โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘กรุงศรี’ คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-33.00 จับตาภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ไทยโพสต์

อัพเดต 07 เม.ย. เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. เวลา 04.28 น.

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.60ต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.48-33.00โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโรและเยน

7 เม.ย. 2569 - โดยตลาดอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนสูงและถูกแรงขับเคลื่อนจากถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์ซึ่งทำลายความหวังของนักลงทุนต่อการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางในเร็ววัน โดยผู้นำสหรัฐฯกล่าวกับประชาชนชาวอเมริกันว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่เขาระบุเช่นกันว่าปฏิบัติการทางทหารหลักของสหรัฐฯใกล้จะเสร็จสิ้น สอดคล้องกับสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าความขัดแย้งอาจยุติลงไม่ว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ ในภาพรวมตลาดยังคงกังวลว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ ซึ่งจะเพิ่มความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงานและทิศทางเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 711 ล้านบาท และ 10,747 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยชี้นำหลักสำหรับตลาดการเงินโลก ขณะที่นักลงทุนนับถอยหลังสู่เส้นตายที่สหรัฐฯกำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งสินค้าสามารถผ่านได้ มิเช่นนั้นอิหร่านจะเผชิญกับการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพาน อิหร่านปฏิเสธการหยุดยิงและกล่าวว่าจำเป็นต้องยุติสงครามอย่างถาวร อย่างไรก็ดี ความหวังเรื่องข้อตกลงหรือความคืบหน้าอาจช่วยชะลอการซื้อดอลลาร์ได้บ้าง แต่ตราบใดที่ยังไม่มีแผนที่ชัดเจนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการแก้ไขข้อจำกัดด้านอุปทานพลังงาน เรายังคงกังวลว่าสกุลเงินเอเชียจะอ่อนค่าต่อไป นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อเดือนมี.ค.ของสหรัฐฯเพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ย หลังตัวเลขจ้างงานสดใสเกินคาด

ผู้ว่าการธปท.ประเมินว่าจะไม่มีการปรับนโยบายการเงินอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยแทบไม่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านอุปทานอีกทั้งมีความเสี่ยงที่จะบั่นทอนอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่าธปท.จะติดตามผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด และจะประเมินความจำเป็นของการดำเนินนโยบายเพิ่มเติมหากเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง โดยภายใต้กรณีฐานของธปท. เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นสู่ระดับราว 3% ในปีนี้ ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจลดลงราว 0.5-0.7% จากประมาณการเดิมที่ 1.9%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...