ทุกข์น้ำมันของชาวนา
บทบรรณาธิการ
“ประชาชาติธุรกิจ” ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ระบุว่า สถานการณ์ปัญหาน้ำมันเริ่มวิกฤตเพราะชาวนาหาซื้อน้ำมันไม่ค่อยได้ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูเกี่ยวข้าวนาปรัง ภาครัฐต้องหามาตรการช่วยเหลือก่อนที่ข้าวจะสุก ไม่เช่นนั้นชาวนาจะไม่สามารถหารถเกี่ยวข้าวได้
ปัจจุบันชาวนาไม่ได้ใช้มือเกี่ยวข้าวแล้ว ส่วนใหญ่อาศัยรถเกี่ยวข้าว รวมไปถึงการสูบน้ำเข้านา ไถนา ซึ่งใช้น้ำมันทั้งสิ้น ราคาปุ๋ยก็เริ่มมีสัญญาณที่จะขึ้นราคา แม้กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าเพียงพอ แต่ชาวนาเองไม่ค่อยมั่นใจ
ล่าสุดพบว่าราคาปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียปรับขึ้นราคาแล้วกระสอบละ 70 บาท แต่ก็เชื่อว่ากรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ น่าจะเอาอยู่ แต่ช่วงนี้ยังไม่ใช่ฤดูกาลปลูกข้าว ก็อาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ก็ต้องติดตามช่วงนาปีที่มีความต้องการมาก รัฐก็ต้องวางแผนเพื่อรองรับด้วย
นายกสมาคมชาวนายังกล่าวด้วยว่า หากน้ำมันจะขึ้นราคา ชาวนาพร้อมแบกรับ แต่ขอให้มีน้ำมันให้ซื้อได้ เพราะหากไม่มีจะทำนาไม่ได้เลย และยังถูกจำกัดอยู่ สำหรับผลผลิตข้าวนาปรังนั้นกำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง พื้นที่ใกล้เขตชลประทาน ต้นทุนการเกี่ยวข้าวต่อครั้งอยู่ที่ 6,500-7,000 บาท และมาตรการไม่ให้เผาต่อซังข้าว ทำให้ชาวนาต้องใช้รถอัดฟาง ซึ่งต้องใช้น้ำมันทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 500 บาท
ส่วนราคาข้าวอยู่ที่เฉลี่ย 5,500-6,700 บาทต่อตัน ต่ำกว่าต้นทุนที่อยู่ประมาณ 6,500-7,000 บาท/ไร่ ฝากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงแหล่งน้ำ หากไม่เข้ามาแก้ไข ชาวนาก็อยู่ไม่ได้ และเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย ได้ประชุมสามัญประจำปี มีมติเร่งให้หน่วยงานจัดหาแหล่งน้ำเมล็ดพันธุ์ใหม่ การดูแลต้นทุนการผลิต ราคาข้าว คาดหวังว่าราคาข้าวจะอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่ชาวนาอยู่ได้
ชาวนา และชาวประมง เป็นกลุ่มอาชีพที่มีประชาชนเกี่ยวข้องจำนวนมาก และกำลังรับผลกระทบรุนแรงจากปัญหาน้ำมัน โลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ปัจจุบันเครื่องมือทำการเกษตรล้วนใช้น้ำมัน ชาวนาจึงเป็นอีกกลุ่มที่ต้องเข้าคิวรอซื้อน้ำมันเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ขณะที่ปุ๋ยเคมีต้องใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบและมีปัญหาการขนส่ง รวมไปถึงชาวประมงที่เผชิญปัญหาราคาน้ำมันเขียวมีราคาสูงจนต้องจอดเรือไว้
สงครามยังมีผลต่อการส่งออก โดยเฉพาะอิหร่าน อิรัก และยูเออี ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวของไทย พบว่าเรือลำเลียงข้าวยังลอยลำอยู่กลางทะเล ไม่สามารถส่งถึงมือลูกค้าได้ มีแนวโน้มที่จะต้องขนส่งกลับ ผลกระทบจากปัญหาพลังงานสำหรับกลุ่ประชาชนดังกล่าว จึงเป็นการบ้านที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไข
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทุกข์น้ำมันของชาวนา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net