โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ภาวุธ’ เปิดตัวเลขคนไทยจ่ายเงิน 20 แพลตฟอร์มต่างชาติ 6 เดือนทะลุ 1.38 แสนล้านบาท ชงรัฐบาล 5 มาตรการลดขาดดุลดิจิทัล

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘ภาวุธ’ เปิดตัวเลขคนไทยจ่ายเงิน 20 แพลตฟอร์มต่างชาติ 6 เดือนทะลุ 1.38 แสนล้านบาท ชงรัฐบาล 5 มาตรการลดขาดดุลดิจิทัล

วันนี้ (28 ตุลาคม) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลภาวะการขาดดุลดิจิทัลของประเทศไทย โดยระบุว่า ล่าสุดคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และกรมสรรพากร เพื่อรวบรวมสถิติการใช้จ่ายเงินของคนไทยผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และระบบโมบายแบงก์กิ้ง ไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ

ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมธนาคารไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายใน 20 อันดับแรกของแพลตฟอร์มต่างชาติ รวมกันสูงถึง 138,693 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่

  • Shopee: มูลค่า 69,844 ล้านบาท (77.09 ล้านรายการ)
  • Facebook: มูลค่า 15,149 ล้านบาท (10.36 ล้านรายการ)
  • TikTok: มูลค่า 12,592 ล้านบาท (39.62 ล้านรายการ)
  • Lazada: มูลค่า 12,041 ล้านบาท (6.86 ล้านรายการ)
  • Agoda: มูลค่า 5,693 ล้านบาท (1.25 ล้านรายการ)

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มท่องเที่ยวและบริการดิจิทัลที่คนไทยใช้งานเป็นประจำติดอันดับ เช่น Trip.com, Booking.com, Traveloka, Grab, Apple, Google, LINE และ Netflix

ทั้งนี้ มูลค่าการใช้จ่ายกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Shopee เพียงแห่งเดียว ซึ่งแม้เงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งจะถูกจ่ายให้กับร้านค้าคนไทยที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม แต่ในส่วนของค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา ค่าสมาชิก และค่าบริการต่างๆ ได้ไหลออกไปยังต่างประเทศอย่างแท้จริง ข้อมูลชุดนี้จึงช่วยให้ภาครัฐเห็นทิศทางการไหลของเงินในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ภาวุธเน้นย้ำว่า เป้าหมายของตนไม่ได้ต้องการให้ประชาชนเลิกใช้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ เนื่องจากเป็นความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ทีมบริหารประเทศต้องรับทราบโครงสร้างการไหลของเงิน และหาแนวทางให้ผู้ประกอบการไทยได้ส่วนแบ่งจากเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น จึงให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล 5 ประการ ดังนี้

  • จัดเก็บและติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง กำหนดให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลทุกไตรมาส โดยแยกสัดส่วนเงินที่ถึงมือผู้ค้าไทยและเงินที่ไหลออกต่างประเทศให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบาย
  • สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ด้วยการกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างชาติเสียภาษีอย่างถูกต้องสอดคล้องกับธุรกิจไทย และกำกับดูแลไม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยถูกกดดันด้วยค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป
  • สนับสนุนแพลตฟอร์มและสตาร์ทอัพไทย โดยส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐเลือกใช้บริการดิจิทัลของคนไทยเป็นลำดับแรก เพื่อสนับสนุนทุนและขยายตลาดในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยว อาหาร และอีคอมเมิร์ซ
  • ผลักดันการส่งออกบริการดิจิทัล เพิ่มมูลค่าการส่งออกคอนเทนต์ เกม ซอฟต์แวร์ และบริการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับเข้าสู่ประเทศ
  • ยกระดับและพัฒนาทักษะบุคลากร เร่งสร้างทักษะดิจิทัลให้แก่คนไทย ทั้งในมิติการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเองและการใช้เครื่องมือดิจิทัลระดับสากลเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ

ภาวุธกล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำตัวเลขเศรษฐกิจนี้ไปบูรณาการทำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อแปลงข้อเสนอแนะให้เป็นมาตรการบังคับใช้จริงในการลดการขาดดุลดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...