UNSC เตรียมโหวตคุ้มครองเรือฮอร์มุซวันนี้ ถอยร่างลดความเข้มงวด หลังจีนค้านใช้กำลัง
UNSC เตรียมลงมติคุ้มครองเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซวันนี้ แต่ปรับร่างให้อ่อนลง หลังจีนคัดค้านการใช้กำลัง ขณะความขัดแย้งอิหร่านดันราคาพลังงานโลกพุ่ง
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 06.08 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง United Nations Security Council (UNSC) เตรียมลงมติในวันอังคารเกี่ยวกับร่างมติ เพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก อย่างไรก็ตามร่างมติดังกล่าวถูกปรับลดความเข้มงวดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจีนคัดค้านข้อเสนอที่ให้อำนาจใช้กำลังทหารในการปกป้องเส้นทางเดินเรือ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ความขัดแย้งยืดเยื้อกว่า 5 สัปดาห์ และทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย
ความพยายามผลักดันมติดังกล่าวนำโดยบาร์เรน ซึ่งเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงในปัจจุบัน โดยต้องปรับแก้ร่างหลายครั้งเพื่อให้ผ่านการเห็นชอบจากประเทศมหาอำนาจ ร่างล่าสุดได้ตัดข้อความที่อนุญาตให้ใช้กำลังทุกวิถีทางที่จำเป็นออกไป และเปลี่ยนเป็นเพียงการสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ประสานความร่วมมือในลักษณะป้องกัน เพื่อรักษาความปลอดภัยของการเดินเรือ มาตรการที่ระบุในร่างมติรวมถึง การคุ้มกันเรือพาณิชย์ การยับยั้งความพยายามปิดกั้นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ
นักการทูต ระบุว่าเวอร์ชันที่อ่อนลงนี้มีโอกาสผ่านมากขึ้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากต้องได้อย่างน้อย 9 เสียง และต้องไม่มีการวีโต้จากสมาชิกถาวร ได้แก่ สหรัฐ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร
ก่อนหน้านี้จีนคัดค้านการใช้กำลัง โดยระบุว่าจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้กำลังโดยมิชอบ และอาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง
ด้านWang Yi รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เปิดเผยหลังหารือกับรัสเซียว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียในเวที UN เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมย้ำว่าทางออกที่แท้จริงคือการหยุดยิงโดยเร็ว
ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณต้องการยุติสงครามอย่างยั่งยืน แต่ยังคงปฏิเสธแรงกดดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนว่าอิหร่านอาจถูกกำจัด หากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงภายในเส้นตายที่กำหนด
ทั้งนี้ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลกไหลผ่าน ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่นี้ส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานโลก
อ้างอิง : www.reuters.com