โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พฤษภาเลือด หลังลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล ช่างภาพ นักข่าว คือผู้เคราะห์ร้าย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 03.00 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 03.00 น.

ยุทธการแดงเดือด

พฤษภาเลือด

หลังลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล

ช่างภาพ นักข่าว คือผู้เคราะห์ร้าย

หลังการพยายามลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่บริเวณรถไฟฟ้าศาลาแดงเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 เพียง 1 วัน หนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับประจำวันที่ 15 พฤษภาคม

ภายใต้พาดหัวข่าว “นาทีต่อนาทีเหตุปะทะที่ศาลาแดง” รายงานว่า

ในเช้าของวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 9.20 น.บนถนนพระราม 4 ยังมีผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรผ่านไปมาอยู่เนื่องจากยังไม่มีการประกาศปิดพื้นที่ บริเวณห้างร้านบางแห่งยังเปิดทำการปกติ

ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนแนวรั้วจากบริเวณสะพานไทย-เบลเยี่ยมเข้าหาเจ้าหน้าที่บริเวณตึกอื้อจื้อเหลียง

ขณะที่บทความ ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ตอนว่าด้วย “ความตายที่สวนลุมพินีวันที่ 14 พฤษภาคม” อ้างอิงข้อมูลจากคลิปของ Russia_Today ว่ามีการใช้พลุตะไลยิงจากแนวกระสอบทรายเข้าหาทหาร

จากนั้นได้ประมวลจากหนังสือพิมพ์ “ไทยโพสต์” ประสานเข้ากับคลิปจากสำนักข่าว Sky news ว่า

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ปฏิบัติการทหารได้เริ่มขึ้นเข้าปิดกั้นถนนพระราม 4 เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมสามารถใช้เส้นทางถนนวิทยุเข้าไปในแยกราชประสงค์ได้ โดยทหารได้เข้าผลักดันผู้ชุมนุมออกจากถนนพระราม 4 ช่วงแยกวิทยุ

และเคลื่อนกำลังเข้าไปในถนนวิทยุซึ่งข้างในถนนวิทยุมีกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแนวรั้วเอาไว้บริเวณแยกสารสิน

ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจาก พล.ม.2 รอ.ที่เข้าปฏิบัติการที่แยกวิทยุตั้งแต่คืนวันที่ 13 พฤษภาคม แต่ถูกผู้ชุมนุมกดดันจนทำให้ต้องหลบเข้าไปอยู่ในสวนลุมไนท์บาซาร์ถอนกำลังออกมาได้

(และคาดว่าจะรวมถึงทหารที่ติดอยู่ในสวนลุมพินีด้วย เนื่องจากในคืนวันที่ 13 พฤษภาคม มีภาพเจ้าหน้าที่ติดอยู่ภายในสวนลุมพินีด้วย)

จากการดูคลิปของ Amm news channel ที่อยู่ใน YouTube ในระหว่างที่ทหารกำลังเคลื่อนกำลังเข้าไปในถนนวิทยุนั้นได้มีการใช้ทั้งอาวุธปืนลูกซอง ปืนเอ็ม 16 ปืนเอชเคและแก๊สน้ำตาเข้าสลายผู้ชุมนุมที่อยู่บนถนน

มีการวางกำลังตามแนวรั้วสวนลุมพินีและทำการยิงเข้าไปข้างในสวน

ส่วนทางด้านผู้ชุมนุมก็ได้มีการขว้างปาสิ่งของ ระเบิดขวด พลุ ตะไล ตอบโต้กับเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบๆ สวนลุมพินีทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บ 4 คน มี 2 คนที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายงานการสืบหาข้อเท็จจริงของ “ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน” (Reporters Without Borders)

คนแรกคือ นายสุบิน น้ำจัน ช่างภาพหนังสือพิมพ์ “มติชน” รายวัน ถูกยิงเช้าที่ขาทั้งสองข้าง โดยในวันนั้นเขาได้สวมเสื้อกันกระสุนและหมวกนิรภัยที่ทางสำนักข่าวของเขาจัดหาให้

ดังที่ปรากฏผ่าน “Reporters Without Borders. Thailand Licence to Kill ใน Investigation report, July 2010

เขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเอาไว้ว่า

วันที่ 14 พฤษภาคม บรรณาธิการบอกให้ผมไปถ่ายภาพการชุมนุมที่ราชประสงค์ ผมไปถึงประมาณ 11 โมง

หลังจากฟังประกาศอย่างเป็นทางการของแกนนำเสื้อแดง

ผมได้ยินว่า ทหารกำลังปะทะกับผู้ชุมนุมใกล้กับตึกอื้อจือเหลียง อาคารสำนักงานซึ่งอยู่ใกล้สีลมและเป็นที่ตั้งของทอมสัน รอยเตอร์ส ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจไปที่นั่นเพื่อถ่ายภาพการปะทะ

ระหว่างทางทหารกำลังปิดกั้นไม่ให้รถยนต์ผ่านเข้ามา

ตลอดระยะเวลานั้นผมแฝงตัวออกไปถ่ายภาพ ผมเดินไปที่สวนลุมพินีไนท์บาร์ซาร์ ซึ่งผมถ่ายภาพรถยนต์กำลังถูกเผา

เมื่อผมเห็นว่า นักข่าวบางคนกำลังข้ามถนนไปยังฝั่งที่ผู้ชุมนุมอยู่ ผมก็ตามไปด้วย ระมัดระวังที่จะซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงของสวนลุมพินี ผมถ่ายภาพของเจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามที่จะดับเพลิง

หลังจากนั้นสักครู่ผมได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจากอีกฝั่ง ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง

นักข่าวและผู้ชุมนุมพากันหาที่หลบ ผู้ชุมนุมขว้างระเบิดขวดและใช้หนังสติ๊กยิง แต่ก็ไม่โดนคนที่กำลังยิงปืนอยู่ แต่เราได้ยินเสียงปืนสวนกลับมาจากอีกฟาก

ทุกอย่างสงบลงและนักข่าวบางคนก็ออกไปจากบริเวณนั้น

กระสุนนัดหนึ่งยิงไฟถนนใกล้ๆ ผมแตกละเอียด ตอนประมาณบ่ายโมงและผมก็ข้ามถนนไปถ่ายภาพเก็บไว้ บางคนบอกผมว่ากระสุนยิงมาจากในสวน ดังนั้น ผมก็เลยไปและหลบอยู่ตรงป้ายรถเมล์

นั่นคือตอนที่ผมได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด และผมได้เห็นผู้ได้รับบาดเจ็บถูกหามใส่เปล

ผมเข้าไปใกล้อีกหน่อยเพื่อถ่ายฉากนี้ และแล้วก็มีกระสุนยิงออกมาจากสวนลุมพินีมากขึ้น ผมย้อนกลับไปยังที่หลบภัยของผมบริเวณป้ายรถเมล์ เมื่อเหตุการณ์สงบลงอีกครั้ง และผมเริ่มขยับไปข้างหน้า

ผมก็รู้ว่าผมถูกยิงเข้าที่ขาซ้าย

ผู้ชุมนุมคนหนึ่งต้องการพาผมไปโรงพยาบาล แต่ตอนนั้นมีการยิงมามากเกินกว่าที่เราจะเคลื่อนย้าย

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นผมก็ถูกยิงที่ขาข้างขวา

ผู้ชุมนุมตะโกนบอกผมว่า “หมอบลงกับพื้น”

พอได้ยินว่าผมได้รับบาดเจ็บ ช่างภาพอีกคนก็เข้ามาถ่ายภาพ แต่แล้วเขาก็ถูกยิงด้วยเหมือนกัน!

ผมต้องรออยู่ประมาณ 5 นาที

แต่มันดูเหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์ แล้วตำรวจก็พาผมส่งโรงพยาบาล

คนที่สองคือ นายเนลสัน แรนด์ (Nelson Rand) ผู้รายงานข่าวชาวแคนาดาจากช่อง France 24

เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนบริเวณแขน ขา เท้า และช่องท้อง ในขณะที่กำลังรายงานข่าวการชุมนุม

เขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาว่า

“ผมกำลังบันทึกภาพการปะทะกันระหว่างทหารกับคนเสื้อแดงบนถนนวิทยุวันที่ 14 พฤษภาคม

ทีแรกผมถ่ายอยู่ที่ฝั่งทหาร แต่ผมเปลี่ยนฝั่งเพื่อที่จะถ่ายกลุ่มเสื้อแดงให้ชัดขึ้น

จากนั้นผมก็ข้ามถนนมาเพื่อถ่ายผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเพิ่งถูกยิง และเพื่อเข้าใกล้จุดที่ผมเชื่อว่ามือปืนอยู่ในสวนลุมพินี

มือของผมถูกยิงด้วยกระสุน 1 นัดขณะที่ผมพยายามจะข้ามถนนและกล้องของผมตก ผมเก็บมันขึ้นมาและยังคงพยายามข้ามไปอีกฟากถนนเพื่อหาที่หลบ เมื่อผมอยู่ที่พื้นและตะโกนขอความช่วยเหลือ

ผมก็ถูกยิงที่ขา

พอถึงนัดที่ 3 ซึ่งผมถูกยิงเข้าที่ด้านข้างของช่องท้องผมก็จำอะไรไม่ได้มากแล้ว เพราะสภาพของผมในตอนนั้น แต่คนเสื้อแดงที่ลากผมออกมาจากเขตที่ยิงกันบอกกับผมในภายหลังว่า

ผมถูกยิงขณะที่เขากำลังลากผมออกมา

การ์ดเสื้อแดงหลายคนซึ่งมีหน้าที่รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยเสี่ยงชีวิตของพวกเขาเพื่อช่วยชีวิตผม จากนั้นก็เสี่ยงชีวิตพาผมขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปโรงพยาบาลอีก

คนหนึ่งขับ อีกคนพยุงผมไว้ ผมอยู่ตรงกลาง

มันเป็นนาทีที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก หลอดเลือดแดงบริเวณกระดูกโคนขาของผมบาดเจ็บสาหัสและผมกำลังเสียเลือดมาก ระหว่างที่ขับออกไป มอเตอร์ไซค์ของเราถูกยิงด้วยกระสุนอย่างน้อย 2 ครั้ง

ตามคำบอกเล่าของคนเสื้อแดงที่เป็นคนขับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด หลังลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล ช่างภาพ นักข่าว คือผู้เคราะห์ร้าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...