อิหร่านเดินหน้ายิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ปัดเจรจาสหรัฐ ตลาดผันผวนหนัก
กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ระบบเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุง Tel Aviv โดยมีเสียงระเบิดจากการสกัดกั้นขีปนาวุธกลางอากาศ ขณะที่เศษซากจากการสกัดตกลงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้าน Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐและอิหร่านได้มีการหารือที่ “สร้างสรรค์และมีประสิทธิผล” เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งในภูมิภาค ส่งผลให้เขาตัดสินใจเลื่อนแผนโจมตีโครงข่ายพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน
คำประกาศดังกล่าวส่งผลให้ตลาดการเงินโลกฟื้นตัวในช่วงสั้น โดยราคาน้ำมันปรับลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของตลาดถูกสั่นคลอนอีกครั้ง เมื่อ Mohammad Baqer Qalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าข่าวดังกล่าวเป็น “เฟคนิวส์” ที่ถูกใช้เพื่อชี้นำตลาดพลังงานและหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางการเมือง
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยืนยันเดินหน้าโจมตีเป้าหมายของสหรัฐเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าถ้อยแถลงของทรัมป์เป็นเพียง “ปฏิบัติการทางจิตวิทยา” ที่ไม่มีผลต่อยุทธศาสตร์ของอิหร่าน
สถานการณ์ยังคงผันผวนจากความไม่ชัดเจนของการเจรจา แม้แหล่งข่าวยุโรประบุว่าไม่มีการเจรจาโดยตรง แต่มีประเทศตัวกลาง เช่น อียิปต์ ปากีสถาน และรัฐอ่าวอาหรับ ทำหน้าที่ถ่ายทอดสารระหว่างทั้งสองฝ่าย
ด้าน Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าได้หารือกับทรัมป์ และอิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีต่อไปทั้งในเลบานอนและอิหร่าน แม้ยังเปิดช่องสำหรับข้อตกลงที่อาจตอบโจทย์เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
ในอีกด้านหนึ่ง ความเคลื่อนไหวทางการทูตยังดำเนินต่อไป โดย Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้หารือกับโอมานเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก
ทั้งนี้ อิหร่านได้ปิดช่องแคบดังกล่าวโดยพฤตินัยนับตั้งแต่เกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยความขัดแย้งครั้งนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,000 ราย