าได้รับการปล่อยตัวตามขั้นตอนกฎหมาย โดยไม่ได้วางหลักทรัพย์ประกันตัว พร้อมระบุว่าจะไม่หลบหนี และเตรียมเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน การประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม มีการหยิบยกข้อกังวลเรื่องผู้ต้องหาหลบหนีหลังได้รับการปล่อยตัว โดยผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่าไม่มีอำนาจควบคุมตัวต่อเมื่อครบกำหนดฝากขัง พร้อมระบุว่ากำลังเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องกับคดีประมาณ 6,000 คน ภายในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และมีสิทธิต่อสู้คดีตามกฎหมาย โดยต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง