SCC โบรกคาดกำไร Q1/69 โต มีกำไรสต๊อกหนุน แนวโน้ม Q2 ดีต่อเนื่อง
#SCC #ทันหุ้น-โบรกเกอร์ คาดการณ์ว่าบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จะมีกำไรไตรมาส 1/69 ที่เติบโต เมื่อเทียบ YoY และ QoQ ส่วนหนึ่งมาจากมีกำไรจากสต๊อกช่วยหนุน รวมถึงธุรกิจซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ที่เติบโต พร้อมทั้งประเมินแนวโน้มไตรมาส 2/69 กำไรยังมีการเติบโตต่อเนื่อง เพราะธุรกิจปิโตรเคมีมีทิศทางที่ดี จาก Spread PE และ PP ปรับเพิ่มขึ้น
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย) คาดว่า SCC ในไตรมาส 1/69 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.71 พันล้านบาท พลิกจากไตรมาส 4/68 ที่ขาดทุนสุทธิ 3.69 พันล้านบาท และเพิ่มขึ้น 136% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ Stock gain ทีมากถึง 4.33 พันล้านบาท และไม่มี Extra loss มากเหมือนในไตรมาส 4/68 ทีมี Impairment loss อยูที 3.6 พันล้านบาท จากการประกาศเลิกประกอบธุรกิจ Digital platform ภายใต้ชือ “NocNoc” และ SCG Distribution and Retail
ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่า Core earnings จะเพิ่มขึ้น QoQ จากการธุรกิจปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะกลับมามีกําไร หลัง Spread PE และ PP ปรับเพิมขึ้นเหนือระดับ 400 เหรียญต่อตัน โดยข้อมูลของ SCC ระบุสถานการณ์ปัจจุบันมีโรงงาน Olefins ทั่วโลกหยุดดําเนินงานรวม 40 ล้านตัน คิดเป็น 13% ของกําลังผลิต Olefins ทั่วโลก ทังจากการประกาศ Force majeure เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบเหมือนกับโรงงาน ROC ของ SCGC รวมไปถึงโรงงานทีได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ปัจจัยบวกดังกล่าวเพียงพอชดเชยยอดขายในธุรกิจปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะลดลง 27% QoQ จากการหยุดผลิตในโรงงาน ROC และธุรกิจ Cement ที่เข้าสู่ช่วง Low season
ฝ่ายวิจัยยูโอบี ได้ปรับประมาณการ Core profit และ Net profit ปี 2569 เพิ่มขึ้น 27% และ 83% ตามลําดับ เพือสะท้อนการปรับสมมติฐาน Spread PE และ PP ที่ปรับเพิ่มขึ้น 9% และ 13% ตามลําดับ รวมไปถึง Stock gain ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/69 ทําให้คาดว่า SCC จะมี Core profit อยู่ที 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% yoy และมีกําไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านบาท
บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) คาดว่า SCC จะเผยกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท (พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 3.7 พันล้านบาทใน 4Q68 และ +355% YoY) กับกำไรหลักที่ 1.6 พันล้านบาท (พลิกกลับจากขาดทุนหลัก 79 ล้านบาท และ +41% YoY) โดยไม่รวมกำไรจากสต็อกและ NRV ที่ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 16% ของประมาณการกำไรหลักปี 2569 ของ consensus ขณะที่ปัจจัยหนุนทั้ง QoQ และ YoY จะมาจาก spread ของธุรกิจเคมีภัณฑ์(ทั้ง PE และPP) ที่ดีขึ้น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น และเป็นช่วงพีคของธุรกิจซีเมนต์ บวกกับการประหยัดต้นทุนได้ 4.3 พันล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้อุปทานที่หยุดชะงักทำให้กำลังการผลิตเอทิลีนทั่วโลกลดลงราว 25% อาจช่วยดันให้ spread ตึงตัวมากขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเคจีไอ คงมุมมองเชิงบวกต่อ SCC จากการฟื้นตัวตามวัฏจักรและได้ margin ดีขึ้น