SET Index เช้า 1,475.30 จุด -4.90 จุด (-0.33%)
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET Index เช้า 1,475.30 จุด -4.90 จุด (-0.33%)
บริษัท ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัดรายงาน Trend Spotter ลงวันที่ 29 เมษายน 2569 ระบุภาพรวมกลยุทธ์การลงทุนว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบการเงิน ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลาง ขณะที่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% จากความกังวลด้านอุปทาน หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ แม้จะมีความพยายามทางการทูตเพื่อลดความขัดแย้งก็ตาม โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของตลาดทองคำ ราคาปรับตัวลดลง เนื่องจากแรงขายทำกำไรและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังสะท้อนถึงความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางอัตราดอกเบี้ย
สำหรับตลาดหุ้นไทย SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,465–1,490 จุด โดยนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสำคัญ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนยังเป็นลักษณะ “ระวังตัว” และอาจเกิดแรงขายทำกำไรภายหลังการประกาศผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นบางกลุ่ม โดย SCGP คาดว่ากำไรไตรมาส 1 ปี 2569 จะเติบโตแข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจาก EBITDA ของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ฟื้นตัว ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569 ยังต้องติดตามต้นทุนพลังงานและอัตราการใช้กำลังการผลิต
ด้าน OSP คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 จะเป็นจุดสูงสุดของปี โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายอัตรากำไรและการควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและการเติบโตที่ยังไม่ชัดเจน
ในส่วนของมุมมองทางเทคนิค SET Index มีแนวต้านสำคัญที่ 1,480–1,485 จุด หากผ่านได้มีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 1,500 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,470 และ 1,450 จุด โดยมีระดับ 1,430 จุดเป็นแนวรับสำคั
หุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ PTTGC โดยมีแนวรับที่ 37.50 และ 37.00 บาท แนวต้านที่ 40.00 และ 41.50 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 36.00 บาท ขณะที่ BTG มีแนวรับที่ 22.00 และ 21.70 บาท แนวต้านที่ 23.00 และ 23.40 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 21.50 บาท
สำหรับ Depositary Receipts แนะนำ CATL01 โดยมีแนวรับที่ 5.95 และ 5.90 บาท แนวต้านที่ 6.20 และ 6.40 บาท และ SMIC23 โดยมีแนวรับที่ 3.18 และ 3.00 บาท แนวต้านที่ 3.40 และ 3.50 บาท พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนตามระดับที่กำหนด
โดยสรุป ภาพรวมตลาดยังอยู่ในภาวะผันผวนจากปัจจัยภายนอก ทั้งนโยบายการเงิน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน นักลงทุนจึงควรเน้นการเลือกลงทุนรายตัวและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ