พฤษภาเลือด หลังลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล ช่างภาพ นักข่าว คือผู้เคราะห์ร้าย
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
หลังลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล
ช่างภาพ นักข่าว คือผู้เคราะห์ร้าย
หลังการพยายามลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่บริเวณรถไฟฟ้าศาลาแดงเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 เพียง 1 วัน หนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับประจำวันที่ 15 พฤษภาคม
ภายใต้พาดหัวข่าว “นาทีต่อนาทีเหตุปะทะที่ศาลาแดง” รายงานว่า
ในเช้าของวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 9.20 น.บนถนนพระราม 4 ยังมีผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรผ่านไปมาอยู่เนื่องจากยังไม่มีการประกาศปิดพื้นที่ บริเวณห้างร้านบางแห่งยังเปิดทำการปกติ
ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนแนวรั้วจากบริเวณสะพานไทย-เบลเยี่ยมเข้าหาเจ้าหน้าที่บริเวณตึกอื้อจื้อเหลียง
ขณะที่บทความ ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ ตอนว่าด้วย “ความตายที่สวนลุมพินีวันที่ 14 พฤษภาคม” อ้างอิงข้อมูลจากคลิปของ Russia_Today ว่ามีการใช้พลุตะไลยิงจากแนวกระสอบทรายเข้าหาทหาร
จากนั้นได้ประมวลจากหนังสือพิมพ์ “ไทยโพสต์” ประสานเข้ากับคลิปจากสำนักข่าว Sky news ว่า
เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ปฏิบัติการทหารได้เริ่มขึ้นเข้าปิดกั้นถนนพระราม 4 เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมสามารถใช้เส้นทางถนนวิทยุเข้าไปในแยกราชประสงค์ได้ โดยทหารได้เข้าผลักดันผู้ชุมนุมออกจากถนนพระราม 4 ช่วงแยกวิทยุ
และเคลื่อนกำลังเข้าไปในถนนวิทยุซึ่งข้างในถนนวิทยุมีกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแนวรั้วเอาไว้บริเวณแยกสารสิน
ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจาก พล.ม.2 รอ.ที่เข้าปฏิบัติการที่แยกวิทยุตั้งแต่คืนวันที่ 13 พฤษภาคม แต่ถูกผู้ชุมนุมกดดันจนทำให้ต้องหลบเข้าไปอยู่ในสวนลุมไนท์บาซาร์ถอนกำลังออกมาได้
(และคาดว่าจะรวมถึงทหารที่ติดอยู่ในสวนลุมพินีด้วย เนื่องจากในคืนวันที่ 13 พฤษภาคม มีภาพเจ้าหน้าที่ติดอยู่ภายในสวนลุมพินีด้วย)
จากการดูคลิปของ Amm news channel ที่อยู่ใน YouTube ในระหว่างที่ทหารกำลังเคลื่อนกำลังเข้าไปในถนนวิทยุนั้นได้มีการใช้ทั้งอาวุธปืนลูกซอง ปืนเอ็ม 16 ปืนเอชเคและแก๊สน้ำตาเข้าสลายผู้ชุมนุมที่อยู่บนถนน
มีการวางกำลังตามแนวรั้วสวนลุมพินีและทำการยิงเข้าไปข้างในสวน
ส่วนทางด้านผู้ชุมนุมก็ได้มีการขว้างปาสิ่งของ ระเบิดขวด พลุ ตะไล ตอบโต้กับเจ้าหน้าที่
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบๆ สวนลุมพินีทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บ 4 คน มี 2 คนที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายงานการสืบหาข้อเท็จจริงของ “ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน” (Reporters Without Borders)
คนแรกคือ นายสุบิน น้ำจัน ช่างภาพหนังสือพิมพ์ “มติชน” รายวัน ถูกยิงเช้าที่ขาทั้งสองข้าง โดยในวันนั้นเขาได้สวมเสื้อกันกระสุนและหมวกนิรภัยที่ทางสำนักข่าวของเขาจัดหาให้
ดังที่ปรากฏผ่าน “Reporters Without Borders. Thailand Licence to Kill ใน Investigation report, July 2010
เขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเอาไว้ว่า
วันที่ 14 พฤษภาคม บรรณาธิการบอกให้ผมไปถ่ายภาพการชุมนุมที่ราชประสงค์ ผมไปถึงประมาณ 11 โมง
หลังจากฟังประกาศอย่างเป็นทางการของแกนนำเสื้อแดง
ผมได้ยินว่า ทหารกำลังปะทะกับผู้ชุมนุมใกล้กับตึกอื้อจือเหลียง อาคารสำนักงานซึ่งอยู่ใกล้สีลมและเป็นที่ตั้งของทอมสัน รอยเตอร์ส ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจไปที่นั่นเพื่อถ่ายภาพการปะทะ
ระหว่างทางทหารกำลังปิดกั้นไม่ให้รถยนต์ผ่านเข้ามา
ตลอดระยะเวลานั้นผมแฝงตัวออกไปถ่ายภาพ ผมเดินไปที่สวนลุมพินีไนท์บาร์ซาร์ ซึ่งผมถ่ายภาพรถยนต์กำลังถูกเผา
เมื่อผมเห็นว่า นักข่าวบางคนกำลังข้ามถนนไปยังฝั่งที่ผู้ชุมนุมอยู่ ผมก็ตามไปด้วย ระมัดระวังที่จะซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงของสวนลุมพินี ผมถ่ายภาพของเจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามที่จะดับเพลิง
หลังจากนั้นสักครู่ผมได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจากอีกฝั่ง ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง
นักข่าวและผู้ชุมนุมพากันหาที่หลบ ผู้ชุมนุมขว้างระเบิดขวดและใช้หนังสติ๊กยิง แต่ก็ไม่โดนคนที่กำลังยิงปืนอยู่ แต่เราได้ยินเสียงปืนสวนกลับมาจากอีกฟาก
ทุกอย่างสงบลงและนักข่าวบางคนก็ออกไปจากบริเวณนั้น
กระสุนนัดหนึ่งยิงไฟถนนใกล้ๆ ผมแตกละเอียด ตอนประมาณบ่ายโมงและผมก็ข้ามถนนไปถ่ายภาพเก็บไว้ บางคนบอกผมว่ากระสุนยิงมาจากในสวน ดังนั้น ผมก็เลยไปและหลบอยู่ตรงป้ายรถเมล์
นั่นคือตอนที่ผมได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด และผมได้เห็นผู้ได้รับบาดเจ็บถูกหามใส่เปล
ผมเข้าไปใกล้อีกหน่อยเพื่อถ่ายฉากนี้ และแล้วก็มีกระสุนยิงออกมาจากสวนลุมพินีมากขึ้น ผมย้อนกลับไปยังที่หลบภัยของผมบริเวณป้ายรถเมล์ เมื่อเหตุการณ์สงบลงอีกครั้ง และผมเริ่มขยับไปข้างหน้า
ผมก็รู้ว่าผมถูกยิงเข้าที่ขาซ้าย
ผู้ชุมนุมคนหนึ่งต้องการพาผมไปโรงพยาบาล แต่ตอนนั้นมีการยิงมามากเกินกว่าที่เราจะเคลื่อนย้าย
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นผมก็ถูกยิงที่ขาข้างขวา
ผู้ชุมนุมตะโกนบอกผมว่า “หมอบลงกับพื้น”
พอได้ยินว่าผมได้รับบาดเจ็บ ช่างภาพอีกคนก็เข้ามาถ่ายภาพ แต่แล้วเขาก็ถูกยิงด้วยเหมือนกัน!
ผมต้องรออยู่ประมาณ 5 นาที
แต่มันดูเหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์ แล้วตำรวจก็พาผมส่งโรงพยาบาล
คนที่สองคือ นายเนลสัน แรนด์ (Nelson Rand) ผู้รายงานข่าวชาวแคนาดาจากช่อง France 24
เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนบริเวณแขน ขา เท้า และช่องท้อง ในขณะที่กำลังรายงานข่าวการชุมนุม
เขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาว่า
“ผมกำลังบันทึกภาพการปะทะกันระหว่างทหารกับคนเสื้อแดงบนถนนวิทยุวันที่ 14 พฤษภาคม
ทีแรกผมถ่ายอยู่ที่ฝั่งทหาร แต่ผมเปลี่ยนฝั่งเพื่อที่จะถ่ายกลุ่มเสื้อแดงให้ชัดขึ้น
จากนั้นผมก็ข้ามถนนมาเพื่อถ่ายผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเพิ่งถูกยิง และเพื่อเข้าใกล้จุดที่ผมเชื่อว่ามือปืนอยู่ในสวนลุมพินี
มือของผมถูกยิงด้วยกระสุน 1 นัดขณะที่ผมพยายามจะข้ามถนนและกล้องของผมตก ผมเก็บมันขึ้นมาและยังคงพยายามข้ามไปอีกฟากถนนเพื่อหาที่หลบ เมื่อผมอยู่ที่พื้นและตะโกนขอความช่วยเหลือ
ผมก็ถูกยิงที่ขา
พอถึงนัดที่ 3 ซึ่งผมถูกยิงเข้าที่ด้านข้างของช่องท้องผมก็จำอะไรไม่ได้มากแล้ว เพราะสภาพของผมในตอนนั้น แต่คนเสื้อแดงที่ลากผมออกมาจากเขตที่ยิงกันบอกกับผมในภายหลังว่า
ผมถูกยิงขณะที่เขากำลังลากผมออกมา
การ์ดเสื้อแดงหลายคนซึ่งมีหน้าที่รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยเสี่ยงชีวิตของพวกเขาเพื่อช่วยชีวิตผม จากนั้นก็เสี่ยงชีวิตพาผมขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปโรงพยาบาลอีก
คนหนึ่งขับ อีกคนพยุงผมไว้ ผมอยู่ตรงกลาง
มันเป็นนาทีที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก หลอดเลือดแดงบริเวณกระดูกโคนขาของผมบาดเจ็บสาหัสและผมกำลังเสียเลือดมาก ระหว่างที่ขับออกไป มอเตอร์ไซค์ของเราถูกยิงด้วยกระสุนอย่างน้อย 2 ครั้ง
ตามคำบอกเล่าของคนเสื้อแดงที่เป็นคนขับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พฤษภาเลือด หลังลอบสังหาร ขัตติยะ สวัสดิผล ช่างภาพ นักข่าว คือผู้เคราะห์ร้าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly