พณ.จ่อชง กกร.ดึง "เม็ดพลาสติก-น้ำดื่ม" เข้าบัญชีสินค้าควบคุม เปลี่ยนเกณฑ์ 7 สินค้าจำเป็น
วันนี้ (24 มี.ค.2569) นายนิกร โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพ โดยระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการยังมีสต็อกสินค้าเดิมอยู่ จึงไม่มีเหตุอันควรในการปรับขึ้นราคา
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์หารือกับผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก ผู้ผลิตรายใหญ่ สภาการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย จัดทำโครงการ "ไทยช่วยไทย" เพื่อร่วมมือกันจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ในรูปแบบ House Brand และ Fighting Brand ในกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา สบู่ แชมพู และยาสีฟัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนนอกเหนือจากสินค้าแบรนด์ทั่วไป โดยจะเริ่มกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในช่วงเดือน เม.ย.–พ.ค. นี้
สำหรับมาตรการทางกฎหมายที่สำคัญ ในวันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อเพิ่มรายการสินค้าควบคุมที่มีความจำเป็น อาทิ เม็ดพลาสติก และน้ำดื่มบรรจุขวด เข้าบัญชีควบคุม หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ จะมีการเสนอปรับมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น จากเดิมที่ให้เพียงแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคา เป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง สำหรับสินค้าจำเป็น ได้แก่ กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่
อีกทั้งยังมีแผนจัดกิจกรรม "ธงฟ้า" ต่อเนื่อง 4 เดือน ตั้งแต่เดือน มี.ค.–ส.ค. ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงโครงการ "ธงเขียวพลัส" เพื่อช่วยลดภาระค่าปุ๋ยให้เกษตรกรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกเดือน พ.ค.–ก.ค. นี้
ขณะที่ผลการลงพื้นที่ตรวจตลาด 393 แห่งทั่วประเทศ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบผู้กระทำผิดกฎหมายแล้ว 13 ราย ใน 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นความผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า โดยพบว่ามีการปรับราคาในสินค้าบางประเภท เช่น เนื้อสัตว์ ที่ปรับขึ้นตามต้นทุนและสภาพอากาศ ขณะที่ผักยังทรงตัว ส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีการปรับตัวสูงขึ้น
พร้อมยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามภาวะสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากพบเบาะแสการเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 ของกระทรวงพาณิชย์
อ่านข่าว :
แจ้งความเอาผิด "บริษัทน้ำมัน" ออกใบกำกับขนส่งไม่ถูกต้อง
วิน-ไรเดอร์ส่งอาหารร้องรัฐ ราคาน้ำมันพุ่ง รายได้หดเหลือวันละ 200 บาท
ผู้ใช้รถแห่เติมน้ำมันเช้ามืด ก่อนปรับราคาดีเซล 1.80 บาท - โซฮอล์เพิ่ม 2 บาท